วันเสาร์ ที่ 12 กันยายน 2569

Login
Login

‘ฝ่ายค้าน’ สะกิด ‘กกต.’ อย่าปกป้อง อาชญากร ‘ระบอบสีน้ำเงิน’

ฝ่ายค้าน กังวลว่า คดีฮั้ว สว. "กกต." จะไม่สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นคีย์แมนสีน้ำเงิน พร้อมโยงสัมพันธ์ กับ "กกต.บางคน" ที่นั่งทับเก้าอี้ แม้พ้นวาระตามกฎหมายมานาน

KEY POINTS

  • ฝ่ายค้านแสดงความกังวลว่า กกต. อาจไม่ส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดในคดีฮั้ว สว. เพื่อช่วยเหลือพรรคการเมือง "กลุ่มสีน้ำเงิน" ให้พ้นผิด
  • พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความเชื่อมโยงระหว่าง กกต. บางส่วนที่ได้รับการรับรองโดย สว. ชุดปัจจุบัน ซึ่งอาจส่งผลต่อความเป็นกลางในการพิจารณาคดี
  • ฝ่ายค้านเจาะจงถึงการทำหน้าที่ของ  ฐิติเชฏฐ์ นุชนาฎ กกต. ที่ยังอยู่ในตำแหน่งแม้ครบวาระ มาแล้ว เกือบ 1 ปี เพราะอาจมีธงนำ จาก "ฝ่ายสีน้ำเงิน" ให้อยู่ต่อ เพื่อช่วยอะไรบางอย่าง
  • อีกทั้ง "ฐิติเชฏฐ์" เคยมีพฤติกรรมเพิกเฉยต่อหลักฐาน "โพยฮั้ว" ในวันเลือก สว.ระดับประเทศ 

แม้ว่าเวทีสภาฯ “ฝ่ายรัฐบาล” จะสกัด “ฝ่ายค้าน” ไม่ให้อภิปรายซักถาม “แสวง บุญมี” เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ต่อกรณีรายงานผลการปฏิบัติงานของ กกต. ประจำปี 2567 ซึ่งรายงานส่วนหนึ่งระบุถึง “กระบวนการได้มาของ สว. เมื่อปี 2567” ว่า ปรากฏว่ามีปัญหา จนนำมาสู่การฟ้องร้อง “คดีฮั้ว” และในวันที่ 14 กันยายนนี้ กกต. เตรียมชี้ขาดคดีนี้ว่าจะส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาตามสำนวนอนุกรรมการชุดที่ 26 ทั้ง 229 คน ไปยังศาลหรือไม่

ทว่าช่วงหนึ่งของการพิจารณางบฯ 70 “ฝ่ายค้าน” ใช้จังหวะขอปรับลดงบ “กกต.” ขยี้ข้อความที่อยากส่งผ่านไปยังสังคมต่อ “คดีฮั้ว สว.” โดย “พริษฐ์ วัชรสินธุ” ประธานวิปฝ่ายค้าน สะท้อนความกังวลว่า อีกไม่กี่วันข้างหน้า ที่ กกต. เตรียมตัดสินคดี “ฮั้ว สว.” จะถูกตัดตอนให้เรื่องไปไม่ถึงศาล พยายามทำเรื่องที่สาวไม่ถึง “ผู้บงการ” เพราะเชื่อว่ามีความพยายามช่วยบางพรรคการเมืองที่ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาตามสำนวนสอบสวนของคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 ให้ไม่ถูกสั่งฟ้อง

‘ฝ่ายค้าน’ สะกิด ‘กกต.’ อย่าปกป้อง อาชญากร ‘ระบอบสีน้ำเงิน’

