เปิด 3 ประเด็นหลักที่จะใช้ในการซักฟอก ได้แก่ ความไม่ชอบมาพากลในโครงการ TH-AI Passport คดีทุจริตการเลือก สว. และข้อกังขาการใช้ พ.ร.ก. เงินกู้ 4 แสนล้านบาท
KEY POINTS
- พรรคประชาชน (พรรคส้ม) ยืนยันจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลแบบลงมติตามมาตรา 151 ในสมัยประชุมสภาฯ ที่จะถึงนี้
- เปิด 3 ประเด็นหลักที่จะใช้ในการซักฟอก ได้แก่ ความไม่ชอบมาพากลในโครงการ TH-AI Passport, คดีทุจริตการเลือกตั้ง สว. และข้อกังขาการใช้ พ.ร.ก. เงินกู้ 4 แสนล้านบาท
- การอภิปรายครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ "ทุบกำแพงน้ำเงิน" เพื่อต่อสู้กับขั้วอำนาจรัฐบาลปัจจุบัน ซึ่งกำลังเป็นประเด็นทางการเมือง
เมื่อ 9 ส.ค.69 ที่ผ่านมา พรรคประชาชน (ปชน.) ครบรอบ 2 ปี แต่หากนับในฐานะยานพาหนะคันที่ 3 ของ “พรรคส้ม” เป็นเวลากว่า 8 ปีแล้วที่องคาพยพสีส้ม โลดแล่นบนเส้นทางการเมืองในระบบรัฐสภา แต่ยังไม่เคยเป็น “รัฐบาล” แม้ว่าจะชนะการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 แต่ด้วยอำนาจ “รัฐพันลึก” ในกลไกรัฐธรรมนูญปี 2560 ผลักให้พรรคนี้กลายเป็น “ฝ่ายค้าน” อย่าง “ค้านสายตา” สาธารณชน
“เท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรค ปชน.โพสต์รำลึก 2 ปีของพรรค โดยยืนยันว่าพรรค ปชน.ยังคงสืบทอดเจตนารมณ์ พรรคอนาคตใหม่-พรรคก้าวไกล เดินหน้าเพื่อชนะการเลือกตั้ง สร้างความหวัง ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อไป ท่ามกลางมรสุมมากมายรุมเร้า ทั้งปัจจัยภายใน ไม่ว่าจะเป็นกรณีกล่าวหาเรื่อง “พรรคชายเป็นใหญ่” มีอดีต สส. - สมาชิกพรรค มีพฤติการณ์ “คุกคามทางเพศ”
หรือแม้แต่การเดินหมากการเมืองผิดพลาด ไปลงนาม MOA โหวต “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกฯ เมื่อปลายปี 2568 ส่งผลสถาปนา “ระบอบสีน้ำเงิน” กุมอำนาจเบ็ดเสร็จการเมืองไทยในเวลานี้ แม้แต่ “ศิริกัญญา ตันสกุล” รองหัวหน้าพรรค ถึงกับบอกกับสื่อว่า “หลาบจำแล้ว”
ทว่าบทบาทที่โดดเด่นของพรรค ปชน.ที่หลายฝ่ายยังคงชื่นชมคือ ความคงเส้นคงวาในการตรวจสอบอำนาจรัฐ โดย “พริษฐ์ วัชรสินธุ” รองหัวหน้าพรรค ปชน.และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า ในสมัยประชุมสภาฯ ครั้งหน้า จะมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ แบบลงมติ ตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญแน่นอน ส่วนจะเป็นช่วงเดือนไหน ต้องหารือร่วมในฝ่ายค้านก่อน เพราะรัฐสภาจะเปิดสมัยประชุมในปลายเดือนส.ค.นี้ แต่ยืนยันไม่ชักช้า
“พริษฐ์” ยังแบไต๋เนื้อหาที่จะใช้ใน “ศึกซักฟอก” ครั้งนี้ เบื้องต้นอย่างน้อย 3 ประเด็น ได้แก่
1.ความไม่ชอบมาพากลโครงการ TH-AI Passport วงเงินกว่า 1.6 พันล้านบาท ที่เกาะติดมาตั้งแต่ต้น ที่มีเงื่อนปมครหา “ส่อล็อกสเปก” หรือไม่ แม้ว่าโต้โผคนสำคัญของพรรคอย่าง “ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ” สส.บัญชีรายชื่อ ปชน.จะโดนคดีพัวพันเส้นทางเงินการเทรดเงินตราต่างประเทศโดยมิชอบ (Forex) จนต้อง “ลดบทบาท” ลงไป “ แต่ สส.ที่เหลือของพรรค ยังคงเดินหน้าตรวจสอบโครงการนี้อย่างเข้มข้นต่อไป
