วันเสาร์ ที่ 12 กันยายน 2569

Login
Login

ผอ.JIC งัดหลักฐาน กัมพูชา ใช้ มรดกโลก เป็นฐานทหาร-เกราะป้องกัน

“ผอ.JIC ” งัดหลักฐาน กัมพูชา ใช้ “ปราสาทพระวิหาร” เป็นฐานทหาร ย้ำมรดกโลกไม่ใช่เกราะสงคราม ขอประชาคมโลกตรวจสอบพิกัด-ภาพอาวุธ-ไทม์ไลน์ ยิงจากไหน

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC) เปิดเผยว่า ฝ่ายไทยมีหลักฐานว่าทหารกัมพูชาใช้บริเวณปราสาทพระวิหารเป็นฐานที่มั่นทางทหาร โดยไทยยืนบนหลักที่ว่า การนำพื้นที่มรดกโลกไปใช้ประโยชน์ทางทหารเป็นประเด็นสำคัญตามกฎหมายระหว่างประเทศ

ข้อมูลที่ฝ่ายไทยนำเสนอประกอบด้วยภาพทางอากาศ พิกัด และภาพอาวุธที่ระบุว่าอยู่ในบริเวณดังกล่าว ทั้งอาวุธต่อต้านรถถัง RPG อาวุธประจำกาย และตำแหน่งอาวุธต่อสู้อากาศยาน สิ่งที่ไทยต้องการคือ ให้มีการตรวจสอบหลักฐานเหล่านี้อย่างเป็นกลาง ไม่ใช่ตัดสินจากคำกล่าวหาของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

พร้อมย้ำว่า ฝ่ายไทยมีข้อมูลว่าบริเวณดังกล่าวถูกใช้ในกิจกรรมทางทหาร และมีข้อกล่าวหาที่ต้องตรวจสอบว่า มีการใช้อาวุธจากพื้นที่นั้นต่อกำลังไทย โดยฝ่ายไทยพร้อมนำเสนอพิกัด เวลา ภาพ และข้อมูลประกอบ เพื่อให้พิจารณาจากข้อเท็จจริง

ผอ.JIC  งัดหลักฐาน กัมพูชา ใช้ มรดกโลก เป็นฐานทหาร-เกราะป้องกัน

เมื่อถามว่า หากทหารกัมพูชาใช้ปราสาทพระวิหารเป็นฐานทหาร เท่ากับว่าปราสาทหมดความคุ้มครองหรือไม่ ผอ.JIC ระบุว่า ไม่ควรพูดว่าหมดความคุ้มครองโดยอัตโนมัติ เนื่องจากกฎหมายมีรายละเอียดและเข้มงวดกว่านั้น โดยอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1954 กำหนดให้หลีกเลี่ยงการใช้ทรัพย์สินทางวัฒนธรรมและบริเวณใกล้เคียงในลักษณะที่ทำให้เสี่ยงต่อการถูกทำลายหรือเสียหายจากการสู้รบ

เมื่อถามย้ำว่า หากมีการยิงจากพื้นที่มรดกโลก ไทยมีสิทธิตอบโต้หรือไม่ ผอ.JIC กล่าวว่า ต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงและกฎหมายในขณะนั้น ไม่ใช่เพียงเพราะมีทหารหรืออาวุธอยู่แล้วจะโจมตีได้ทันที ภายใต้หลักคุ้มครองทรัพย์สินทางวัฒนธรรม ต้องพิจารณาว่าสถานที่นั้นกลายเป็นวัตถุประสงค์ทางทหารหรือไม่ มีทางเลือกอื่นหรือไม่ และต้องใช้มาตรการที่เป็นไปได้เพื่อลดความเสียหายต่อมรดกทางวัฒนธรรม โดยหลักดังกล่าวปรากฏชัดใน Second Protocol ปี 1999 โดยเฉพาะเรื่อง imperative military necessity และ precautions in attack

ผอ.JIC  งัดหลักฐาน กัมพูชา ใช้ มรดกโลก เป็นฐานทหาร-เกราะป้องกัน

เมื่อถามย้ำอีกว่า แล้วใครควรรับผิดชอบต่อความเสียหายของปราสาท ผอ.JIC กล่าวว่า ต้องดู ลำดับเหตุการณ์ว่าใครนำกำลังและอาวุธเข้าไป ใครใช้อาวุธ จากตำแหน่งใด เมื่อใด และฝ่ายที่ตอบโต้มีเป้าหมายอะไร จึงจะประเมินความรับผิดชอบได้อย่างเป็นธรรม ไม่ควรเริ่มเรื่องจากภาพความเสียหายเพียงปลายเหตุ

สำหรับพื้นที่มรดกโลกต้องเป็นพื้นที่แห่งสันติภาพ ไม่ใช่เครื่องมือในการทำสงคราม ทุกฝ่ายมีหน้าที่ร่วมกัน อย่าใช้มรดกทางวัฒนธรรมเพื่อประโยชน์ทางทหาร และอย่าโจมตีมรดกทางวัฒนธรรมโดยปราศจากเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ไทยขอเพียงมาตรฐานเดียวกันสำหรับทุกฝ่าย คือ ตรวจสอบข้อเท็จจริง คุ้มครองชีวิต และคุ้มครองมรดกของมนุษยชาติ

“มรดกโลกไม่ควรถูกใช้เป็นฐานทางทหารหรือเป็นเกราะกำบังการปฏิบัติการทางทหาร หากมีข้อกล่าวหาเรื่องการยิงจากพื้นที่ดังกล่าว ขอให้ตรวจสอบลำดับเหตุการณ์ ใครยิง จากไหน เมื่อใด และเป้าหมายอะไร ไทยพร้อมให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามมาตรฐานสากล” ผอ.JIC กล่าว

ผอ.JIC  งัดหลักฐาน กัมพูชา ใช้ มรดกโลก เป็นฐานทหาร-เกราะป้องกัน