สิ่งที่ “พริษฐ์” อภิปราย ถูก สส.ภูมิใจไทยหลายคนลุกโต้แย้งข้อมูล และให้รอฟังคำตัดสินของ กกต. ในวันที่ 14 กันยายน พร้อมยืนยันว่า “ไม่มีใครเป็นพวกกับ กกต.” ทว่า “สส.พรรคประชาชน” ไม่เชื่อเช่นนั้น พร้อมกับฉายภาพให้เห็นความพยายามของ “กกต.” ที่พยายามปกป้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน ซึ่งรวมคนของพรรคภูมิใจไทยในคดีฮั้ว สว. สวนทางกับคดีสั่งฟ้องผู้สมัคร สว. ก่อนหน้านี้ ที่แม้แค่ปรากฏหลักฐานแชตไลน์แลกคะแนน ก็ยังสั่งฟ้องได้

นอกจากนั้น ยังฉายภาพให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่าง “สว.สีน้ำเงิน” ในฐานะองค์กรที่เห็นชอบ “กกต.” โดยที่ผ่านมา มี กกต. จำนวน 4 จาก 7 คน ที่ สว.ชุดปัจจุบันเห็นชอบ คือ “ณรงค์ รักร้อย ณรงค์ กลั่นวารินทร์ อนันต์ สุวรรณรัตน์ และ จิรุตม์ วิศาลจิตร” ขณะที่อีก 3 คน ถูกเห็นชอบจาก สว.ชุดก่อนหน้า ได้แก่ “ชาย นครชัย สิทธิโชติ อินทรวิเศษ และ ฐิติเชฏฐ์ นุชนาฎ” ที่เชื่อว่าในวันที่ 14 กันยายนนี้ คดีฮั้ว สว. หากถูกสั่งฟ้อง จะเลือกเฉพาะ “ผู้ถูกกล่าวหาที่ไม่ใช่คนวงในพรรคภูมิใจไทย และ สว.กลุ่มสีน้ำเงินอ่อน”

ทั้งนี้ ในที่ประชุมสภาฯ ยังตั้งข้อสังเกตต่อการดำรงอยู่ของ “ฐิติเชฏฐ์” ที่แม้ดำรงตำแหน่งครบวาระตั้งแต่ 4 ธันวาคม 2568 แต่ยังปฏิบัติหน้าที่ “กกต.” ได้ติดต่อกันมาถึง 278 วัน

โดย “ภัณฑิล น่วมเจิม” สส.พรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตต่อเรื่องนี้ว่า “กกต.-ฐิติเชฏฐ์ พ้นตำแหน่ง กกต. แล้ว แต่ยังอยู่ในตำแหน่งได้ต่อ เป็นเพราะมีธงมาแล้ว ปัญหาคือ ผู้มีอำนาจไม่เลือกคนใหม่ ทำให้เงื่อนไขของกฎหมายที่ทำหน้าที่จนกว่าจะมีคนมาแทน คือ ต้องการให้คนๆ นี้ โดยไม่เอาคนใหม่”

‘ฝ่ายค้าน’ สะกิด ‘กกต.’ อย่าปกป้อง อาชญากร ‘ระบอบสีน้ำเงิน’

ประเด็นนี้มีข้อเท็จจริง คือ เมื่อ ฐิติเชฏฐ์ หมดวาระเมื่อ 4 ธันวาคม 2568 กรรมการสรรหาที่มี “อดิศักดิ์ ตันติวงศ์” ประธานศาลฎีกา เป็นประธานสรรหา เริ่มต้นกระบวนการสรรหาใหม่ และส่งผู้ที่ผ่านการคัดเลือก คือ “มณฑล สุดประเสริฐ” อดีตอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ให้ “วุฒิสภา” พิจารณาลงมติในการประชุมสมัยวิสามัญ วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ทว่ามติ สว. เห็นชอบเพียง 9 คน ขณะที่ 102 คนไม่เห็นชอบ และอีก 57 คนงดออกเสียง ถือว่าไม่ได้รับความเห็นชอบตามกฎหมาย