2.กรณี “โกง สว.” ที่พรรค ปชน.ร่วมกับโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) จัดกิจกรรมร่วมกัน รวมถึง ปชน.อาศัยสถานะ “ฝ่ายค้าน” จัดเวทีเชิญ “พยาน” บรรดาผู้สมัคร สว.เมื่อปี 2567 ที่ผ่านมา โชว์ข้อมูล พยานหลักฐานเชิงประจักษ์ต่างๆ เกี่ยวกับคดีนี้ พัวพันไปแทบทุกองคาพยพ “ฝ่ายน้ำเงิน”
“พริษฐ์” ยืนยันว่า คดีโกง สว.มีความเกี่ยวข้องกับรัฐบาลที่สามารถนำมาอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ เพราะรัฐมนตรีที่อยู่ใน ครม.นี้ อยู่ในสถานะที่ถูกกล่าวหา ดังนั้นน่าจะเป็นคดีทุจริตที่เกี่ยวข้องกับ “คนใน ครม.” เยอะที่สุดคดีหนึ่ง
โดยเฉพาะบนเวที “เจาะลึกหลักฐาน คดีโกง สว. ภาค 4 ใบสั่ง เส้นเงิน สายสัมพันธ์” ที่ฝ่ายค้านจัดขึ้นเมื่อ 9 ส.ค.69 ที่ผ่านมา มีการเปิดเผยเส้นทางการเงินอย่างน้อย 9 แสนบาท ถึงบุคคลบางกลุ่มที่อ้างว่าเป็น “กกต.” ถือเป็นพยานหลักฐานชิ้นใหม่ และน่าจับตาว่า ที่ประชุม กกต.ชุดใหญ่ จะนำพยานหลักฐานชิ้นนี้ ไปประกอบการพิจารณาในสำนวน ซึ่งจะมีการสรุปผลชี้ขาดภายในสิ้นเดือนส.ค.นี้หรือไม่
3.กรณีการออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ในส่วนการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน วงเงิน 2 แสนล้านบาท แม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีมติ 7 ต่อ 2 เสียง “ไฟเขียว” ให้รัฐบาลเดินหน้าได้ต่อก็ตาม แต่พรรค ปชน.มองว่า พ.ร.ก.กู้เงิน ในส่วน 2 แสนล้านบาทก้อนหลังนั้น อาจจะมีการกลับลำ นำไปใช้แบบ “ผิดวัตถุประสงค์” หรือไม่
“พริษฐ์” ยืนยันด้วยว่า ตั้งแต่เริ่มปิดสมัยประชุม ปชน.ให้การบ้าน สส.ว่า จะมีการยื่นซักฟอกในสมัยประชุมที่กำลังจะเปิด ให้แต่ละคนรวบรวมข้อมูลเบาะแส และส่งไปยังส่วนกลางของพรรค โดยขณะนี้มีหลายคนเริ่มนำเสนอข้อมูลแล้ว
มีรายงานว่า ข้อมูลเกี่ยวกับการ “ซักฟอก” นั้น เบื้องต้น “พรรคส้ม” ตีปี๊บไว้อย่างน้อยหลายสิบประเด็นนอกเหนือจาก 3 หัวข้อข้างต้น เช่น กรณีเกี่ยวกับกระทรวงมหาดไทย ไม่ว่าจะเป็นรุกที่ดินเขากระโดง ที่ยังคาราคาซัง กรณีทุจริตสอบท้องถิ่น พัวพันบิ๊กเนมคลองหลอด ขบวนการ “พ่อทิพย์” เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีปัญหาสารพิษข้ามพรมแดนบริเวณลุ่มแม่น้ำกก สารพันปัญหาซุกใต้พรมในเรื่อง “ประกันสังคม” กรณีกองทุน กยศ.ที่อาจมีเงินไม่พอให้เด็กกู้ใหม่ รวมไปถึงกรณีล่าสุดอย่าง ประธาน กสทช.ถูกคณะกรรมการสรรหาฯ ชี้ขาดว่า ขาดคุณสมบัติเป็น กสทช. แต่ยังไม่ยอมลุกจากเก้าอี้ อ้างว่ายังไม่มีโปรดเกล้าฯ เป็นต้น
ล่าสุด เกิดดราม่า “ประเด็นกำแพง” เกิดขึ้น โดยฝ่ายจุดกระแสแบบไม่ตั้งใจคือ “พรรคส้ม” อย่าง “ศิริกัญญา” ที่หล่นคำพูดในงานปาฐกถา นิธิ เอียวศรีวงศ์ ประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 7 ส.คม.69 ที่ผ่านมา พูดถึงระบบการเมือง พรรคส้มตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ เกิดการพลิกขั้วขึ้น ตอนหนึ่งว่า “...ไม่อย่างนั้นมันจะรู้สึกว่า สู้อย่างไร มันก็สู้กับกำเเพง เอาอย่างไรก็เอามันไม่ลง...”
