วันพฤหัสบดี ที่ 3 กันยายน 2569

Login
Login

'วิโรจน์' ชง 'ชัชชาติ' สางปัญหา ก่อนเซ็นอุโมงค์ กทม. 9.5 พันล.

'วิโรจน์' ชำแหละโครงการอุโมงค์บึงหนองบอน กทม. 9.5 พันล้านบาท ชงข้อเสนอ กทม.ให้ 'ชัชชาติ' หาทางออก ก่อนลงนามทำสัญญา 

เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2569 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กถึงข้อเสนอแนะต่อ กทม. ก่อนเซ็น “อุโมงค์หนองบอน” 9,561 ล้านบาท โดยระบุว่า โครงการก่อสร้างอุโมงค์ส่วนต่อขยายจากบึงหนองบอนถึงคลองประเวศบุรีรมย์และคลองสี่ เป็นโครงการขนาดใหญ่ของ กทม. วงเงินราคากลาง 9,561 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินงานประมาณ 5 ปี ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่ผู้ว่า กทม. ได้ตัดสินใจชะลอการเซ็นสัญญาออกไปก่อน และเพื่อให้ปัญหาดังกล่าว สามารถคลี่คลายไปได้โดยมีข้อกฎหมายรองรับ ผมจึงมีข้อเสนอแนะเพื่อเป็นทางออกให้กับ กทม. ดังนี้ครับ

แม้ว่ากิจการร่วมค้า NC-NB ซึ่งเป็นการ่วมทุนระหว่าง บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) หรือ NWR และ China State Construction Engineering (Thailand) จะเป็นผู้เสนอราคาที่ต่ำที่สุดที่ 9,518 ล้านบาท แต่ก็เป็นราคาที่ต่ำกว่าราคากลางเพียงแค่ 43 ล้านบาท หรือประมาณ 0.45% เท่านั้น และปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาผู้รับจ้าง ยังไม่ได้ลงนาม และประกาศให้เป็นผู้ชนะในการประกวดราคา

นายวิโรจน์ ระบุว่า ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อ NWR ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาล จึงเกิดคำถามว่า บริษัทที่อยู่ระหว่างฟื้นฟูกิจการ จะสามารถรับงานรัฐ มูลค่าเกือบหมื่นล้านบาท ได้หรือไม่ หากรับไปแล้วจะมีสภาพคล่องเพียงพอต่อการดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จอย่างมีคุณภาพ ตามกำหนดหรือไม่ 

ตามมาตรา 64 ของ พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างฯ พ.ศ. 2560 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ และไม่เป็นผู้ทิ้งงาน ซึ่งการที่บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) หรือ NWR อยู่ระหว่างกระบวนการฟื้นฟูกิจการนั้น ยังไม่ถือว่าเป็น “บุคคลล้มละลาย” จึงยังไม่อาจตัดสิทธิจากการประมูลโดยอัตโนมัติได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า กทม.จะไม่ต้องตรวจสอบอะไรต่อ เพราะโครงการมีมูลค่าเกือบหนึ่งหมื่นล้านบาท กทม.ยังต้องพิจารณาว่ากิจการร่วมค้ามีคุณสมบัติ และความสามารถเพียงพอที่จะดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จหรือไม่ ไม่ใช่รับงานไปแล้วเกิดปัญหาจนโครงการล่าช้าหรือทิ้งงาน และสร้างความเสียหายต่อสาธารณะ

จากหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างฯ เลขที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 124 ลงวันที่ 1 มีนาคม 2566 หรือ ว124 โดยทั่วไปกำหนดหลักเกี่ยวกับฐานะการเงินของผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นนิติบุคคล โดยพิจารณา “มูลค่าสุทธิของกิจการ” และในบางกรณี หากไม่ผ่านเกณฑ์ดังกล่าว สามารถใช้หนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของวงเงินงบประมาณโครงการตามเงื่อนไขที่กำหนดได้

แต่เกณฑ์ทั่วไปดังกล่าวมีข้อยกเว้น โดย ว124 ระบุว่าไม่ใช้บังคับกับบางกรณี เช่น นิติบุคคลไทยที่อยู่ระหว่างฟื้นฟูกิจการตามกฎหมายล้มละลาย รวมถึงถ้าหากเป็นงานก่อสร้างที่กำหนดให้ใช้ผู้รับเหมาซึ่งขึ้นทะเบียนกับกรมบัญชีกลางอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องเอาเกณฑ์ของ ว124 มาใช้ซ้ำ

ดังนั้น กรณี NWR จึงไม่สามารถเอาสูตรวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 หรือประมาณ 2,390 ล้านบาทมาฟันธงได้ตรงๆ ว่า หากไม่มีแล้วจะตกคุณสมบัติ

'วิโรจน์' ชง 'ชัชชาติ' สางปัญหา ก่อนเซ็นอุโมงค์ กทม. 9.5 พันล.

