วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

2 ปมโครงการอุโมงค์น้ำ กทม. 9.5 พันล้าน บี้กรมบัญชีกลางลงดาบเอกชน

เปิด 2 ปมโครงการก่อสร้างอุโมงค์ส่งน้ำฯ กทม. 9.5 พันล้านบาท ไฉน กทม.ยังไม่เลิกสัญญา ทั้งที่เอกชนยื่นฟื้นฟูกิจการ ส่อขัด TOR บี้กรมบัญชีกลาง ลงดาบกี่โมง

ล่วงเลยมานับสัปดาห์แล้ว แต่เหมือนกรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยเฉพาะ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าฯ กทม.สมัยที่ 2 ซึ่งได้รับคะแนนสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์กว่า 1.5 ล้านเสียง ยังคงไม่ทำอะไร กับเงื่อนปมที่ค้างคาใจสาธารณชน 

กรณีโครงการก่อสร้างอุโมงค์ส่งน้ำ ส่วนต่อขยายจากบึงหนองบอน ถึงคลองประเวศบุรีรมย์ และคลองสี่ วงเงิน 9,561 ล้านบาท หลังจากถูกตั้งข้อสังเกตหลายประการ โดยเฉพาะกรณีบริษัทเอกชนที่ประมูลโครงการ และเสนอราคา “ต่ำสุด” อาจมีปัญหาด้านคุณสมบัติ เนื่องจากส่อมีปัญหาทางฐานะการเงิน จนถึงขั้นยื่นฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง

แม้ว่ากลุ่มเอกชนรับเหมาก่อสร้างระดับยักษ์ใหญ่หลายแห่ง มีข้อกังวลใจ พร้อมกับตั้งคำถามถึง กทม.ว่า เหตุใดกิจการร่วมค้า NC-NB ประกอบด้วย บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) หรือ NWR ร่วมกับ บริษัท ไชน่า เรียลเอสเตท จำกัด จึงสามารถเข้าร่วมประมูล และเสนอราคาต่ำสุดที่วงเงิน 9,518 ล้านบาท ทั้งที่ NWR อยู่ในสถานะยื่นฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง

ไม่ใช่แค่ไม่ยกเลิกโครงการ ทว่า กทม.ยังอยู่ระหว่างการเดินหน้าเจรจากับ NC-NB เพื่อต่อรองราคา ก่อนนำเสนอ “ชัชชาติ” ในฐานะผู้ว่าฯ กทม.ลงนามประกาศรายชื่อเอกชนผู้ชนะการประกวดราคาอย่างเป็นทางการด้วย

2 ปมโครงการอุโมงค์น้ำ กทม. 9.5 พันล้าน บี้กรมบัญชีกลางลงดาบเอกชน

นอกเหนือจากโครงการก่อสร้างอุโมงค์ส่งน้ำฯ วงเงินกว่า 9.5 พันล้านบาทแล้ว NWR ยังร่วมเป็นกิจการร่วมค้า และเป็นคู่สัญญากับ กทม.อีกอย่างน้อย 3 แห่ง รวมวงเงินกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท ทว่ามีอย่างน้อย 2 สัญญาที่ยังทำไม่แล้วเสร็จ ทั้งที่จะสิ้นสุดสัญญาในสิ้นเดือน ส.ค.นี้ ทว่า NWR กลับยังฝ่าอุปสรรคเข้าร่วมประมูลโครงการก่อสร้างอุโมงค์ส่งน้ำฯ กทม. และยังจ่อเข้าวินเป็นผู้ชนะอีก

ที่สำคัญไม่ใช่แค่ กทม.เท่านั้น แต่ “กรมบัญชีกลาง” ในฐานะโต้โผใหญ่เรื่องการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เหตุใดยังไม่มีการเคลื่อนไหวเรื่องนี้ หรือแม้แต่เริ่มกระบวนการพิจารณาเพิกถอนผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่ไม่ส่งเอกสารตรวจติดตามคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

หากพิจารณาตาม พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 วางหลักเกณฑ์ไว้อย่างชัดเจนว่า ผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่ได้รับการอนุมัติขึ้นทะเบียนในชั้นต่าง ๆ กับกรมบัญชีกลางแล้ว จะต้องได้รับการตรวจติดตามคุณสมบัติทุก ๆ 3 ปี เพื่อยืนยันว่าผู้ประกอบการรายนั้น ๆ ยังคงมีศักยภาพ บุคลากร เครื่องจักร และสถานะทางการเงินที่พร้อมที่จะรับงานภาครัฐอย่างจริงแท้

