วันอาทิตย์ ที่ 13 กันยายน 2569

Login
Login

‘ถิ่นเขมรแดง’ รังใหม่ ‘สแกมเมอร์’ เมืองต้นแบบ ‘ชายแดนไทย-กัมพูชา’

“เมืองไพลิน” ที่ตั้งเขมรแดงในอดีต อยู่ติดกับ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี เคยถูกวางเป็นเมืองต้นแบบชายแดนไทย-กัมพูชา คือ หมุดหมายใหม่เครือข่ายทุนเทา “สแกมเมอร์” ที่ย้ายมาจากพื้นที่ตอนในกัมพูชา ไม่ใช้เฉพาะพื้นที่ทมอดา

KEY POINTS

  • รัฐบาลกัมพูชา แถลงข่าวผลการเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมไซเบอร์ สามารถทลายฐานที่มั่นของแก๊งมิจฉาชีพกว่า 700 แห่ง จับกุมผู้ต้องหาเกือบ 30,000 ราย 
  • พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ฐานที่ตั้งอาชญากรรมข้ามชาติ ยังอยู่ในพื้นที่ควบคุมทหารไทยหลายแห่ง เนื่องจาก อาคารเหล่านี้ถูกใช้เป็นฐานทหาร ที่ตั้งอาวุธโจมตีไทยในเหตุสู้รบปีเมื่อที่ผ่านมา
  • กาสิโนทมอดา ซึ่งเป็นอีกพื้นที่กัมพูชาใช้เป็นฐานโจมตีไทยในห้วงการปะทะ และปัจจุบันอยู่ในความดูแลทหารไทย มีการวางตู้คอนเทนเนอร์ ลวดหนามขวางกั้น
  • ทุนเทาฝั่งกัมพูชา มีประมาณ 2,000-3,000 คน อพยพไปพื้นที่ใหม่คือ จ.ไพลินประเทศกัมพูชา ติดกับ จ.จันทบุรีตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา
  • จ.ไพริน เป็นที่ตั้งผู้นำเขมรแดง แม้ในอดีตเป็นพื้นที่ขัดแย้งกับรัฐบาลฮุนเซน ต่อมาในปี 2542 การเจรจาได้ข้อสรุป และตัดสินใจเข้าร่วมกับรัฐบาลฮุนเซน

“หน่วยงานความมั่นคงไทย” ยังไม่การันตี การกวาดล้างอาชญากรรมไซเบอร์ครั้งใหญ่โดย“รัฐบาลกัมพูชา” จะทำให้อาชญากรรมข้ามชาติหมดสิ้นไปจากชายแดนไทย-กัมพูชา

ภายหลังรัฐบาลกัมพูชา แถลงข่าวผลการเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมไซเบอร์ สามารถทลายฐานที่มั่นของแก๊งมิจฉาชีพกว่า 700 แห่ง จับกุมผู้ต้องหาเกือบ 30,000 ราย ครอบคลุมเจ้าหน้าที่รัฐพัวพัน 15 นาย

พร้อมส่งกลับชาวต่างชาติกว่า 50,000 คน และมีผู้ต้องสงสัยกว่า 3,400 ราย จาก 29 สัญชาติ ซึ่งรวมถึงพลเมืองจาก จีน เวียดนาม ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และไทย ที่กำลังถูกควบคุมตัวเพื่อรอการพิจารณาคดี

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกัมพูชา อ้างว่า กลุ่มอาชญากรได้ปรับเปลี่ยนยุทธวิธี โดยกระจายออกเป็นเครือข่ายปฏิบัติการขนาดเล็ก และเข้าไปหลบซ่อนตัวตามสถานที่ทั่วไปอย่างแนบเนียนมากขึ้น เช่น เกสต์เฮาส์ คอนโดมิเนียม บ้านเช่า ยานพาหนะ และร้านกาแฟอีกด้วย

สำหรับปฏิบัติการกวาดล้างในครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้แรงกดดันจากหลายประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐและจีน ซึ่งนำไปสู่การส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนในคดีสำคัญระดับประเทศหลายคดี เช่น เฉิน จื้อ ประธานกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ Prince Holding Group หลี่ สยง อดีตประธาน Huione Group

ทว่าสำหรับพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ฐานที่ตั้งอาชญากรรมข้ามชาติ ยังอยู่ในพื้นที่ควบคุมทหารไทยหลายแห่ง เนื่องจาก อาคารเหล่านี้ถูกใช้เป็นฐานทหาร ที่ตั้งอาวุธโจมตีไทยในเหตุสู้รบปีเมื่อที่ผ่านมา

จนนำไปสู่ข้อตกลงหยุดยิงเมื่อ 27 ธ.ค.68 ตาม Joint Statement โดยเฉพาะข้อ 2 ที่ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายตกลงคงกำลังทหารที่ประจำการอยู่ ณ ปัจจุบัน โดยไม่มีการเคลื่อนย้ายเพิ่มเติม จะไม่มีการเคลื่อนกำลังทหารใดๆ รวมถึงการลาดตระเวนไปยังตำแหน่งของอีกฝ่าย

พูดภาษาชาวบ้านคือ หลังหยุดยิง ใครประจำอยู่พื้นที่ไหน ให้อยู่พื้นที่นั้น จนกว่าจะมีการประชุมคณะกรรมธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) โดยมี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหมในขณะนั้น และ พล.อ.เตียเซรยฮา รมว.กลาโหมกัมพูชา ร่วมลงนาม

ส่งผลให้ กัมพูชา บิดเบือนข้อเท็จจริงกล่าวหาไทยในเวทีระหว่างประเทศว่า รุกรานยึดดินแดน โดยเฉพาะล่าสุด กัมพูชา เตรียมหยิบยกข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา พูดในเวที Francophonie หรือ องค์การระหว่างประเทศของกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส

ด้าน พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้อำนวยการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (ผอ.JIC ไทย) ย้ำว่า ประเทศไทยไม่เคยกลัวการนำเสนอข้อเท็จจริงต่อประชาคมระหว่างประเทศ แต่ยืนยันว่าปัญหาเขตแดนควรได้รับการแก้ไขผ่านกลไกที่ทั้งสองประเทศยอมรับร่วมกัน ไม่ใช่พยายามทำให้เวทีทางการเมืองระหว่างประเทศกลายเป็นผู้ตัดสินเขตแดนแทนกลไกที่มีอยู่

“สถานะของเขตแดนไม่ได้เปลี่ยนเพราะตู้คอนเทนเนอร์ ลวดหนาม ถนน บังเกอร์ หรือคำแถลงข่าวของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หากมีความเห็นต่างเรื่องพื้นที่ สิ่งที่ควรทำคือนำข้อมูลเข้าสู่กลไกที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับและตรวจสอบร่วมกัน ไม่ใช่ประกาศคำตัดสินผ่านสื่อก่อนที่กระบวนการจะทำงาน” พล.อ.อ.ประภาส ระบุ

ตัดกลับมาที่ปัญหาสแกมเมอร์ ภายหลังฐานที่ตั้งหลายแห่งตกอยู่ภายใต้การควบคุมฝ่ายไทย กลุ่มเครือข่ายได้ย้ายฐานขยับเข้าพื้นที่ตอนในกัมพูชา เช่น โอร์เสม็ด จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งที่ผ่านมาพื้นที่แห่งนี้ เกิดเหตุกระทบกระทั่ง ระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชาต่อเนื่อง หรือ แม้แต่ช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี

โฟกัสพื้นที่กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) กองทัพเรือ หรือกาสิโนทมอดา ซึ่งเป็นอีกพื้นที่กัมพูชาใช้เป็นฐานโจมตีไทยในห้วงการปะทะ และปัจจุบันอยู่ในความดูแลทหารไทย มีการวางตู้คอนเทนเนอร์ ลวดหนามขวางกั้น