แต่ต้องไปดูคุณสมบัติของผู้รับเหมาที่ขึ้นทะเบียนกับกรมบัญชีกลาง เพราะสำหรับผู้รับเหมาชั้นพิเศษ สาขางานก่อสร้างชลประทาน มีเกณฑ์เฉพาะของทะเบียน เช่น ทุนจดทะเบียน วงเงินสินเชื่อ และมูลค่าสุทธิของกิจการต้องเป็นบวก ตรงนี้เองที่หนังสือด่วนที่สุด ที่ กค 0433.3/ว 225 ลงวันที่ 2 เมษายน 2569 หรือ ว225 เข้ามาเกี่ยวข้อง

นายวิโรจน์ ระบุอีกว่า ว225 เป็นหนังสือที่กำหนดกรอบให้ผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่ขึ้นทะเบียนกับกรมบัญชีกลาง ต้องยื่นคำขอตรวจติดตามให้กรมบัญชีกลางตรวจสอบว่าหลังจากได้รับทะเบียนไปแล้ว ผู้รับเหมารายนั้นยังสามารถรักษาคุณสมบัติของชั้นทะเบียนได้อยู่หรือไม่ โดยต้องดำเนินการเมื่อครบ 3 ปีนับจากวันที่ได้รับประกาศรายชื่อ 

ดังนั้น สิ่งที่ กทม.ต้องดำเนินการ ก็คือ การทำหนังสือถามไปยังกรมบัญชีกลางให้ชัดว่า ตกลงแล้ว NWR ได้ยื่นคำขอตรวจติดตามตาม ว225 ภายในกำหนดหรือไม่ และในวันที่ประกวดราคา จนถึงปัจจุบัน NWR นั้นมีสถานะทางทะเบียนอย่างไร และยังมีคุณสมบัติเป็นผู้รับเหมาชั้นพิเศษ ซึ่งกำหนดเอาไว้ที่ TOR หรือไม่ เพราะถ้ากรมบัญชีกลางมีคำสั่งเพิกถอนหรือลดสถานะทางทะเบียนของ NWR ก็จะทำให้ กิจการร่วมค้า NC-NB ขาดคุณสมบัติตาม TOR ซึ่งจะทำให้ กทม. พิจารณาผู้เสนอราคารายอื่นแทนได้

นายวิโรจน์ ระบุเพิ่มเติมว่า ในกรณีที่ NWR ยังมีอยู่ในสถานะผู้รับเหมาชั้นพิเศษในระบบทะเบียนอย่างถูกต้อง กทม. ก็ยังปฏิบัติตามข้อ 6.5 ใน TOR ได้ โดยขอให้กิจการร่วมค้า NC-NB ชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ในประเด็นสำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น NWR กับ China State Construction แบ่งความรับผิดชอบงานกันอย่างไร แหล่งเงินสำหรับทำโครงการมาจากไหน การเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูจะส่งผลต่อความสามารถในการทำงานหรือไม่ 

และการที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ เป็นไปได้ที่อำนาจของกรรมการเดิมในการจัดการกิจการสิ้นสุดลง และตกไปอยู่ที่ผู้บริหารชั่วคราว หรือผู้ทำแผน ตามมาตรา 90/20, 90/24 และ 90/25 ของ พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 ซึ่ง กทม. ก็ต้องตรวจสอบครับว่า ใครคือกรรมการผู้มีอำนาจในการจัดการกิจการของกิจการร่วมค้า NC-NB

นายวิโรจน์ ระบุด้วยว่า ในกรณีที่ข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ ไม่มีความเหมาะสม หรือไม่ถูกต้อง กทม. ก้มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอ ไม่รับราคา และไม่ทำสัญญาตาม TOR ข้อ 6.5 ได้ครับ หรือในท้ายที่สุดแล้ว กทม. จะให้อำนาจตาม มาตรา 67(3) ของ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ ในการยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้าง ด้วยเหตุผลที่ว่า หากทำการจัดซื้อจัดจ้างต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่หน่วยงานของรัฐ หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ ก็ได้นะครับ

เพราะโครงการอุโมงค์ส่วนต่อขยายจากบึงหนองบอนถึงคลองประเวศบุรีรมย์และคลองสี่ เป็นโครงการมูลค่าเกือบหนึ่งหมื่นล้านบาท และเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการป้องกันน้ำท่วม ที่เกี่ยวพันกับคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวกรุงเทพฯ เป็นจำนวนมาก กทม. มีความจำเป็นต้องคัดเลือกผู้รับเหมาที่มีคุณสมบัติ และมีความสามารถที่จะทำงานให้เสร็จจริง ดีกว่าเซ็นไปแล้ว แล้วต้องมาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในภายหลังครับ