“ชัชชาติ” เชื่อโกง แก้ได้ ยกรูปแบบ กทม. ใช้ “ดิจิทัล” เสริมการทำงาน-ลดดุลพินิจ ชี้ทุจริตใบอนุญาตเยอะสุด แก้ได้ผ่านยื่นแบบออนไลน์ เผยมียอดแจ้งโกง 1.6หมื่นเรื่อง
ที่มหาวิทยาลัยหอการค้า องค์การต่อต้านคอร์รัปชัน ประเทศไทย (ACT) พร้อมกับภาคีเครือข่าย จัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชัน 2569 ภายใต้หัวข้อ โกงได้ แก้ได้ เปลี่ยนความสิ้นหวังเป็นพลังของคนทั้งประเทศ โชว์พลัง ไม่ทน ไม่เฉย ไม่ชิน
โดย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กทม. มีปัญหาเรื่องทุจริตจำนวนมาก ทั้งนี้การโกงตนมองว่าโกงไม่ได้ แต่หากโกงต้องแก้ให้ได้ ตนมองว่าการโกงเหมือนช้าง แต่ไม่ถูกพูดถึง และคนเลือกพูดถึงส่วนที่เล็กๆ ทั้งนี้ตนมองว่าระบบนิเวศน์การโกงในหน่วยงานที่มีผู้ใช้อำนาจและงบประมาณ ซึ่งมีส่วนร่วมกับการโกงตั้งแต่ระดับผู้นำองค์กร ผู้บริหารองค์กร เจ้าหน้าที่ระดับกลาง เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงาน นอกจากนั้นแล้วคือ ผู้มีอำนาจ ให้คุณให้โทษ แต่งตั้ง แต่ไม่ได้รับผิดชอบในองค์กรโดยตรง นอกจากนั้นคือ เอกชน รวมไปถึงผู้ตรวจสอบ องค์กรอิสระ แต่คนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ ประชาชน
นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า การทุจริตมีหลายรูปแบบ เช่น โกงงบประมาณโดยตรง ที่พบการซื้อเครื่องออกกำลังกายที่แพงเกินจริง เป็นการโกงระดับเบื้องต้น แต่การโกงซับซ้อนมากขึ้น คือ การรับผลประโยชน์ โกงเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ รวมถึงการตีความกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ นอกจากนั้นยังมีการโกงเชิงนโยบาย เป็นการโกงผลประโยชน์ของประชาชนในระยะยาว การแต่งตั้งพวกพ้องให้รับตำแหน่ง ผลประโยชน์ทับซ้อน
ชี้จุดอ่อน คนขายเสียง เหตุระบบราชการไร้ประสิทธิภาพ
“หัวใจต้นตอของการโกงมาจากการแต่งตั้ง หากแต่งตั้งคนทุจริต ซื้อขายตำแหน่ง จะเจ๊งตั้งแต่แรก เพราะเอาคนไม่ดีเข้าสู่ตำแหน่ง ในราชการ คือ การโยกย้าย แต่งตั้ง ซื้อขายตำแหน่ง สอบทุจริตเข้าราชการ หากเป็นข้าราชการการเมืองคือ พวกซื้อเสียง ที่หนักมาก เพราะจะได้คนไม่ดี และมาถอนทุนคืน ผมมองว่าเรื่องนี้ทุกคนมีส่วนร่วมได้ แต่หากถามว่าทำไมต้องซื้อเสียง ยอมให้ซื้อเสียง เชื่อว่าระบบราชการไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ถ้าให้บริการกับประชาชนดีพอ เขาจะไม่เห็นแก่เงิน 500-3,000 บาท เพราะผลประโยชน์จากรัฐบาลที่ซื่อสัตย์จะมีมากกว่าเงินซื้อเสียง โดยทุกส่วนต้องช่วยกัน” นายชัชชาติ กล่าว
นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า การแก้ปัญหาโกง ต้องไม่ดูแค่คน แต่ต้องดูที่ระบบ โดยต้องลิสต์ปัญหาเพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมแก้ปัญหา ทั้งนี้ระบบที่เปิดช่องให้ทุจริต ใช้ดุลยพินิจ ไม่เปิดเผยข้อมูล ตรวจสอบยาก มาเจอเจ้าหน้าที่ ต้องเอาออกให้หมด โดยใช้เทคโนโลยีช่วยให้เกิดความโปร่งใสมากขึ้น รวมถึงต้องแก้ไขกฎหมาย ระเบียบ ลดการใช้ดุลยพินิจ ส่วนประชาชนต้องมีส่วนร่วมแจ้งเบาะแส ขณะที่องค์กรอิสระต้องเป็นคนที่ทำงานเก่งและทำหน้าที่ตรวจสอบจริงจัง
ชี้ หน่วยงานสอบโกงภายในไม่ง่าย เหตุระบบไม่เอื้อให้เร็ว
“หากหวังพึ่งให้หน่วยงานตรวจสอบตัวเอง ไม่ง่าย เพราะระเบียบไม่ได้ทำงานนี้เร็ว แต่งานตรวจสอบจากภาคนอกจะเข้มข้น และจับได้ดีกว่า แต่หลักการคือทุกคนทำหน้าที่ของตนเอง โดยมีการต่อต้านทุจริตเป็นจุดหมายหลัก และแต่ละคนจะประกอบร่างเป็นภาคใหญ่ได้ อย่าหวังว่าคนอื่นจะทำ ต้องทำในส่วนของตัวเองให้ดีที่สุด ถ้ามีปัญหาต้องแจ้ง บอกผู้รับผิดชอบให้แก้ปัญหา” นายชัชชาติ กล่าว
ชี้ โกง "ใบอนุญาต" หนักสุด จ่อปรับเป็นรูปแบบออนไลน์
นายชัชชาติ กล่าวว่า ทุจริตในกทม. ที่หนักสุด คือ ขอใบอนุญาตก่อสร้าง หลักการจะทำเหมือนยื่นภาษี คือยื่นทางออนไลน์ ดังนั้นต้องเปลี่ยนให้เป็นออนไลน์ กิจกรรมที่ขออนุญาตจากกทม. ให้ขึ้นออนไลน์ เพื่อเปลี่ยนจากการใช้ดุลยพินิจเป็นการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยี
ปรับทราฟฟี่ฟองดูว์ รับทุจริต เผยมียอดแจ้ง 1.5หมื่นเรื่อง
นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า ส่วนการแจ้งปัญหาด้วยทราฟฟี่ฟองดูว์ จาก 4 ปีที่ผ่านมา พบผู้แจ้งปัญหาทั่วไปกว่า 1.5 ล้านเรื่อง และเริ่มใช้กับการร้องเรียนเรื่องทุจริต ที่ใช้ชื่อว่ากรุงเทพโปร่งใส ที่การแจ้งข้อมูลจะเป็นความลับ โดยล่าสุดมีผู้แจ้งเรื่องแล้ว 1.6 หมื่นเรื่อง เช่น เทศกิจไถเงิน ทั้งนี้การแจ้งดังกล่าวนอกจากแก้ปัญหาแล้วยังป้องกันการเกิดปัญหาที่เกิดจากเจ้าหน้าที่ได้ด้วย ซึ่งเป็นช่องทางที่ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาทุจริตในพื้นที่ด้วย
เชื่อโกง แก้ได้ จากศรัทธา-สร้างแนวร่วมของประชาชน
“ปัญหาการโกงที่แก้ไม่ได้ เพราะประชาชนไม่ไว้ใจ ศรัทธาในระบบ หากให้อำนาจ แจ้งเรื่อง ผ่านทราฟฟี่ฟองดูว์ ทำให้ประชาชนมีความหวังว่าการโกงแก้ได้ ปัจจุบันที่ต้องมีวันนี้เพราะคนไม่ศรัทธาว่าโกงแก้ได้จริง ดังนั้นหากใช้เทคโนโลยี และรับฟังประชาชน จะทำให้คนเห็นความหวัง และมีโอกาสการแก้ไข เป็นแนวร่วมกับเรา” นายชัชชาติ กล่าว