ถัดมาเมื่อ 9 ส.ค.2569 “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกฯ และรมว.มหาดไทย โพสต์ลอยๆ ผ่านเฟซบุ๊กว่า “วิ่งหัวชนกำแพงทุกวัน แต่กำแพงก็ยังสูงขึ้น หนาขึ้น ถ้ายังคงวิ่งชนอยู่ มันก็เจ็บหัวอีก” สร้างแรงเดือดแรงแค้นกับ “พรรคส้ม-ด้อมส้ม” อย่างมาก โดยบรรดา สส.ส้ม ต่างดาหน้าโพสต์วิพากษ์วิจารณ์ “อนุทิน-ระบอบสีน้ำเงิน” อย่างหนักหน่วง
ล่าสุดวานนี้ (10 ส.ค.) “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร-เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร” 2 หัวแถว “พรรคส้ม” นัดหมาย “ด้อม” ในวันที่ 30 ส.ค. 2569 จัดกิจกรรม People Town Hall เขตบางพลัด และเขตบางกอกน้อย #1 โดยเป็นกิจกรรมสมาชิกสัมพันธ์พรรค ปชน.ใน 2 เขตดังกล่าว และยังเปิดรับวอล์กอินจากประชาชนทั่วไปด้วย ที่ศาลาการเปรียญ วัดรวกบางบำหรุ เขตบางพลัด กทม.
สาระสำคัญในกิจกรรมดังกล่าว นอกเหนือจากการนัดพบกับสมาชิกพรรคใน 2 เขต กทม.แล้ว จะมีการอัปเดตไส้ใน “ระบอบสีน้ำเงิน” โดย “วิโรจน์” พร้อมเปิดเผยจุดอ่อนแย้มถึงกลยุทธ์ในการทุบ “กำแพงโสโครกสีน้ำเงิน” ที่คอยปิดกั้นความเจริญของประเทศนี้ ให้ราบไปเสียที
“ไม่ว่าหน้ามันจะหนาแค่ไหน กำแพงโสโครกจะสูงเพียงไร ได้เวลามาช่วยทุบกำแพงทิ้ง แล้วเอาซากมาถมที่ทำฮวงซุ้ยให้กับพวกมัน ที่เขากระโดงกันครับ” วิโรจน์ ระบุ
การโหมโรงของ “วิโรจน์” ดังกล่าว ในวันที่ 30 ส.ค.69 นี้ สอดรับกับช่วงเวลาที่ “สมัยประชุมสภาฯ” จะเปิดตัว ตรงกับที่ “พริษฐ์” ระบุว่า จะมีการยื่น “ซักฟอก” ในสมัยประชุมหน้าอย่างแน่นอน พร้อมกับชูธงเรื่อง “ทุบกำแพงน้ำเงิน” ที่กำลังเป็นประเด็นดราม่าอยู่ในตอนนี้
น่าจับตากลยุทธ์ “พรรคส้ม” จะไปสู้กับ “ค่ายน้ำเงิน” ที่คุมทุกกลไก-ทุกองคาพยพทางการเมืองไว้แทบจะเบ็ดเสร็จ ในชั่วโมงนี้อย่างไร ต้องรอดู
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