จากนั้น กรรมการสรรหาได้เข้าสู่การรับสมัครเพื่อสรรหาใหม่ และปิดรับสมัครเมื่อ 11 พฤษภาคม 2569 พบว่ามีผู้สมัครเพียง 4 คน แม้กระบวนการจะเดินหน้า แต่ผู้สมัครไม่ได้รับคะแนนเสียงจากกรรมการสรรหา 2 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด ทำให้ต้องสรรหาใหม่อีกรอบ โดยกระบวนการล่าสุดอยู่ในช่วงการเปิดรับสมัครจนถึง 21 กันยายนนี้

ส่วนเหตุผลที่ “สส.พรรคประชาชน” ตั้งคำถามโดยเจาะจงไปที่ “ฐิติเชฏฐ์” เพราะในคดีฮั้ว สว. ปรากฏพยานหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอที่ “ฐิติเชฏฐ์” คือ กกต. ผู้เดินไปริบกระดาษที่สันนิษฐานว่าเป็น “โพยฮั้ว” จากมือของ “มงคล สุระสัจจะ” ประธานวุฒิสภา เมื่อครั้งยังเป็นผู้สมัคร สว. เมื่อ 26 มิถุนายน 2567 แต่กลับไม่ดำเนินการตรวจสอบตามหน้าที่และอำนาจที่กฎหมายให้ไว้ โดยเฉพาะ “การคัดค้านหรือชะลอการประกาศผลการเลือก สว.” เมื่อเห็นว่าการเลือกนั้นไม่เป็นไปตามกฎหมาย

เพราะในเวลาต่อมาของวันเดียวกันกับการเลือก สว. ระดับประเทศ ยังพบโพยฮั้วที่ถูกทิ้งในพื้นที่เลือกอีกจำนวนมาก

แม้ว่า “ภัณฑิล” จะไม่ขยายความถึง “ธงนำ” ที่ “ผู้มีอำนาจ” ยังต้องการให้ “ฐิติเชฏฐ์” นั่งเป็น กกต. แต่ตั้งข้อสังเกตถึงความเป็นกลางต่อการทำหน้าที่

ทั้งกรณีที่ “ฐิติเชฏฐ์” สนับสนุนให้มีหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง หรือ พตส. เพื่อสร้างคอนเน็กชันกับนักการเมือง ทั้งที่ กกต. ควรมีระยะห่างกับ “นักเลือกตั้ง” และยังรื้อฟื้นถึงคดี “ซองเงิน 3 แสนบาท” มาย้ำเพื่อให้เห็นว่า “ฐิติเชฏฐ์” เป็น กกต. ที่ไม่ควรได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ต่อ

ในการอภิปรายของ “สส.พรรคประชาชน” รวมถึง สส.ฝ่ายค้านที่โยงเรื่องงบ กกต. เข้ากับคดีฮั้ว สว. ต้องการสะท้อนให้เห็นถึงความไม่เชื่อมั่นต่อการทำงานของ กกต. ว่า เงินภาษีคนไทยไม่สามารถซื้อมาตรฐานความเป็นกลางจาก กกต. ได้

อย่างไรก็ดี ในวันที่ 14 กันยายนนี้ กกต. จะวินิจฉัยคดีสำคัญ ซึ่งผลนั้นจะยืนยันคำพูดและข้อสันนิษฐานของ “นักการเมืองฝ่ายค้าน-ภาคประชาชน” หรือไม่ว่า กกต. จะทำหน้าที่โปร่งใส เที่ยงธรรม หรือ “ยุติ-ทำ” ตัดตอนคดีฮั้ว สว. เพื่อปกป้อง “ระบอบสีน้ำเงิน”

ที่ “ฝ่ายค้าน” คาดการณ์ตั้งฉายาไว้ให้ล่วงหน้าว่า “กกตหค.” รวมถึงเป็นองค์กรที่สนับสนุนอาชญากรรมทางประชาธิปไตย ไม่ใช่องค์กรที่ปกป้องประชาธิปไตย