วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

อุโมงค์ 9.5 พันล.ขย่ม ‘ชัชชาติ’ วัดใจ 8 ก.ย. จ้างเอกชนฟื้นฟูกิจการ

ผู้ว่าฯ กทม. "ชัชชาติ สิทธิพันธุ์" เผชิญการตัดสินใจครั้งสำคัญว่า จะลงนามในสัญญาจ้างหรือไม่ โดยรอคำสั่งศาลล้มละลายกลาง ชี้ชะตาฟื้นฟูกิจการ NWR 8 ก.ย.นี้

KEY POINTS

  • โครงการอุโมงค์บึงหนองบอนมูลค่า 9.5 พันล้านบาทเกิดปัญหาล่าช้า เนื่องจากบริษัทเอกชนผู้ชนะการประมูล (NWR) กำลังอยู่ในกระบวนการยื่นขอฟื้นฟูกิจการ ทำให้เกิดข้อกังขาด้านคุณสมบัติ
  • ผู้ว่าฯ กทม. "ชัชชาติ สิทธิพันธุ์" เผชิญการตัดสินใจครั้งสำคัญว่าจะลงนามในสัญญาจ้างหรือไม่ โดยต้องรอคำสั่งศาลล้มละลายกลางที่จะชี้ชะตาการฟื้นฟูกิจการของบริษัทในวันที่ 8 ก.ย.นี้
  • กรมบัญชีกลางยังไม่เพิกถอนสถานะผู้รับเหมาของ NWR อย่างเป็นทางการ ทำให้เกิดความคลุมเครือทางกฎหมายว่า กทม. สามารถลงนามในสัญญากับบริษัทที่อาจขาดคุณสมบัติตามเงื่อนไขการประมูล (TOR) ได้หรือไม่

ปมร้อน “อุโมงค์บึงหนองบอน” 9.5 พันล้านบาท ยังไม่จบ “กรมบัญชีกลาง” ผ่าน 2 เดือน ยังไม่เพิกถอน “เอกชน” ผู้ชนะ แต่ขาดคุณสมบัติประมูลงานจ้าง วัดใจ ผู้ว่าฯ กทม. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กล้าดำเนินการ “เซ็นสัญญา” หรือไม่

ความคืบหน้าล่าสุดในการตรวจสอบโครงการก่อสร้างอุโมงค์ส่งน้ำ ส่วนต่อขยายจากบึงหนองบอน ถึงคลองประเวศบุรีรมย์ และคลองสี่ วงเงิน 9,561 ล้านบาท ของกรุงเทพมหานคร (กทม.) หลังจากถูกตั้งข้อสังเกตหลายประการ โดยเฉพาะกรณีบริษัทเอกชนที่ประมูลโครงการ และเสนอราคาต่ำสุด อาจมีปัญหาด้านคุณสมบัติ เนื่องจากส่อมีปัญหาทางฐานะการเงิน จนถึงขั้นยื่นฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลางนั้น

โครงการดังกล่าว กิจการร่วมค้า NC-NB ประกอบด้วย บริษัท เนาวรัตน์ จำกัด (มหาชน) หรือ NWR ร่วมกับ บริษัท ไชน่า เรียลเอสเตท จำกัด เสนอราคาต่ำสุดที่วงเงิน 9,518 ล้านบาท ทำให้เป็นผู้ชนะการประมูล ทั้งที่ NWR อยู่ในสถานะยื่นฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง

ดีเดย์ 8 ก.ย. 2569 ศาลล้มละลายกลาง นัดฟังคำสั่งชี้ชะตาอนาคต บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) หรือ NWR หนึ่งในกิจการร่วมค้า NC-NB ที่เป็นผู้ชนะประมูลโครงการก่อสร้างอุโมงค์น้ำบึงหนองบอนฯ วงเงินกว่า 9.5 พันล้านบาท ที่กำลังคาราคาซังอยู่ในมือ กทม.ตอนนี้

เพราะถ้าศาลล้มละลายกลาง มีคำสั่งให้ NWR เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ คำถามต่อไปที่ต้องจับตาคือ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าฯกทม. สมัยที่ 2 จะตัดสินใจอย่างไร จะกล้าเดินหน้าลงนามในสัญญาจ้างก่อสร้างโครงการอุโมงค์ยักษ์ใหญ่ วงเงินเฉียดหมื่นล้านบาทแห่งนี้ ที่มี NWR เป็นกิจการร่วมค้าหรือไม่

ท่ามกลางความกังวลจากเอกชน-ข้าราชการภายใน กทม. รวมถึงสาธารณชนโดยทั่วไป ถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับฐานะทางการเงิน การขึ้นทะเบียนผู้รับเหมาชั้นพิเศษในกรมบัญชีกลาง และความสามารถในการดำเนินโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของเอกชนรายนี้

ต้องไม่ลืมว่า เหตุการณ์คาราคาซังในเรื่องนี้ เมื่อ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.ได้รับแจ้งจากกรมบัญชีกลางว่า กรมฯกำลังดำเนินการเพิกถอน NWR ออกจากบัญชีรายชื่อผู้ประกอบการงานก่อสร้างภาครัฐ ถึงแม้บริษัทฯจะยื่นซองราคาก่อนวันประกาศเพิกถอนก็ไม่สามารถลงนามในสัญญาได้ เพราะ TOR ได้ระบุไว้ชัดเจน คุณสมบัติของผู้ชนะต้องอยู่จนถึงวันลงนาม 

ส่งผลให้กรณีข้างต้น บริษัทฯจะถูกปรับตกคุณสมบัติ กทม. สามารถเรียกผู้ผ่านคุณสมบัติรายต่อไปมาต่อรองราคา และ กทม. สามารถคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในการทำงาน โดยรอประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมบัญชีกลางเร็ว ๆ นี้

