วันจันทร์ ที่ 7 กันยายน 2569

Login
Login

'ปชป.' จับตา 'รัฐบาล' ทำผิดรธน. ปมจัดงบลงทุนไม่ตามเกณฑ์กฎหมาย

"กรณ์-อภิสิทธิ์" ซัดงบฯ70 ไม่ตอบโจทย์แก้ปัญหา แม้เติมเงินกู้ 2แสนล้านบาท พร้อมจับตาเงินลงทุนซุก งบฉุกเฉิน เข้าเกณฑ์ขัดรธน. หรือไม่

ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาฯ นัดพิเศษ ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาแล้วเสร็จในวาระสอง เป็นวันแรก โดยในการพิจารณามาตรา 4 ภาพรวมของงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570

โดย นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายตอนหนึ่งว่า ตนขอลดงบประมาณโดยรวม 10%  เพื่อเปิดช่องให้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) นำเงินส่วนที่ปรับลดไปนั้น กลับไปจัดสรรใหม่ เพื่อให้ตรงกับความต้องการที่แท้จริงของประเทศ  ใน 5 ด้าน คือ 1.การศึกษา 2.สังคมสูงอายุ 3.หนี้ครัวเรือน 4.ประสิทธิภาพการผลิต 5.การปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี  เพราะปัจจุบันประเทศมีปัญหาเชิงโครงสร้างงบประมาณ คือ เงินไม่พอต่อการแก้ปัญหา แม้ว่ารัฐบาลได้เพิ่มเงินในกระเป๋า จากการออก พ.ร.ก.กู้เงิน  4 แสนล้านบาท แต่ใช้โครงการจัดซื้อแผงโซลาร์เซลล์ แต่ไม่ได้แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง

'ปชป.' จับตา 'รัฐบาล' ทำผิดรธน. ปมจัดงบลงทุนไม่ตามเกณฑ์กฎหมาย

นายกรณ์ อภิปรายต่อว่า ขณะที่การจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล ลดลงจากปีที่ผ่านมา และการจัดเก็บรายได้กว่า 99% มาจากการจัดเก็บภาษีจากคนทำงาน มีเพียง 1% ที่จัดเก็บจากอภิมหาเศรษฐีหรือกลุ่มคนร่ำรวย สะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างในการจัดเก็บภาษี ที่ต้องมีการแก้ไข อีกทั้งอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ที่ 2% ซึ่งถือว่าต่ำมาก หากยังยึดความคิดแบบเดิม ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างภาษี บทบาทของต่างชาติในระบบเศรษฐกิจ จุดยืนต่อรัฐวิสาหกิจ หรือหุ้นของรัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลถืออยู่ รวมถึงกฎระเบียบต่างๆ เราจะหวังผลแบบใหม่ไม่ได้ เราต้องคิดใหม่ทำใหม่ เพื่อไม่ให้มีปัญหาเรื่องงบประมาณในอนาคตต่อไป

อภิสิทธิ์ ผิดหวัง กมธ. รีดไขมัน งบฯ70 ไม่มากพอ เพิ่มพื้นที่คลัง-รับมือวิกฤติ

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่าตนขอเสนอตัดงบในภาพรวม จำนวน 1.5แสนล้านบาท เพราะมีเงินนอกงบประมาณจำนวนมากเพื่อแก้ปัญหาประเทศ รวมถึงเป็นปีที่รัฐบาล ตาม พ.ร.ก.กู้เงิน ทำให้จะมีเงินเติมในระบบอีก 2 แสนล้านบาท นอกจากนั้นแล้วเมื่อพิจารณาถึงสถานะของประเทศในประเด็นหนี้สาธารณะเกือบชนเพดาน และยังมีหนี้ที่ค้างในรัฐวิสาหกิจ หรือ ธนาคารของรัฐอีก เป็นเรื่องอันตราย ตนผิดหวังที่ กมธ. ไม่พยายามรีดไขมัน เพื่อให้มีพื้นที่ทางการคลัง ช่องว่างรับมือสถานการณ์วิกฤติที่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง ย้ำว่ายังมีวิกฤติที่ยังไม่สิ้นสุด

ชี้ จัดงบฯ ผ่านเกณฑ์ลงทุน20% แบบเฉียดฉิว

นายอภิสิทธิ์ อภิปรายต่อว่าหากอยากสะสางโครงสร้างงบประมาณ และหากกังวลต่อกับดักงบประมาณที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า ต้องเริ่มจากการทำงานและพูดความจริง ทั้งนี้เมื่อมีรายละเอียดงบประมาณปรากฏ พบว่างบประมาณปีนี้ ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัดเพื่อให้มีเสถียรภาพ มั่นคงยั่งยืนตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ ซึ่งกำหนดให้มีงบรายจ่ายงบลงทุนไม่น้อยกว่า 20% และไม่น้อยกว่าวงเงินที่ขาดดุลของบประมาณ แต่งบประมาณที่ถูกเสนอ รายจ่ายลงทุนผ่านเกณฑ์แบบฉิวเฉียด เกิน 3 หมื่นล้านบาท แต่เมื่อเทียบกับการขาดดุล เกินมาเพียง 1.7 พันล้านบาท

ชี้ 2 โครงการ งบฉุกเฉิน-ทำคลาวน์ ไม่ใช้งบลงทุน

“กมธ.เห็นรายละเอียดงบแล้ว ไม่ตั้งคำถามหรือ ที่นับเป็นรายจ่ายลงทุน เป็นรายจ่ายลงทุนจริงหรือไม่ เพราะที่ผมเห็นใน 2 รายการ ที่ไม่น่าจะใช่ คือ งบกลาง เงินสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉิน ตั้งไว้ 1 แสนล้านบาท บอกว่ามี 6 หมื่นล้าน คือ รายจ่ายลงทุน ทั้งที่งบฉุกเฉินไม่มีโครงการ ไม่มีแบบ ไม่มีสถานที่ บอกว่า 60% ของยอดที่นายกฯ หรือ ครม. อนุมัติเป็นงบลงทุน ผมไม่เชื่อ เพราะหากดูตัวเลขใช้จ่ายงบฉุกเฉินปีผ่านมาเติมโครงการไม่ใช่รายจ่ายลงทุนในสัดส่วนที่สูงมาก และ นับค่าบริการคลาวน์ภาครัฐ ค่าเช่าอีก 4.5 พันล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายลงทุน ผมมองว่าไม่ใช่ เพราะไม่ใช่ลงทุนเรื่องคลาวน์ ส่วนการจัดเก็บข้อมูลเพื่อภารกิจประจำ หรือรายจ่ายประจำ” นายอภิสิทธิ์ อภิปราย

จับตา "ครม.หนู" ทำผิดรัฐธรรมนูญ ปมงบลงทุนน้อยกว่า 20%

นายอภิสิทธิ์ อภิปรายว่าเมื่อมีกฎหมายใช้ต้องบังคับใช้จริงจัง ทั้งนี้หากรัฐบาลจัดไม่ได้ต้องแถลงต่อสภา แต่ทำไมถึงไม่ทำอย่างตรงไปตรงมา หรือบังคับใช้กฎหมายเที่ยงธรรม ตนยืนยันว่าควรตัดลดวงเงินงบประมาณ รายจ่ายที่ไม่จำเป็นสุ่มเสี่ยงทุจริต และจัดเพิ่มงบลงทุน และให้มีพื้นที่การคลังเพื่อแก้ปัญหา เรื่องดังกล่าวตนจะติดตาม เพราะงบแสนล้านที่นายกฯ หรือ ครม. อนุมัติ จะดูว่ามีเจตนาเพื่อรักษาวินัยการเงินการคลัง และใช้งบกลาง 60% เพื่อรายจ่ายลงทุน หากไม่ใช่ แปลว่าผิดกฎหมาย ตนมีหน้าที่ตรวจสอบต่อไป

ขณะที่นายอนุรักษ์ จุรีมาศ สส.ร้อยเอ็ด พรรคภูมิใจไทย ฐานะรองประธาน กมธ. ชี้แจงโดยยืนยันทำถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ ก่อนที่สภาฯจะลงมติ ให้ผ่านมาตรา 4 โดยไม่มีการแก้ไข