ก่อน กกต. ชี้ขาดสั่งฟ้อง ฮั้ว สว. ฝ่ายค้าน คาดผล3ฉากทัศน์ ทางที่เป็นไปได้ คือ เลือกฟ้อง สว.น้ำเงินอ่อน เบื้องต้น 66 คน เพื่อปกป้องน้ำเงินเข้ม เพื่อประคองอำนาจไปต่อ
KEY POINTS
- มีการคาดการณ์ว่า กกต. อาจเลือกดำเนินคดีฮั้วเลือกตั้ง สว. เพียงบางส่วน โดยสังเวยกลุ่ม "สว.น้ำเงินอ่อน" เพื่อปกป้องกลุ่ม "สว.น้ำเงินเข้ม" ที่ใกล้ชิดศูนย์กลางอำนาจ
- สว. กลุ่ม "น้ำเงินเข้ม" ที่คาดว่าจะรอดพ้นคดี คือกลุ่มที่มีสายสัมพันธ์กับพรรครัฐบาลและได้รับตำแหน่งสำคัญในวุฒิสภา เช่น ประธาน รองประธาน และประธานกรรมาธิการ
- กลุ่ม สว. ที่มีความเสี่ยงสูงสุดที่จะถูกดำเนินคดี คือกลุ่ม "น้ำเงินอ่อน" หรือกลุ่มปลายแถวที่ไม่มีบทบาทหรือตำแหน่งสำคัญใดๆ ในสภาสูง
บนเวที “ฝ่ายค้าน” ที่เปิดโปงขบวนการ “โกงเลือก สว.” เมื่อ 25 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา “สิริพรรณ นกสวน สวัสดี” นักวิชาการรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นคาดการณ์ว่า ในคดีฮั้ว สว.มีความเป็นไปได้ ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งจะตัดสินใจทางใดทางหนึ่ง ระหว่าง 3 แนวทางนี้ คือ 1.สั่งฟ้องทั้งหมด 2.ยกคำร้องทั้งหมด และ 3.ฟ้องบางคน โดยแนวทางหลังนี้ มีความเป็นไปได้สูง
“หาก กกต. จะตัดตอนคดีฮั้ว เชื่อว่าต้องคงเสียงข้างมากในสภาสูงไว้ 1 ใน 3 ซึ่งตัวเลขที่คาดว่าจะถูกฟ้องคือ สว.66 คน ที่ต้องถูกสละตำแหน่ง เพื่อให้ สว.สำรองขึ้นมาทำหน้าที่” สิริพรรณ ประเมินไว้
แม้ขณะนี้จะยังไม่รู้ว่า สิ่งที่ประเมินจะเป็นไปตามนั้นหรือไม่ แต่ความเคลื่อนไหวของ “สว.” พบว่ามีบางสายพยายามหาช่องเพื่อเอาตัวรอด ซึ่งตรงกับที่ “พรรคประชาชน” โดย “พริษฐ์ วัชสินธุ” รองหัวหน้าพรรค ย้ำกับสังคมอย่างต่อเนื่องว่า คดีฮั้ว สว.เป็นไปได้ว่า กกต. อาจเลือกฟ้องเฉพาะ “สว.น้ำเงินอ่อน” เพื่อปกป้อง “สว.น้ำเงินเข้ม” ที่อยู่ใกล้ศูนย์อำนาจ แกนนำรัฐบาล
เมื่อพิจารณาจากข้อมูลของไอลอว์ (iLaw) ที่นำรายชื่อ 229 คนที่ถูกกล่าวหาคดีฮั้ว ซึ่งเป็นแบ่งกลุ่ม สว.จำนวน 138 คน (มีสว.ที่ถูกกล่าวหา ถูกตัดสิทธิไปก่อนหน้านี้ 4 คน และเสียชีวิต 1 คน) กลุ่มสว.สำรอง และผู้สมัครสว.50 คน กลุ่มรัฐมนตรี สส. และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย จำนวน 21 คน และเครือข่ายพรรคภูมิใจไทย จำนวน 20 คน
พร้อมกับเปิดชื่อ สว.สีน้ำเงินบางส่วน กลุ่มที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิด และเป็นเครือข่ายแกนนำพรรคภูมิใจไทย อาทิ กลุ่มพี่น้องท้องเดียวกัน ได้แก่ ประเทือง มนตรี สว.กลุ่ม 15 พี่ชาย นาที รัชกิจประการ แม่ทัพหญิงภาคใต้ของภูมิใจไทย พรเพิ่ม ทองศรี สว.กลุ่ม 13 พี่ชาย ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ อภิชาติ งามกมล สว.กลุ่ม 1 พี่ชาย ไตรเทพ งามกมล สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย มาเรีย เผ่าประทาน สว.กลุ่ม 6 พี่สาว พงษ์พันธ์ เผ่าประทาน สส.ประจวบคิรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย
กลุ่มอดีตผู้สมัคร สส.ภูมิใจไทย อาทิ นิพนธ์ เอกวานิช สว.กลุ่ม 9 อดีตผู้สมัคร สส.ภูเก็ต ณัฐกิตติ์ หนูรอด สว.กลุ่ม 20 อดีตผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช และกลุ่มอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย ได้แก่ นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล สว.กลุ่ม 4 ที่ปรึกษาอนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รมว.สาธารณสุข
พิบูลย์อัฑฒ์ หฤหรรษ์ปราการ สว.กลุ่ม16 ที่ปรึกษา รมว.ท่องเที่ยว พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ สว.กลุ่ม 1 รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง อดีตประธานที่ปรึกษา รมว.มหาดไทย สมัย อนุทิน นั่ง มท.1
โดยไอลอว์คาดการณ์ว่า สว. 3 กลุ่มนี้ อาจรอดจากการสั่งฟ้องของ กกต. เพราะเป็นกลุ่มที่อยู่ใกล้ชิดศูนย์อำนาจ
เมื่อนำรายชื่อ สว.ในกลุ่มที่ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา ตามสำนวนของอนุกรรมการชุดที่ 26 ที่เหลือ มาสแกนถึงความเป็นไปได้ หาก กกต. เลือกแนวทาง “สั่งฟ้องเฉพาะราย” และตามสมมติฐานของนักวิชาการ และฝ่ายค้านที่มองว่าอาจสังเวย “น้ำเงินอ่อน” จะพบว่า ปัจจุบัน สว.ทั้ง 138 คน ถูกแบ่งออกเป็นอย่างน้อย 4 ระดับ คือ
ระดับแรก เป็นกลุ่มที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกลุ่มอำนาจสีน้ำเงิน โดยกลุ่มนี้ถูกคาดการณ์ว่าจะ “รอด” จุดสังเกตคือ เป็นบุคคลที่ได้รับมอบหมายให้ดำรงตำแหน่งสำคัญในวุฒิสภา ตั้งแต่ช่วงแรกที่เข้ารับตำแหน่ง เช่น มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา พล.อ.เกรียงไกร รองประธานวุฒิสภา
รวมถึง สว. ที่ถูกเลือกให้เป็นประธานกรรมาธิการสามัญ วิปวุฒิสภา และกมธ.ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมองค์กรอิสระ จุดสังเกตคือ ถูกวางตัวให้เป็น กมธ.ตรวจสอบประวัติฯ ที่คอยคัดกรองบุคคลเข้าสู่ตำแหน่ง ที่มีผลต่อการเมือง เช่น ป.ป.ช. กกต. ศาลรัฐธรรมนูญ หลายครั้ง