สำหรับ“กาสิโนทมอดา” ปัจจุบันมีสภาพพังยับจากเหตุการปะทะ และเป็นพื้นที่มีปัญหาข้อพิพาท เนื่องจากตัวอาคารสร้างล้ำสันปันน้ำเข้ามาฝั่งไทย นอกจากนี้ยังพบข้อมูลว่า มีคนไทยร่วมลงทุนด้วย

ขณะที่บริเวณที่วางตู้คอนเทนเนอร์เป็นพื้นที่สัญลักษณ์ที่มีผลประโยชน์ของกลุ่มทุนเทาฝั่งกัมพูชา มีประมาณ 2,000-3,000 คน และถอยร่นเข้าพื้นที่ตอนใน ภายหลังเหตุปะทะจบลงมีความพยายามจะเอาพื้นที่คืนจากทหารไทย แต่ไม่เป็นผล

กปช.จต.วางเป้าหมายจะดูแลกาสิโนทมอดา และพื้นที่โดยรอบ เพื่อรอกระบวนการตรวจสอบคณะJBC ยึดตามข้อตกลงหยุดยิงเคร่งครัด ใครอยู่พื้นที่ไหน อยู่พื้นที่นั้น จนกว่าจะมีการดําเนินการจัดทำเขตแดนได้ข้อสรุป

ภายหลังกลุ่มทุนเทา เห็นว่าโอกาสจะได้พื้นที่คืนไม่ใช่เรื่องง่าย และอาจใช้เวลานานกว่าไทย-กัมพูชาจะได้ข้อสรุปเรื่องเขตแดน จึงอพยพไปพื้นที่ใหม่คือ จ.ไพลินประเทศกัมพูชา ติดกับ จ.จันทบุรีตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา

จ.ไพริน เป็นพื้นที่เดียวไทย-กัมพูชาไม่มีข้อพิพาทเนื่องจากมีเส้นเขตแดนชัดเจน และถูกยกให้เป็นเมืองต้นแบบความสงบชายแดนให้กับพื้นที่ชายแดนอื่นๆ

เดิมที จ.ไพริน เป็นที่ตั้งผู้นำเขมรแดง แม้ในอดีตเป็นพื้นที่ขัดแย้งกับรัฐบาลฮุนเซน ต่อมาในปี 2542 การเจรจาได้ข้อสรุป และตัดสินใจเข้าร่วมกับรัฐบาลฮุนเซน แต่ผู้ที่มีอิทธิพลที่รับผิดชอบ จ.ไพลิน ยังเป็นเครือข่ายอดีตผู้นําเขมรแดงเช่นเดิม

โดยรายได้ส่วนใหญ่ของ จ.ไพริน มาจากธุรกิจกาสิโน มีจำนวน 40 แห่ง คิดเป็น 1 ใน 3 เมื่อเทียบกับ ปอยเปต มีกาสิโนกว่า 100 แห่ง

แต่ที่ จ.ไพริน เป็นกาสิโนครอบคลุมทั้งตลาดบน ตลาดกลาง และตลาดล่าง 90% ลูกค้าเป็นคนไทย ปัจจุบันด่านปิดสนิทไม่มีนักท่องเที่ยวเข้าพัก

ส่งผลให้อาคารซึ่งเป็นรูปแบบโรงแรม ถูกปล่อยเช่าให้กลุ่มสแกมเมอร์มารับช่วงต่อ เช่นเดียวกับพื้นที่ช่องจอม และ ปอยเปต หนึ่งในจำนวนนี้มีอพยพมาจากทมอดา

อย่างไรก็ตาม กาสิโน และ พนันออนไลน์ เป็นธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมายกัมพูชา แต่ขบวนการสแกมเมอร์แฝงเข้ามาในธุกิจกาสิโนเป็นสิ่งที่นานาชาติกำลังกดดันให้เร่งปราบปราบ

ท่ามกลางการตั้งข้อสังเกตุ “เมืองไพลิน” ที่อยู่ติดกับ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี จะเป็นหมุดหมายใหม่ของเครือข่ายทุนเทา “สแกมเมอร์” ที่ย้ายมาจากการกวาดล้างพื้นที่ตอนในกัมพูชา ไม่ใช้เฉพาะพื้นที่ทมอดา