วันศุกร์ ที่ 11 กันยายน 2569

Login
Login

'โสภณ' ดัน 'สภา' นำร่องเป็นองค์กรธรรมาภิบาล-มีสำนึกรับผิดชอบ

“โสภณ” ดัน “สภาฯ” นำร่องเป็นองค์กรยุติธรรม-ธรรมาภิบาล หนุนปลูกจิตสำนึก ความรับผิดชอบ  ด้าน “ACT” หวังเพิ่มความร่วมมือภาคเอกชน-ประชาชน ขับเคลื่อนโปร่งใส

ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวตอนหนึ่งในงานเปิดสัมมนาการยกระดับความโปร่งใสและธรรมาภิบาลของประเทศไทยตามมาตรฐาน OECD จัดโดย กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ว่า ตนและฝ่ายบริหารข้าราชการสภา มีนโยบายทำบ้านเมืองให้เป็นตัวอย่างต่อแก้ปัญหาทุจริต คอร์รัปชัน โดยประกาศนำร่องเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้สถาบันนิติบัญญัติมีข้าราชการ 3,000 คน มีภารกิจในสภาที่เป็นหลักบัญญัติกฎหมายเพื่อป้องกัน แก้ไขปัญหาทุจริต คอร์รัปชันของภาคส่วนที่นำงบประมาณบริหาร ฐานะหน่วยงานเล็ก แต่อำนาจใหญ่ ดังนั้นต้องคำนึงการได้รับความร่วมมือที่ขึ้นอยู่ บุคลากรของหน่วยงาน 

“การบริหารของรัฐสภา เริ่มหลายเรื่อง เช่น สอบบรรจุที่ผ่านมาของรัฐสภา บางสาขาไม่ผ่านการปฏิบัติ แม้สอบข้อเขียนผ่าน ธรรมาภิบาลมี 2  หลัก คือความยุติธรรมกับคนและการใช้หลักธรรมาภิบาล ทำงาน ระเบียบกฎหมายจะดีอย่างไร หากคนไม่ได้รับการพัฒนา ปลูกจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อหน้าที่จะทำผิด หรือเลี่ยงกฎหมาย หากคนดีอย่างไร กฎหมายไม่ปรับปรุง ระเบียบไม่สมบูรณ์ ดังนั้น 2 สิ่งเป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ปรับระเบียบ กฎหมาย กฎเกณฑ์ เข้าสู่สากล นานาประเทศยอมรับได้ว่า เป็นระเบียบ กฎเกณฑ์ เป็นธรรมาภิบาล จากนั้นพัฒนาคน หรือให้คนดี นำไปปฏิบัติ” นายโสภณ กล่าว

นายโสภณ กล่าวต่อว่า ขณะนี้โลกเผชิญวิกฤติปัญหาทรัพยากร การแย่งชิง ดังนั้นสำคัญคือต้องมีธรรมาภิบาล เพื่อใช้ทรัพยากรให้เป็นประโยชน์กับคนส่วนใหญ่ เสมอภาค และเท่าเทียม 

จากนั้นเป็นพิธีลงนามความร่วมมือระหว่าง กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร และ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)

โดย นายวิเชียร พงศธร รองประธานมูลนิธิองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวถึงความร่วมมือดังกล่าวว่า กรณีที่ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)   มีความสำคัญต่อประเทศไทย เพราะสมาชิกสร้างบรรทัดฐานความโปร่งใส ความรับผิดชอบต่อส่วนร่วม ซึ่งสร้างความไว้วางใจและศรัทธาจากนานาประเทศ ที่จะเกิดประโยชน์กับประเทศไทย ที่มีระบบมาตรฐานธรรมาภิบาล โปร่งใส เป็นธรรม มีผลต่อความเป็นอยู่ของคนไทย ทั้งนี้องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน เชื่อมโยงกับเอกชนสนับสนุนกระบวนการให้เกิดความสำเร็จ

'โสภณ' ดัน 'สภา' นำร่องเป็นองค์กรธรรมาภิบาล-มีสำนึกรับผิดชอบ

“การร่วมลงนามข้อตกลงร่วมกันระหว่าง กมธ. และ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน เป็นจุดเชื่อมสำคัญกับประชาชนและเอกชน แก้ปัญหาการทุจริตของประเทศไทย เป็นความพยายามที่มีเจตจำนงเข้มแข็ง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นแสดงเจตจำนง จากนั้นคือความพยายามสร้างผลงานแก้ปัญหาทุจริต สร้างระบบธรรมาภิบาลโดยรวม” นายวิเชียร กล่าว