อาทิ ธวัช สุระบาล อภิชาติ งามกมล พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ชีวะภาพ ชีวะธรรม นิรัตน์ อยู่ภักดี วุฒิชาติ กัลยาณมิตร กัมพล สุภาแพ่ง พิศูจน์ รัตนวงศ์ พรเพิ่ม ทองศรี ประเทือง มนตรี พันธ์เจริญวรกุล วิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล ยุทธนา ไทยภักดี อลงกต วรกี พ.ต.อ.กอบ อัจนากิตติ
ระดับสอง เป็นกลุ่มได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ในวิปวุฒิ ที่มาโดยตำแหน่ง เพราะเป็นประธานกมธ. หรือ กมธ.ตรวจสอบประวัติฯ ชุดที่มีผลต่อการเมือง 1-2 ครั้ง รวมถึงรองประธาน กมธ. อาทิ สมบูรณ์ หนูนวล สุนทร เชาว์กิจค้า พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงษ์ พละวัต ตันศิริ วราภัสร์ ไพพรรณรัตน์ ศุภโชค ศาลากิจ นิรุตติ สุทธินนท์ สุทนต์ กล้าการขาย เอนก วีระพจนานันท์ วิรัตน์ รักษ์พันธ์ พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา ฤชุ แก้วลาย นิพนธ์ เอกวานิช เอนก วีระพจนานันท์ สิทธิกร ธงยศ ร.ต.ฉลอง ทองนะ ภาวนา ว่องอมรนิธิ
ระดับสาม เป็นกลุ่มที่ถูกเลือกให้เป็นวิปวุฒิ ที่ไม่ได้มาโดยตำแหน่ง หรือเป็นกมธ.ตรวจสอบประวัติฯ กลุ่มที่ไม่มีผลต่อการเมือง อาทิ วลีรักษ์ พัชระเมธาพัฒน์ พ.ต.ท.สุริยา บาราสัน วิรัตน์ รุ้งแก้ว นิฟาริด ระเด่นอาหมัด ชินโชติ แสงสังข์ เข็มรัตน์ สุรเมธีมาณพ ไพบูลย์ ณะบุตรจอม พิชาญ พรศิริประทาน พละวัต ตันศิริ ธนชัย แซ่จึง รจนา เพิ่มพูล ธารนี ปรีดาสันติ์ จำลอง อนันตสุข วลีรักษ์ พัชระเมธาพัฒน์ อภิชา เศรษฐวราธร ชัยธัช เพราะสุนทร
และระดับสี่ เป็นกลุ่มปลายแถว ที่ไม่ได้รับตำแหน่งสำคัญ หรือมีบทบาทใดๆ ในสภาสูง แต่เมื่อตรวจสอบผลลงมติเรื่องสำคัญในสภาฯ จะพบว่าเป็นการโหวตตามมติข้างมาก โดยกลุ่มนี้คาดว่ามีความเสี่ยงสูง ที่จะตกเป็นเครื่องสังเวย
อาทิ สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม เพราะมีหลักฐานและเส้นเงินคนใกล้ชิด รวมถึงมีพยานชี้ชัดว่าสัญญาว่าจะให้ประโยชน์อื่นใดเพื่อแลกโหวต สมทบ ถีระพันธ์ วันชัย แข็งการเขตร สาลี สิงห์คำ ปวีณา สาระรัมย์ จตุพร เรียงเงิน สมศรี อุรามา พ.ต.ท.สง่า ส่งมหาชัย สมพาน พละศักดิ์ แดง กองมา กัมพล ทองชิว พิบูลย์อัฑฒ์ หฤหรรษ์ปราการ ปราณี เกรัมย์ เป็นต้น
ใน 4 ระดับข้างต้น แม้มีชื่อถูกกล่าวหา แต่ยังไม่แน่ชัดว่าจะใช่กลุ่มที่ กกต.เลือกสั่งฟ้องหรือไม่ แต่ปรากฏการณ์ที่มี สว.กลุ่มเสี่ยง พยายามวิ่งเต้น ขยับเข้าหาผู้มีอำนาจตัวจริง เพื่อหวังพึ่งบารมี คุ้มครองให้อยู่รอด ถึงขั้นมีข่าวว่า เอาอะไรไปแลกก็ยอม เพื่อให้ตัวเองได้อยู่จนครบวาระ
กลุ่มเสี่ยงสีน้ำเงินอ่อน คงต้องลุ้นระทึกจนกว่าจะถึงวันเวลาที่ กกต.ต้องชี้ชะตาอย่างเลี่ยงไม่ได้