โดยกรมบัญชีกลางได้ออกหนังสือเวียน ที่ กค 0433.3/ว 225 ลงวันที่ 2 เม.ย. 2569 เรื่อง “แจ้งกรอบระยะเวลาการยื่นคำขอตรวจติดตามผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมบัญชีกลาง” โดยกำหนดเดดไลน์ให้ผู้ประกอบการทุกรายต้องยื่นคำขอตรวจติดตามภายในวันที่ 30 มิ.ย. 2569

ทว่าจนถึงตอนนี้ สถานะของ NWR ซึ่งยื่นฟื้นฟูกิจการกับศาลล้มละลายกลางนั้น ยังไม่มีข้อเท็จจริงยืนยันแน่ชัดว่า “กรมบัญชีกลาง” เข้าไปดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติแล้วหรือไม่ ทั้งที่เรื่องนี้เป็นประเด็นใหญ่ และส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง กับทั้งแวดวงรับเหมาก่อสร้าง และความน่าเชื่อถือของหน่วยงานรัฐระดับประเทศอย่าง กทม.

ทั้งนี้ในหนังสือเวียน ที่ กค 0433.3/ว 225 ลงวันที่ 2 เม.ย. 2569 ของกรมบัญชีกลาง ระบุสาระสำคัญในข้อ 3.สำหรับผู้ประกอบการงานก่อสร้าง ที่ได้รับการประกาศรายชื่อเป็นผู้ประกอบการงานก่อสร้าง ที่มีสิทธิเป็นผู้ยื่นข้อเสนอต่อหน่วยงานของรัฐ ตั้งแต่ครั้งที่ 5/2566 เป็นต้นไป เมื่อครบกำหนดระยะเวลา 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับการประกาศรายชื่อ ให้ยื่นคำขอตรวจติดตาม ผ่านระบบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการของกรมบัญชีกลาง ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่ครบกำหนดดังกล่าว

และข้อ 5.กรณีที่ผู้ประกอบการไม่มีคุณสมบัติชั้นเดิมตามที่ได้รับการขึ้นทะเบียนไว้ ให้ยื่นคำขอปรับลดระดับชั้น ให้สอดคล้องกับคุณสมบัติที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อประกอบการพิจารณาตรวจติดตาม

หนังสือของกรมบัญชีกลาง ทิ้งท้ายด้วยว่า หากผู้ประกอบการงานก่อสร้าง มิได้ยื่นเอกสารหลักฐาน เพื่อประกอบคำขอตรวจติดตามผ่านระบบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการภายในระยะเวลาที่กำหนด กรมบัญชีกลางจะดำเนินการเพิกถอนรายชื่อผู้ประกอบการรายนั้น ออกจากทะเบียนผู้ประกอบการต่อไป

ดังนั้นเงื่อนปมโครงการก่อสร้างอุโมงค์ส่งน้ำฯ กทม. วงเงินกว่า 9.5 พันล้านบาทในตอนนี้คือ

1.เหตุใด กทม.จึงยังเจรจาต่อรองราคากับ NC-NB ซึ่งประกอบด้วย NWR ที่ยื่นฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มะลายกลาง เข้าข่ายทำผิดต่อเงื่อนไขใน TOR หรือไม่

2.ไฉนกรมบัญชีกลางซึ่งเป็น “แม่งาน” ในการตรวจสอบโครงการ และจัดซื้อจัดจ้างทั่วประเทศ ถึงยังไม่ติดตามตรวจสอบสถานะของ NWR ตามหนังสือเวียนฉบับที่ 2 เม.ย. 2569 หากมีการติดตามแล้ว มีการรายงานสถานะเป็นอย่างไร NWR ยังเข้าข่ายมีคุณสมบัติในการเข้าร่วมประมูลงานของรัฐหรือไม่ ทั้งที่ยื่นฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง

เพราะต้องไม่ลืมว่า หากสุดท้าย กทม.ยอมลงนามในสัญญาก่อสร้าง แต่หากเอกชนไม่สามารถทำงานได้ อาจเกิดความเสียหายต่อราชการ ทั้งเกิดความล่าช้า หรือเลวร้ายสุดคือถึงขั้นทิ้งงาน จนต้องเกิดข้อพิพาททางกฎหมายเกิดขึ้น ดังนั้นทั้ง กทม. และกรมบัญชีกลาง จำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างฯ 2560 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

ทั้งหมดคือ 2 ประเด็นที่ กทม.-กรมบัญชีกลาง จำเป็นต้องมีคำตอบออกมาโดยเร็ว หากยังนิ่งนอนใจต่อไป อาจทำให้สูญเสียเม็ดเงินจากภาษีประชาชนเฉียดหมื่นล้านบาท จนเกิดความเสียหายกับภาครัฐก็เป็นไปได้