'กรมบัญชีกลาง' ปรับตกคุณสมบัติ บ.เนาวรัตน์ ชวดโครงการอุโมงค์น้ำ กทม. 9.5 พันล้าน ชี้ไม่ได้ยื่นเอกสารติดตามสถานะผู้ประกอบการชั้นพิเศษตามเส้นตาย 30 มิ.ย. เปิดทาง กทม. คัดเลือกผู้ประกอบการรายใหม่
ความคืบหน้า โครงการ ก่อสร้างอุโมงค์ส่งน้ำ ส่วนต่อขยายจากบึงหนองบอน ถึงคลองประเวศบุรีรมย์ และคลองสี่ วงเงิน 9,561 ล้านบาท หลังจากถูกตั้งข้อสังเกตกรณีบริษัทเอกชนที่ประมูลโครงการ และเสนอราคา “ต่ำสุด” อาจมีปัญหาด้านคุณสมบัติ เนื่องจากส่อมีปัญหาทางฐานะการเงิน จนถึงขั้นยื่นฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง
โดยโครงการดังกล่าวกิจการร่วมค้า NC-NB ประกอบด้วย บริษัท เนาวรัตน์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท ไชน่า เรียลเอสเตท จำกัด เสนอราคาต่ำสุดที่วงเงิน 9,518 ล้านบาท ทำให้เป็นผู้ชนะการประมูล ทั้งที่บริษัท เนาวรัตน์ จำกัด (มหาชน) อยู่ในสถานะยื่นฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง
ขณะเดียวกันมีคำถามถึงกรมบัญชีกลาง ในการตรวจสอบโครงการ และจัดซื้อจัดจ้างทั่วประเทศ ถึงการติดตามตรวจสอบสถานะของ บริษัท เนาวรัตน์ จำกัด (มหาชน) ตามหนังสือเวียนฉบับที่ 2 เม.ย. 2569 หากมีการติดตามแล้ว มีการรายงานสถานะเป็นอย่างไร บริษัท เนาวรัตน์ จำกัด (มหาชน) ยังเข้าข่ายมีคุณสมบัติในการเข้าร่วมประมูลงานของรัฐหรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ที่ผ่านมา นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. เดินทางไปกรมบัญชีกลาง หาคำตอบกรณี บริษัท เนาวรัตน์ จำกัด(มหาชน) ยังมีคุณสมบัติครบถ้วนในชั้นพิเศษ ประเภทงานก่อสร้างชลประทาน ตามที่ระบุทีโออาร์งานประมูลส่วนต่อขยายอุโมงค์หนองบอน อยู่หรือไม่
สืบเนื่องจากบริษัท เนาวรัตน์ จำกัด (มหาชน) ไม่ได้ยื่นเอกสารตรวจติดตามที่กรมบัญชีกลางกำหนดเส้นตายวันที่ 30 มิ.ย. ที่ผ่านมา จึงเป็นที่มาของประเด็นคุณสมบัติผู้เข้าประมูลต้องขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างประเภทชลประทาน ชั้นพิเศษ
โดยนายชัชชาติ ได้รับแจ้งจากอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในกรณีนี้กรมกำลังดำเนินการเพิกถอน บริษัท เนาวรัตน์ จำกัด (มหาชน) ออกจากบัญชีรายขื่อผู้ประกอบการงานก่อสร้างภาครัฐ ถึงแม้บริษัทฯจะยื่นซองราคาก่อนวันประกาศเพิกถอนก็ไม่สามารถลงนามในสัญญาได้ เพราะทีโออาร์ได้ระบุไว้ชัดเจนคุณสมบัติของผู้ชนะต้องอยู่จนถึงวันลงนาม
ในกรณีอย่างนี้บริษัทฯจะถูกปรับตกคุณสมบัติ ทาง กทม. สามารถเรียกผู้ผ่านคุณสมบัติรายต่อไปมาต่อรองราคา การที่กรมบัญชีกลางพิจารณาออกมาเช่นนี้ทำให้ กทม. สามารถคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในการทำงาน โดยรอประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมบัญชีกลางเร็วๆนี้





