สส.ปชน. ชำแหละ งบฯมท. ไม่โปร่งใส ส่อล็อกสเปค ชี้ ซื้อเสาไฟนวัตกรรม แพง10เท่า แฉต่อ งบซื้อเก้าอี้ สเปกเดียวกัน พื้นที่เดียวกัน แต่ราคาต่างกัน
ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาฯ นัดพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาแล้วเสร็จในวาระสอง ต่อเนื่องเป็นวันที่สาม โดยเริ่มต้นพิจารณา ที่มาตรา 20 กระทรวงมหาดไทย ซึ่ง กมธ. ปรับลดวงเงิน เหลือ 2.26 แสนล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการอภิปรายของ สส. ส่วนใหญ่เป็น สส.ฝ่ายค้าน ที่ขอปรับลดวงเงินลงจากที่ กมธ. พิจารณา เนื่องจากเห็นว่าบางรายการมีราคาแพงเกินความเป็นจริง และบางรายการ เช่น โครงการจัดซื้อเก้าอี้ในหน่วยงานของกระทรวงมหาดไทยในบางจังหวัดพบว่ามีราคาต่างกัน ทั้งที่เป็นรายการจัดซื้อครุภัณฑ์ที่มีสเปคเดียวกัน รวมไปถึงท้วงติงต่อวิธีการสืบราคาของหน่วยงานที่ไม่มีราคากลางที่ชัดเจนแน่นอน ทำให้บางพื้นที่มีค่าส่วนต่างของการซื้อวัสดุ ครุภัณฑ์
ข้องใจซื้อซอฟต์แวร์ตรวจข้อมูลมือถือ 100ล้าน -สืบราคาจากบริษัทไร้รายได้
โดย น.ส.ชลณัฏฐ์ โกยกุล สส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายตอนหนึ่งว่า ตนเสนนอตัดงบโครงการจัดหาระบบวิเคราะห์และสำเนาข้อมูลโทรศัพท์มือถือ เพื่อการพิสูจน์หลักฐานดิจิทัล วงเงิน 100ล้านบาท ของกรมการปกครอง ทั้งหมด เพราะไม่สามารถชี้แจงรายละเอียดได้ถึง ซอฟต์แวร หรือ ซื้ออะไร แต่ราคากลางถูกกำหนดไว้แล้ว โดยสืบราคาจาก 2บริษัท โดยบริษัทแรกมีรายได้ 0บาท และบริษัทที่สองมีรายได้ 480,000บาท ทั้งนี้ตนมองว่าควรชี้แจงให้ได้ออย่างโปร่งใส นอกจากนั้นตนกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลทางโทรศัพท์ ที่ระบุว่า ข้อมูลต้องถูกส่งไปให้ผู้บริการภายนอกประเทศช่วยประมวลผล
แฉ มท. ซื้อเก้าอี้ สเปกเดียวกัน-จังหวัดเดียวกัน แต่คนละราคา
ขณะที่ นายกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ สส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายว่า สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้รับงบ 4,356 ล้านบาท จากการตรวจสอบในโครงการจัดซื้อเก้าอี้ ใน 11 จังหวัด รวม 1,041 ตัว มีวงเงิน 6 ล้านบาท แต่พบว่าในสถานที่เดียวกัน ครุภัณฑ์แบบเดียวกัน แต่ราคาแตกต่างกัน เช่น ที่ จังหวัดลำพูนจัดซื้อ 205 ตัว แบ่งใช้ 2 ห้อง คือ ห้องปฏิบัติการ 46 ตัว ราคาตัวละ 12,000 บาท และห้องประชุมจามเทวี 80 ตัว ราคาตัวละ 19,500 บาท หรือ จังหวัดแพร่ เพื่อใช้ที่ศาลากลางจังหวัดแห่งใหม่ แบ่งใช้ 2 ห้อง คือ ห้องจดหมายเหตุ เก้าอี้แบบประธานทั้งหมด 3 ตัว ตัวละ 6,600 บาท และ ห้องเวียงโกศัย ซื้อเก้าอี้แบบเดียวกัน ราคาตัวละ 5,000 บาท นอกจากนี้ ยังมีการจัดซื้อเก้าอี้แบบทั่วไป ห้องจดหมายเหตุซื้อตัวละ 3,000 บาท ทั้งหมด 164 ตัว แต่ห้องเวียงโกศัย ซื้อ 64 ตัว ราคา 2,270 บาท
นายกันต์พงษ์ อภิปรายต่อว่า จังหวัดอ่างทอง จัดซื้อแบ่งเป็น 3ห้อง คือ ห้องป่าโมก ซื้อ 4,000 บาท ห้องโพธิ์ทอง ซื้อ 4,500 บาท และ ห้องสามโก้ ซื้อ 3,800 บาท ส่วนเก้าอี้แบบทั่วไป ห้องป่าโมกซื้อ 2,800 บาท ห้องโพธิ์ทองซื้อ 2,900 บาท ห้องสามโก้ซื้อ 2,600 บาท การจัดซื้อเกิดขึ้นในศาลากลางจังหวัดเดียวกัน แต่ทำไมถึงจัดซื้อในราคาที่ต่างกัน หากนับเฉพาะโครงการที่ตนยกตัวอย่างมา จัดซื้อด้วยราคาที่ถูกสุดเหมือนกัน จะลดงบประมาณได้ถึง 740,000 บาท
สร้างบ้านพักขรก. 12 คน แต่ตั้งค่าท่อยาวเท่าตึก 20 ชั้น
นายกันต์พงษ์ อภิปรายต่อว่า นอกจากนั้นยังมีโครงการจัดซื้อปั๊มน้ำที่ สำหรับบ้านพักข้าราชการ 12 คน จังหวัดฉะเชิงเทรา ตั้งงบไว้ 250,000 บาท ทั้งที่ราคาประเมินไว้ 190,000 บาท หมายความว่าจัดซื้อแพงกว่าปกติ ตนจึงไปสืบดูก็พบว่าเป็นของจริงคือบูสเตอร์ปั๊ม 3 แรง ราคาที่ประเมินไว้คือ 160,000 บาท แต่ราคาของจริงคือ 1 แสนบาท แต่ในใบเสนอราคาคือ 190,000 แสดงว่าแพงกว่า 7-8 หมื่น ส่วนท่อที่ใช้ร่วมกับปั๊ม คือท่อ HDPE ที่ทนแรงกดดันนํ้าได้สูง จากที่ตนไปดูราคามาหลายที่ ตนประเมินราคาสูงสุดไม่ควรเกิน 450 บาทต่อเมตร แต่วางงบประมาณซื้อท่อไว้ 45,000 บาท คำนวณแล้วสามารถสร้างได้ 100 เมตร เท่ากับตึก 20 ชั้น
แฉ เสาไฟนวัตกรรม แพงเว่อร์ 10เท่า เปิดช่องล็อกสเปก
ขณะที่นายอิทธิพล ชลธารศิริ สส.ขอนแก่น พรรคประชาชน อภิปรายถึงโครงการเสาไฟโซลาร์เซลล์ ผ่านบัญชีนวัตกรรมไทย ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่พบว่ามีราคาแพงผิดปกติ 4-10เท่า ของราคาที่จัดซื้อ เปิดช่องการล็อกสเปกอย่างถูกกฎหมาย โดย อปท.หลายแห่งตั้งโครงการจัดซื้อเสาไฟโซลาร์เซลล์ ตามบัญชีนวัตกรรมไทย ราคาต้นละ 6-7หมื่นบาท เทียบกับราคาที่อปท.เคยจัดซื้อเองตามปกติ อยู่ที่ 6,900 -16,500บาทต่อต้น
“ต้นตอปัญหาไม่ได้อยู่ที่เสาไฟ แต่อยู่ที่กลไกบัญชีนวัตกรรมไทยที่เปิดช่องให้หน่วยงานรัฐจัดซื้อจัดจ้างสินค้าในราคาที่ตั้งไว้ล่วงหน้า ไม่มีการแข่งขัน ซึ่ง วิธีการฮั้วตามบัญชีนวัตกรรมไทยคือ เซลล์จะนำสินค้าไปเสนอนายกอบต. เซลล์บางรายไปถ่ายรูปคู่นายกอบต.เป็นหลักฐานว่า จองสินค้าไว้แล้ว รายอื่นห้ามเข้ามา จากนั้นจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจง ไม่ต้องแข่งขันราคา จบที่ราคาเต็มเพดาน ตามราคานวัตกรรม ล็อกสเปกกันสบายๆ ส่วนต่าง4-10 เท่า ทั้งนี้ ป.ป.ช.เคยเตือนตั้งแต่ปี2567ว่า เป็นช่องว่างทางกฎหมายนำไปสู่ตลาดผู้ขายผูกขาด การทุจริตเชิงนโยบาย เอื้อประโยชน์ผู้ขาย ขณะที่สตง.ก็เคยตรวจสอบเสาไฟโซลาร์เซลล์ท้องถิ่น ตามบัญชีนวัตกรรมไทย พบว่ามีราคาแพงเกินจริง” นายอิทธิพล อภิปราย





