"วุฒิสภา" ถกงบฯ 70 แล้ว "กมธ.สว." ห่วงศก.โตต่ำ แนะ "รัฐบาล" เพิ่มเก็บภาษีดิจิทัล-สวล.-การค้า หวังดันรายได้ปี 70 พร้อมแนะทบทวน รายจ่ายด้านสวัสดิการ-เงินอุดหนุน
ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา นัดพิเศษ ที่มีพล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาเรื่องด่วน ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบแล้ว
โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง นำเสนอร่างกฎหมายต่อที่ประชุมตอนหนึ่ง ว่า งบประมาณปี 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบตาม กมธ.เสียงข้างมากที่ปรับลด โดยให้ความสำคัญกับความพร้อมประสิทธิภาพของหน่วยและลดความซ้ำซ้อน ภารกิจสำคัญในการสนับสนุนกระตุ้นเศรษฐกิจ และการแก้ไขปัญหาของประชาชน สนับสนุนให้เศรษฐกิจเติบโตมีความเข้มแข็ง รองรับผลกระทบทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศที่มีความผันผวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งความเหมาะสม ความจำเป็น เพื่อให้มีงบประมาณเพียงพอต่อการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยรับงบประมาณ
ขณะที่ นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร สว. ในฐานะประธาน กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพ.ร.บ.งบฯ 70 รายงานผลการศึกษาตอนหนึ่งว่า กมธ.มีข้อสังเกตต่อการจัดทำงบประมาณ 2570 ในด้านเศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวระดับต่ำ อยู่ที่ 1.9% ในปี 2569 สะท้อนว่ามีความจำเป็นยกระดับขีดความสามารถแข่งขันของประเทศ ดังนั้นระยะต่อไปควรเร่งส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชนและการส่งออก เพื่อเพิ่มการลงทุนภาครัฐ ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับเทคโนโลยี และการค้าโลก เพราะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ อุตสาหกรรมมูลค่าเพิ่มสูง การท่องเที่ยว พร้อมกับบริหารจัดการความเสี่ยงจากหนี้สิน จากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก เพื่อให้ประเทศไทยเติบโตอย่างมีเสถียรภาพอย่างยั่งยืน ซึ่งกมธ.มีข้อเสนอแนะให้รัฐบาลควรยกระดับการผลิต การส่งออก ด้วยการส่งเสริมอุตสาหกรรมอนาคต ยกระดับโครงสร้างการผลิตและการส่งออก
นายวุฒิชาติ กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นรัฐบาลต้องเร่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน หนี้เอสเอ็มอี ปรับโครงสร้างหนี้ และเสริมสภาพคล่องและสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และทำแผนรองรับวิกฤติพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญรัฐบาลควรเตรียมพร้อมรับมือวิกฤติทางภูมิอากาศ พัฒนาภาคการเกษตร ใช้เทคโนโลยียกระดับนวัตกรรมยั่งยืน แม่นยำ เร่งลงทุนระบบน้ำ กักเก็บน้ำชุมชน และระบบเตือนภัย
นายวุฒิชาติ กล่าวต่อว่า ขณะที่การจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล ในปี 70 กมธ.มองว่า รัฐบาลควรติดตามการจัดเก็บรายได้ เพื่อให้ได้รายได้ตามเป้าหมายและสนับสนุนความมั่นคงทางรายได้ระยะยาว โดยกมธ.มีข้อเสนอแนะ คือ ปฏิรูปโครงสร้างภาษี ลดการพึ่งพาจากฐานภาษีรายได้เดิม และเพิ่มแหล่งรายได้ใหม่ เช่น ภาษีสิ่งแวดล้อม ภาษีเศรษฐกิจดิจิทัล และการค้าออนไลน์ระหว่างประเทศ พร้อมนำเอไอเพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บภาษี นอกจากนั้นรัฐบาลควรบริหารความเสี่ยงทางการคลัง ทบทวนสมมติฐาน โดยทำแผนรองรับเศรษฐกิจขยายตัวต่ำกว่าประมาณการเพื่อให้การบริหารงบประมาณยืดหยุ่นและควบคุมหนี้สาธารณะอย่างรอบคอบ และให้ความสำคัญกับการลงทุนภาครัฐที่มีผลตอบแทน และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ
“รัฐบาลควรปรับแผนโครงสร้างรายได้ศุลกากร เตรียมมาตรการรองรับรายได้ภาษีที่ลดลงจากความผันผวนของการค้าโลก โดยปรับบทบาทกรมศุลกากรให้อำนวยความสะดวกการค้า ป้องกันสำแดงราคาต่ำกว่าเป็นจริง เพื่อรักษารายได้และกันการรั่วไหลของภาษี รวมถึงยกระดับการบริหารจัดการเพื่อเพิ่มผลตอบแทนของรัฐวิสาหกิจหรือสินทรัพย์รัฐ และนำส่งรายได้แผ่นดินมากขึ้น” นายวุฒิชาติ กล่าว
นายวุฒิชาติ กล่าวต่อว่า ส่วนด้านรายจ่าย พบว่าโครงสร้างงบประมาณปี 2570 มีรายจ่ายประจำ 73.6% รายจ่ายลงทุน 20.8% ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย แต่กมธ.เห็นว่า รัฐบาลควรเพิ่มประสิทธิภาพ ความคุ้มค่าการจัดสรรงบประมาณ เฉพาะงบรายจ่ายลงทุนให้นำไปสู่การพัฒนาและแก้ปัญหาของประเทศเป็นรูปธรรม โดยกมธ.มีข้อสังเกต คือ รัฐบาลทบทวนโครงสร้างรายจ่ายประจำอย่างจริงจัง เช่น ค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการบุคลากรภาครัฐ เงินอุดหนุนซ้ำซ้อน ค่าดำเนินการที่ไม่จำเป็น





