วันพฤหัสบดี ที่ 10 กันยายน 2569

Login
Login

ภูมิใจไทย 'ปิดปากสภา’ ถกฮั้วสว. นอกสภาเดือด รุกไล่ ‘กกต.’

"ภูมิใจไทย" ใช้กลยุทธ์ ยื้อเวลา-เลี่ยงอภิปรายรายงาน กกต. ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเลือก สว. ที่ แกนนำสีน้ำเงิน ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาคดีฮั้ว จับตาเกมนอกสภา

KEY POINTS

  • พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ใช้กลยุทธ์ ยื้อการประชุมสภาฯ เพื่อหลีกเลี่ยงการอภิปรายรายงานของ กกต. ที่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วเลือก สว. ซึ่งมีแกนนำพรรคเป็นผู้ถูกกล่าวหา
  • การปิดกั้นประเด็นดังกล่าวในสภาฯ ทำให้ฝ่ายค้านและภาคประชาชนเตรียมเคลื่อนไหวนอกสภาฯ เพื่อกดดัน กกต. แทน
  • มีการวางแผนจัดกิจกรรมต่อเนื่องหลายวัน ทั้งเวทีเสวนา การแถลงข่าว และการชุมนุมในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อเรียกร้องให้ กกต. ดำเนินคดีฮั้ว สว. สั่งฟ้อง 229 คน รวมถึงแกนนำพรรคภูมิใจไทย

 

ความพยายามของ “พรรคภูมิใจไทย” เป็นผลต่อการ “ดึงเวลา” ให้การประชุมสภาฯ วาระพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2570 ขยายออกไป จากเดิมที่ตกลงกันไว้ว่าจะใช้เวลาประชุม 3 วัน คือ 7-9 กันยายน แต่สถานการณ์จริงต้องขยายไปอีก 1 วัน คือ 10 กันยายน พร้อมกำหนดให้ลงมติวาระสามก่อนเที่ยงคืน

ประเด็นสำคัญที่ “พรรคสีน้ำเงิน” ต้องทำเช่นนี้ เพราะในการประชุมสภาฯ วันที่ 10 กันยายน ซึ่งกำหนดไว้ในวาระ มีเรื่อง “รับทราบรายงานประจำปีของ กกต.ปี 2567 และปี 2568” มีเนื้อหาเชื่อมโยงกับ “คดีฮั้ว สว.” ที่ “แกนนำพรรคภูมิใจไทย” อยู่ในข่ายตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาตามผลการพิจารณาของอนุกรรมการชุดที่ 26 หลายคน

ภูมิใจไทย 'ปิดปากสภา’ ถกฮั้วสว. นอกสภาเดือด รุกไล่ ‘กกต.’

ร่องรอยของการดึงเวลา-ยื้อประชุมของภูมิใจไทย ปรากฏให้เห็นตั้งแต่การประชุมสภาฯ 3 กันยายนที่ผ่านมา ที่ส่ง สส.ชายแดนใต้ "ซาการียา สะอิ” ชิงเสนอญัตติแก้ปัญหาไฟใต้ ปาดหน้าการพิจารณารายงานของ กกต. ทั้งที่ก่อนหน้านั้น “วิปรัฐบาล-วิปฝ่ายค้าน” มีข้อตกลงกันไว้แล้วว่า จะให้เป็นไปตามคิว คือพิจารณากระทู้-รายงานของ กกต. ก่อน จึงต่อด้วย “ญัตติแก้ปัญหาไฟใต้”

เมื่อวาระไม่เป็นไปตามคิว ไม่เป็นไปตามข้อตกลง จึงเห็นภาพความบาดหมางซึ่งหน้าระหว่าง “สส.พรรคประชาชน” กับ “สส.พรรคภูมิใจไทย” และส่อลามไปถึงการเมืองนอกสภาฯ ในภาคของ “ไอลอว์และเครือข่าย”

กับสิ่งที่เกิดขึ้น “สาทิตย์ วงศ์หนองเตย” ผู้อาวุโสทางการเมืองค่ายประชาธิปัตย์ มองว่าเป็นปรากฏการณ์ที่เข้าใจได้ว่า พรรคภูมิใจไทยมีความอ่อนไหวต่อคดีฮั้ว สว. ที่ฝ่ายค้านและภาคส่วนต่างๆ ของสังคมเปิดประเด็นฮั้ว สว. ออกมา ทำให้สังคมเห็นว่าข้อเท็จจริงมีความไม่ถูกต้องอย่างไร

ภูมิใจไทย 'ปิดปากสภา’ ถกฮั้วสว. นอกสภาเดือด รุกไล่ ‘กกต.’

ขณะที่คนของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีหลายส่วนเกี่ยวข้องกับสำนวนคดีฮั้ว สว. จึงไม่ต้องการให้เวทีสภาฯ ขยายความ เพราะจะกลายเป็นกระแสสังคมกดดันการตัดสินใจของ กกต.ในวันที่ 14 กันยายน เพราะคนภูมิใจไทยเองต้องการผลในทางตรงข้าม

“เจตนาเห็นกันอยู่ การพิจารณางบประมาณ ทราบว่าตามคนให้มาพูด ทั้งที่ปกติแล้วการอภิปราย สส. ฝ่ายรัฐบาลจะพูดในสัดส่วนที่น้อยกว่าฝ่ายค้าน แต่รอบนี้ สส.รัฐบาลอภิปรายเยอะ เพราะเป้าหมายคือไม่ให้พูดเรื่องคดีฮั้ว สว.” สาทิตย์ ตั้งข้อสังเกต

ภูมิใจไทยบรรลุเป้าหมาย ไม่ต้องการให้เวทีสภาฯ มีจังหวะพิจารณารายงาน กกต. ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ส่วนหนึ่งเพราะไม่อยากให้รายงานถูกขยายผล สร้างกระแสลบต่อ “รัฐบาลอนุทิน”

 

เพราะเนื้อหาส่วนหนึ่งของรายงาน ถูกอ้างถึงการเลือก สว. เมื่อปี 2567 ที่พบปัญหาหลายประเด็น เช่น การตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร สว. ซึ่งตรงกับข้อมูลที่ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่า เป็นจุดอ่อนที่ปล่อยให้เกิด “ขบวนการพลีชีพ” ในการเลือก สว.

หรือการรายงานจำนวนคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการทำผิดกฎหมาย ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. 434 คดี ที่ปรากฏในรายงานปี 2568 พร้อมกับรายงานความสำเร็จที่ กกต. ส่งเรื่องต่อศาลได้ 6 คดี และส่งสู่ชั้นอัยการ 25 เรื่อง คิดเป็น 7.19% ของคดีที่รับเข้ากระบวนการตรวจสอบทั้งหมด

ประเด็นดังกล่าวถูกฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตด้วยว่า เป็นการยื้อคดีเพื่อช่วยบางฝ่ายที่กำลังเสวยอำนาจอยู่ในปัจจุบันหรือไม่ 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ “ภูมิใจไทย” ปิดปาก “ฝ่ายค้าน” ไม่ให้พูดถึงประเด็นฮั้ว สว.ในสภาฯ ได้ ก็ใช่ว่าจะลดกระแสสังคมลงได้

ต้องจับตาความเคลื่อนไหวของฝ่ายค้าน ที่เตรียมเปิดเวทีนอกสภาฯ ตั้งแต่สุดสัปดาห์นี้ไปจนถึงวันที่ 14 กันยายน ดีเดย์ กกต.อาจร้อนแรงยิ่งกว่าที่ “เครือข่ายสีน้ำเงิน” ประเมินไว้

โดยเริ่มจากวันที่ 11 กันยายน “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อม สส. จะแถลงเพื่อส่งข้อความถึง “กกต.” ต่อมาตรฐานการทำงานในทุกคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบอย่างตรงไปตรงมา ไม่ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันจากฝั่งการเมืองที่ปัจจุบันเป็นผู้ทรงอิทธิพล

ภูมิใจไทย 'ปิดปากสภา’ ถกฮั้วสว. นอกสภาเดือด รุกไล่ ‘กกต.’

ต่อด้วยวันที่ 12 กันยายน กมธ.กิจการศาลฯ พร้อมด้วย วิปฝ่ายค้าน จัดเวที “จับตาบทบาทองค์กรอิสระต่อวิกฤติการเมืองไทย” โดยเชิญ 2 นักการเมือง ชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ  โภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภา ปาฐกถาพิเศษ

พร้อมด้วย 4 นักวิชาการ ได้แก่ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ จากทีดีอาร์ไอ ธงทอง จันทรางศุ สิริพรรณ นกสวน สวัสดี ประจักษ์ ก้องกีรติ ขึ้นเวที เพื่อชำแหละผลพวงที่เกี่ยวเนื่องกับคดีโกง สว. และการทำหน้าที่ของ กกต.ที่ส่งผลต่อการเมืองไทย

วันที่ 13 กันยายน พรรคประชาชนพร้อมเครือข่ายภาคประชาชน เตรียมเปิดเวทีนอกสภาฯ เพื่อส่งสัญญาณกดดันให้ กกต.ทำหน้าที่เป็นบุรุษไปรษณีย์ ส่งเรื่องไปยังศาลตามสำนวนของคณะอนุกรรมการชุดที่ 26

เช่น กลุ่มไอลอว์ โดย ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ และเครือข่ายในพื้นที่ กทม. จัดกิจกรรมที่ลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สี่แยกปทุมวัน เพื่อส่งสัญญาณกดดัน กกต. ให้สั่งฟ้อง สว. ผสมโรง “ไล่ สว.สีน้ำเงิน” ออกจากตำแหน่ง

ภูมิใจไทย 'ปิดปากสภา’ ถกฮั้วสว. นอกสภาเดือด รุกไล่ ‘กกต.’

ส่วนพื้นที่ต่างจังหวัด เช่น จ.ภูเก็ต มีกิจกรรม “วิ่ง เดิน ปั่น สั่นกระดิ่ง ติง กกต.” จ.ยะลา กิจกรรม “เดิน-วิ่ง คลีนเมือง คลีนสภา” ขณะที่ จ.เชียงใหม่ จัดแคมป์ปิ้งตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน ยาวถึง 14 กันยายน ที่หน้าสำนักงาน กกต. ประจำจังหวัด

กิจกรรมที่จะเกิดขึ้นทั้งหมดนี้ ต้องจับตาว่าจะเป็นการแสดงพลังที่กลายเป็นคลื่นลูกใหญ่ จนทำให้ “กกต.” ตัดสินคดี “ฮั้ว สว.” ได้ตามความคาดหวังของสังคม ที่ต้องการให้สั่งฟ้อง สว. และผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน ได้หรือไม่