วันเสาร์ ที่ 12 กันยายน 2569

Login
Login

'ตท.26' เดิมพันคำทำนาย 'รุ่นดูแลชาติ'  กระจายคุม 'กองทัพ-ความมั่นคง' 

“ตท.26” เจอโจทย์ใหญ่ กระจายกำลังคุมเก้าอี้ความมั่นคง ท่ามกลางแรงกดดันชายแดนไทย-กัมพูชา-เมียนมา และไฟใต้ เดิมพัน 1-2 ปีพิสูจน์ฝีมือ ก่อนทยอยเกษียณฯ หากเอาอยู่ ได้ชื่อ “รุ่นดูแลชาติ” แต่ถ้าพลาด อาจถูกย้อนถามถึงการดันกันมาทั้งรุ่น

KEY POINTS

  • โปรดเกล้าฯ “โผทหาร” ปลายปี ชื่อของ ตท.26 กำลังกลับมาอยู่กลางกระดานอำนาจด้านความมั่นคง ที่แผ่ขยายกำลังไปอยู่ในตำแหน่งสำคัญของแทบทุกกองทัพ
  • “ตท.26” กำลังเผชิญโจทย์ที่ใหญ่กว่าการจัดวางกำลังในกองทัพ เพราะเมื่อเพื่อนร่วมรุ่นกระจายตัวอยู่ในตำแหน่งสำคัญจำนวนมาก ความคาดหวังที่ตามมาก็ย่อมสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว
  • การจัดการกับปัญหาความมั่นคงรอบประเทศ ทั้งชายแดนไทย-กัมพูชา ไทย-เมียนมา ไฟใต้ ตลอดจนความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์ แม้ไม่เบ็ดเสร็จแต่สิ่งที่ถูกจับตาคือ ภายใน 1-2 ปี สถานการณ์จะต้องเห็นทิศทางที่ดีขึ้น 

ครั้งหนึ่ง “พระบุญสิน โชติปัญโญ” หรือ “อดีตแม่ทัพกุ้ง” พล.อ.บุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2 เล่าถึงเส้นทางชีวิต กว่าจะก้าวเข้าสู่รั้วโรงเรียนเตรียมทหารไม่ใช่เรื่องง่าย หลังสอบครั้งแรกไม่ผ่าน ต้องผันตัวไปเรียนอาชีวะ และรออีก 1 ปี ก่อนกลับมาสอบใหม่ กระทั่งประสบความสำเร็จในการสอบครั้งที่สอง

“แม่ทัพกุ้ง” มองว่า เรื่องนี้อาจไม่ใช่เพียงความบังเอิญ แต่เป็นเหมือน “ชะตาฟ้าลิขิต” ให้ได้เข้ามาเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 26 หรือ “ตท.26” และได้ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับเพื่อนร่วมรุ่นใน “สมรภูมิไทย-กัมพูชา” ปกป้องอธิปไตย ทวงคืนพื้นที่ถูกรุกล้ำ ก่อนส่งไม้ต่อให้ พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ (ตท.26) แม่ทัพภาคที่ 2 คนปัจจุบัน

ในวันนี้ ชื่อของ ตท.26 กำลังกลับมาอยู่กลางกระดานอำนาจด้านความมั่นคง ที่แผ่ขยายกำลังไปอยู่ในตำแหน่งสำคัญของแทบทุกกองทัพหากย้อนกลับไปดูคำทำนายงานทำบุญรุ่น ตท.26 ที่วัดวรเชษฐ์ (วัดวรเชต) ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีความเชื่อว่าเป็นวัดที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ “สมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ผู้กอบกู้เอกราช

 “ซ้อสมทรง” สมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้เชิญพราหมณ์มาประกอบพิธีบวงสรวง และมีคำทำนายว่า

“รุ่นนี้ (ตท.26) เป็นรุ่นดูแลประเทศชาติ”

 

เวลานั้นอาจเป็นเพียงคำทำนายตามความเชื่อ แต่เมื่อมองสถานการณ์ความมั่นคงของประเทศในวันนี้ คำพูดดังกล่าวกลับถูกหยิบมาพิจารณาอีกครั้งอย่างน่าสนใจ เพราะโจทย์ที่รออยู่ข้างหน้า ไม่ได้มีเพียงเรื่องเดียว

สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกกำลังอยู่ในช่วงเปราะบาง ความขัดแย้งในหลายพื้นที่ยังคงปะทุ ขณะที่ความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ รวมถึงสถานการณ์จีน-ไต้หวัน ก็ยังเป็นจุดเสี่ยงที่ต้องจับตา เพราะหากสถานการณ์ขยายวง ย่อมมีโอกาสส่งแรงกระเพื่อมมายังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ขณะที่ “ชายแดนไทย-กัมพูชา” แม้เข้าสู่ช่วงหลังการหยุดยิง แต่สถานการณ์ยังไม่ใช่เรื่องที่วางใจได้ และต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะหลังหมดหน้าฝน ท่ามกลางกระแสข่าวการเติมของเพิ่มกำลังในพื้นที่สำคัญเป็นระยะ

อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญคือการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมาธิการประนอมระหว่างไทย-กัมพูชา ภายใต้กฎหมาย UNCLOS ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-16 กันยายน 2569 ที่สิงคโปร์ 

วาระสำคัญอยู่ที่การพิจารณารับรองข้อบังคับกระบวนการ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และกรอบการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการ รวมถึงแนวทางการประชุมและกระบวนการในระยะต่อไป

คาดว่ากระบวนการประนอมจะใช้เวลาประมาณ 12 เดือน ก่อนจัดทำรายงาน ข้อสรุป และข้อเสนอแนะ ซึ่งไม่มีผลผูกพันต่อคู่กรณีทั้งสองฝ่าย

ชายแดนไทย-เมียนมา ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ พล.ท.วรเทพ บุญญะ (ตท.26) แม่ทัพภาคที่ 3 ก็ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด หลังกลุ่มต่อต้านรัฐบาลเมียนมา (PDF) ใช้ฝูงโดรนพลีชีพโจมตีฐานบินตานดาอู ซึ่งเป็นพื้นที่เก็บอากาศยานทางทหาร ทั้ง Yak-130, FTC-2000G, MiG-29 รวมถึงเฮลิคอปเตอร์ Mi-35P และ Mi-17

เบื้องต้นมีรายงานว่าอากาศยานได้รับความเสียหาย 4 ลำ และต้องติดตามท่าทีของรัฐบาลเมียนมาว่าจะตอบโต้สถานการณ์ดังกล่าวอย่างไร เพราะทุกความเคลื่อนไหวบริเวณชายแดน จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของประเทศเพื่อนบ้าน แต่มีนัยต่อความมั่นคงของไทยโดยตรง

ส่วนสถานการณ์ไฟใต้ก็อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ทั้งการปรับยุทธศาสตร์และการเปลี่ยนตัวแม่ทัพนายกอง พร้อมเตรียมจัด “เวิร์กช็อป” ภายในเดือนกันยายน เพื่อวางแนวทางจัดตั้ง “กระทรวงมหาดไทย-ส่วนหน้า” และยกระดับศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ หรือ “ศปก.อำเภอ” นำร่อง 14 อำเภอพื้นที่ปลอดภัย เป้าหมายคือทำให้สถานการณ์ในปี 2570 ดีขึ้น โดยเริ่มขับเคลื่อนตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้

และจังหวะเดียวกันนี้เอง มีการโปรดเกล้าฯ “โผทหาร” ปลายปี ของแต่ละเหล่าทัพ เพื่อทดแทนผู้เกษียณราชการและเปิดทางให้ผู้ที่ได้รับการขยับขยายไปเติบโตในตำแหน่งที่เหมาะสม แต่สิ่งที่น่าสังเกตคือ “ตท.26” กระจายตัวอยู่ในตำแหน่งสำคัญแทบทุกเหล่าทัพ

สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม
พล.อ.ศรัณย์ เพชรานนท์ (ตท.26) ปลัดกระทรวงกลาโหมคนใหม่ เตรียมทำหน้าที่เป็นกำลังสำคัญให้กับ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ (ตท.26) รมว.กลาโหม

กองบัญชาการกองทัพไทย
พล.อ.ชิดชนก นุชฉายา (ตท.26) รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ถูกวางตัวเป็น ผบ.ทสส.ในปีหน้า พล.อ.อานุภาพ ศิริมณฑล (ตท.26) รอง ผบ.ทสส. และ พล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว (ตท.26) เสนาธิการทหาร ก็เป็นอีกสองกำลังสำคัญในกองบัญชาการกองทัพไทย

กองทัพบก พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ (ตท.26) ผบ.ทบ. วางไลน์ “5 เสือ ทบ.” ชุดใหม่ โดยส่วนใหญ่เป็นเพื่อนร่วมรุ่น ตท.26 มี ตท.28 สอดแทรกเข้ามา 1 ตำแหน่ง ขณะที่ พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ (ตท.26) ถูกส่งไปทำหน้าที่เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช.

พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ (ตท.26) รอง ผบ.ทบ. สายทหารรบพิเศษ ถูกวางตัวเป็น ผบ.ทบ.คนต่อไป พล.ท.นรธิป โพยนอก (ตท.26) ผู้ช่วย ผบ.ทบ. พล.ท.สราวุธ ไชยสิทธิ์ (ตท.28) ผู้ช่วย ผบ.ทบ.

นอกจากนี้ พล.ท.อาวุธ พุทธอำนวย (ตท.26) เสนาธิการทหารบก หรือ “เสธคู่ใจ” ผบ.ทบ. รับผิดชอบงานภายในกองทัพบก ขณะเดียวกันยังเป็น เลขาธิการ กอ.รมน. ซึ่งต้องทำงานประสานกับฝ่ายการเมืองในการขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคงภายใน รวมถึงการแก้ไขปัญหาไฟใต้

กองทัพเรือ พล.ร.อ.นเรศ วงศ์ตระกูล (ตท.26)  ผบ.ทร. ขณะที่ พล.ร.อ.กรวิทย์ ฉายะรถี (ตท.26) รอง ผบ.ทร. คละด้วย ตท.27 อย่าง พล.ร.ท.วีรุดม ม่วงจีน ผู้ช่วย ผบ.ทร. พล.ร.ท.เทพฤทธิ์ ลาภเหลือ เสนาธิการทหารเรือ และ พล.ร.อ.ถุงเงิน จงรักชอบ ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ

กองทัพอากาศ พล.อ.อ.เสกสรร คันธา (ตท.26) เป็น ผบ.ทอ. ซึ่งจะเกษียณอายุราชการในเดือนกันยายน 2571
พล.อ.อ.วชิระพล เมืองน้อย (ตท.27) รอง ผบ.ทอ. พล.อ.อ.ระวิน ถนอมสิงห์ (ตท.26) ผู้ช่วย ผบ.ทอ. พล.อ.อ.อนุรักษ์ รมณารักษ์ (ตท.28) ผู้ช่วย ผบ.ทอ.
พล.อ.อ.พิชิตไชย สุรกิจพิพัฒน์ (ตท.27) ผบ.คปอ. และ พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย (ตท.29) เสธ.ทอ.

จากภาพทั้งหมดจึงเห็นได้ชัดว่า “ตท.26” กำลังเผชิญโจทย์ที่ใหญ่กว่าการจัดวางกำลังในกองทัพ เพราะเมื่อเพื่อนร่วมรุ่นกระจายตัวอยู่ในตำแหน่งสำคัญจำนวนมาก ความคาดหวังที่ตามมาก็ย่อมสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว

การจัดการกับปัญหาความมั่นคงรอบประเทศ ทั้งชายแดนไทย-กัมพูชา ไทย-เมียนมา ไฟใต้ ตลอดจนความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อาจไม่มีใครคาดหวังให้ทุกปัญหาจบลงอย่างเบ็ดเสร็จแต่สิ่งที่ถูกจับตาคือ ภายใน 1-2 ปี สถานการณ์จะต้องเห็นทิศทางที่ดีขึ้น 

เพราะเป็นช่วงเวลาที่ ตท.26 มีอำนาจและกำลังในการขับเคลื่อนภารกิจ หากทำได้สำเร็จ เสียงชื่นชมย่อมตามมา และคำทำนายที่ว่า “ตท.26 เป็นรุ่นดูแลประเทศชาติ” ก็อาจถูกพูดถึงในฐานะเรื่องที่เกิดขึ้นจริง  ในทางตรงกันข้ามหากผลงานไม่เป็นไปตามเป้า ก็จะเป็นที่มาของคำถาม เมื่อได้คุมเกมความมั่นคงทั้งกระดานแล้ว ผลงานอยู่ที่ไหน?