ทว่าจนถึงปัจจุบันผ่านมา 2 เดือนแล้ว กรมบัญชีกลาง ในฐานะ “แม่งาน” ดูแลตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และเอกชนที่มาประมูลงานรัฐ ยังคงไม่ดำเนินการเพิกถอน NWR อย่างเป็นทางการ จากการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างกับกรมบัญชีกลาง ที่หมดคำขอส่งติดตามตั้งแต่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตามหนังสือกรมบัญชีกลาง กค 0433.3/ว 225 ลงวันที่ 2 เม.ย. 2569

ทั้งนี้เอกชนผู้เชี่ยวชาญการประมูลงานก่อสร้างภาครัฐหลายแห่ง วิเคราะห์ตรงกันว่า NWR ค่อนข้างสุ่มเสี่ยงถูกเพิกถอนทะเบียน “สาขางานก่อสร้างชลประทาน ชั้นพิเศษ” อยู่ในระดับสูงมาก ทว่า ณ วันที่ 25 ส.ค. 2569 ยังไม่ควรพูดว่า NWR ถูกเพิกถอนแล้ว เพราะข้อมูลล่าสุดระบุว่ายังอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของกรมบัญชีกลาง

ถ้ากรมบัญชีกลางมีคำสั่ง เพิกถอน NWR ก่อน กทม.ลงนามสัญญา จะทำให้เกิดคำถามทางกฎหมายที่หนักมากว่า NC–NB ยังรักษาคุณสมบัติตาม TOR ได้หรือไม่ และ กทม.จำเป็นต้องตรวจคุณสมบัติใหม่ก่อนลงนามหรือไม่ 

แต่ถ้ายังไม่มีคำสั่งเพิกถอน ในทางทะเบียน ณ เวลานั้น NWR ยังปรากฏเป็นชั้นพิเศษ นี่คือเหตุผลที่ กทม.ยังไม่ได้ตัดสิทธิทันทีตามคำชี้แจงล่าสุดของผู้ว่าฯ กทม. อย่างไรก็ดีอีกเรื่องที่ควรแยกคือ การเพิกถอนทะเบียนผู้รับเหมาไม่ได้ทำให้สัญญาเดิมที่ลงนามไปแล้วเป็นโมฆะอัตโนมัติทุกสัญญา ต้องตรวจเงื่อนไขสัญญา เหตุบอกเลิกสัญญา และสถานะของแต่ละโครงการแยกกัน

หากสุดท้าย NWR ได้รับการฟื้นฟู โดยทั่วไปเจ้าหนี้คือธนาคาร จะสามารถไปอ้างประกาศกรมบัญชีกลาง ว124 เปิดช่องให้เอกชนที่เข้ากระบวนการฟื้นฟู สามารถประมูลงานของรัฐได้ กรมบัญชีกลางจะดึงเรื่องเพิกถอน NWR ออกไป โดยให้เหตุผลว่าต้องพิจารณาทุกชั้นบริษัทในคราวเดียวกันจึงต้องใช้เวลา 

ทำให้ ณ ขณะนี้ NWR ในฐานะกิจการร่วมค้า NC-NB สามารถลงนามในสัญญาอุโมงค์ กทม. 9.5 พันล้านบาทได้ เพราะในระบบยังไม่มีประกาศเพิกถอน แถมยังมีประกาศกรมบัญชีกลาง ว124 รองรับอยู่

ด้วยช่องโหว่เหล่านี้ อาจกำลังทำให้โครงการ “อุโมงค์ กทม.” วงเงินเฉียดหมื่นล้านบาท ซึ่งมาจากภาษีของประชาชน กำลังสุ่มเสี่ยง ตกอยู่ในสถานะถูกตรวจสอบอย่างหนัก

เพราะล่าสุด 20 ส.ค.ที่ผ่านมา เรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการ “ตรวจสอบเบื้องต้น” จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรียบร้อยแล้ว โดยนิตรา เพิ่มทรัพย์ ลิ้มกาญจนาพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักมาตรการป้องกันการทุจริต มอบหมายให้กฤตชัย พรมวัน ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเฝ้าระวังและป้องปรามการทุจริต และเจ้าหน้าที่สำนักมาตรการป้องกันการทุจริต ลงพื้นที่เฝ้าระวังและติดตามการดำเนินโครงการที่ได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ที่มีวงเงินงบประมาณตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไป

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าระวังและติดตามโครงการก่อสร้างอุโมงค์ส่วนต่อขยายจากบึงหนองบอนถึงคลองประเวศบุรีรมย์และคลองสี่ ของกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีราคากลางจำนวน 9,561,000,000 บาท ปัจจุบันโครงการอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาผู้รับจ้าง

ทั้งนี้ คณะเจ้าหน้าที่ได้รับฟังข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับทราบความคืบหน้า ขั้นตอนการดำเนินงาน และประเด็นที่ควรเฝ้าระวังในกระบวนการดำเนินโครงการ และภายหลังการรับฟังข้อมูล คณะเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่บริเวณบึงหนองบอน พื้นที่ที่จะดำเนินโครงการ เพื่อสำรวจสภาพพื้นที่และติดตามข้อมูลประกอบการเฝ้าระวังให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในพื้นที่ อันจะนำไปใช้ประกอบการติดตามการดำเนินโครงการในระยะต่อไป

ดังนั้น ก่อนถึง 8 ก.ย.นี้ ต้องวัดใจ “ชัชชาติ” จะกล้าฟันธง ดำเนินการเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาหรือไม่