วันจันทร์ ที่ 7 กันยายน 2569

Login
Login

'สภาฯ' เริ่มถกงบฯ70แล้ว 'เอกนิติ' ชี้ ภาวะเศรษฐกิจ 70ไม่แน่นอนสูง

"เอกนิติ" รายงานกมธ.งบฯ70 ชี้ภาวะเศรษฐกิจไม่แน่นอนสูง แนะ บริหารความเสี่ยง-จัดการหนี้ หนุนทบทวน ลดหน่วยงานที่หมดความจำเป็น

ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาฯ นัดพิเศษ ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาแล้วเสร็จในวาระสอง เป็นวันแรก

โดย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง ฐานะประธานกมธ. รายงานของกมธ.ตอนหนึ่งว่า กมธ.มีข้อเสนอในภาพรวมที่สำคัญ เพื่อให้รัฐบาลดำเนินการที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจใน ปี70 ที่ภาวะเศรษฐกิจไม่แน่นอนสูง ควรหาแนวทางบริหารความเสี่ยงในโครงการที่มีผลกระทบความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และการบริหารจัดการสาธารณะให้ลดลงระยะยาว เพื่อรักษาพื้นที่ทางการคลัง กรณีที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ เพื่อไม่กระทบเสถียรภาพการเงินการคลังและวินัยการเงินการคลังของประเทศในอนาคต รวมถึงต้องทบทวน ปรับลดหน่วยงานที่หมดความจำเป็น มีภารกิจซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น เพื่อลดภาระงบประมาณภาครัฐ ปรับกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้องให้ครอบคลุมกับแหล่งเงิน หรือ เงินนอกงบประมาณ เพื่อให้การพิจารณางบประมาณมีประสิทธิภาพ

นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า การพิจารณาของ กมธ. ได้ปรับลด จำนวน 1.1 หมื่นล้านบาท โดยพิจารณาจากความสอดคล้องสถานการณ์ปัจจุบัน รวมถึงเป้าหมายและผลการดำเนินการจริง ความคุ้มค่า ความพร้อม และศักยภาพใช้จ่ายงบประมาณ รวมถึงให้ความสำคัญกับเงินนอกงบประมาณ หรือรายได้ที่จัดเก็บเองของหน่วยรับงบประมาณ โดยมีข้อมูลประกอบพิจารณา เช่น รายการที่ล่าช้ากว่าแผน จ่ายเงินไม่ทันในปีงบประมาณ รายการผูกพันเดิมที่จัดซื้อจัดจ้างต่ำกว่าที่เสนอไว้ รายการที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน หรือใช้จ่ายแล้วแต่ไม่เพิ่มประสิทธิภาพ รายการที่ชะลอได้โดยไม่กระทบการบริการประชาชน หรือทบทวนโครงการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย รายการที่ยกเลิก หรือใช้เงินแหล่งอื่น

นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า สำหรับการเพิ่มงบประมาณ ได้พิจารณาตามความเหมาะสมจำเป็นต่อหน่วยงาน ได้แก่ งบกลาง เพื่อเงินสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่วนของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงศึกษาธิการ ส่วนของสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อจัดการศึกษาสำหรับเด็กเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร เพื่อสนองงานตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม สำนักงานเลขาธิการสภาฯ  ส่วนการประชาสัมพันธ์เพื่อพัฒนาระบอบประชาธิปไตย สำนักงานอัยการสูงสุด กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ และ กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  ตามวงเงินของงบประมาณที่ปรับลด

“การพิจารณารายละเอียด ปรับลด เพิ่มงบ กมธ. ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับความพร้อมและศักยภาพของหน่วยงาน ซ้ำซ้อน เป้าหมายดำเนินงาน ผลดำเนินงาน ภารกิจเพื่อสนับสนุน กระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ แก้ปัญหาความเป็นอยู่และประโยชน์โดยตรงกับประชาชนเป็นสำคัญ รวมถึงสนับสนุนให้เศรษฐกิจเติบโต เข้มแข็ง รองรับผลกระทบจากปัจจัยภายในและภายนอก อย่างมีเสถียภาพ และการทำต้องไม่ขัดหรือแย้งกับ รัฐธรรมนูญ  กฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทำตามกรอบงบประมาณได้” นายเอกนิติ กล่าว

จากนั้นได้เข้าสู่การพิจารณาเป็นรายมาตราต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านั้นนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ฐานะประธานวิปรัฐบาล แจ้งผลการหารือถึงการบริหารเวลาว่า ในวันนี้ (7 กันยายน) ซึ่งเป็นวันแรกของการพิจารณาจะพิจารณาให้ลุล่วงถึงมาตรา 16