‘ณัฐพงษ์’ มั่นใจเสียง ‘ฝ่ายค้าน’ ล้ม ‘รัฐบาล’ ได้ ซัด 'ระบอบน้ำเงิน' ไร้เสถียรภาพเป็นรัฐบาลได้ไม่นาน แย้มรอจังหวะเหมาะสม ยื่นซักฟอกทันที
เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2569 ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จ.ปัตตานี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงภารกิจเยือนประเทศจีนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มองว่าหากไม่นำข้อเสนอของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงาไปเจรจาจะเป็นการเสียโอกาส ว่า การเดินทางไปต่างประเทศของนายกรัฐมนตรีอาจจะมีกำหนดการเฉพาะ แต่เวทีทางการทูตเช่น วาระการพบกันในมื้ออาหารสามารถใช้เป็นโอกาสในการพูดคุยเพื่อแก้ไขปัญหาได้ และเชื่อว่าหากนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสารพิษปนเปื้อนในแม่น้ำ ทุนสีเทา พ่อทิพย์แม่ทิพย์จีน เชื่อว่าจะสามารถใช้ทุกโอกาส หารือกับผู้นำระดับสูงของจีนได้ และเชื่อว่าการวางตัวที่เหมาะสม ใช้ท่าทีทางการทูตที่ถูกต้องก็จะสามารถช่วยให้ไทยแก้ไขปัญหาร่วมกับจีนได้
เมื่อถามถึง โอกาสในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จากหน้ากระดานจำนวนเก้าอี้ สส. ไม่ได้มั่นใจว่าเสียงฝ่ายค้านจะล้มรัฐบาลไม่ได้ ขอให้ติดตามการอภิปราย แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถที่จะยืนยันชัดเจนได้ว่าจะเป็นเมื่อไหร่ เพราะเชื่อว่าการจัดตั้งรัฐบาลแบบนี้ ตามที่ตั้งข้อสังเกตถึงระบอบสีน้ำเงิน ตนเชื่อว่าไม่ได้เป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพอยู่ได้นาน แม้ภายนอกจะมีการตั้งข้อสังเกตว่ากลไกรัฐอื่นอยู่ในเครือข่ายเดียวกันและมองว่ามีความเปราะอยู่ในตัวมันเอง เช่น กรณีการทุจริตสอบท้องถิ่น อาจไม่ได้เป็นประเด็นที่เพิ่งเกิดในยุคนี้แต่นายอนุทินก็เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมานาน และประเด็นดังกล่าวก็เริ่มแดงออกมา อาจมีกลุ่มก้อนการเมืองที่เริ่มแดงออกมา เชื่อว่าประชาชนจะเริ่มเห็นมากขึ้น หากตั้งข้อสังเกตทุกประเด็นตั้งแต่เรื่องทุจริตสอบท้องถิ่น ช่วยน้ำเงินด้วย หรืองานทะเบียนราษฎร์ ทุกอย่างรายล้อมปัญหาในกระทรวงมหาดไทย นี่คือความเปราะบางที่สุดของรัฐบาล
เมื่อถามว่า มองว่าการซักฟอก กับการปรับ ครม.อะไรจะเกิดขึ้นก่อนกัน หลังมีกระแสข่าวว่ารัฐบาลอาจจะปรับครม. ช่วงปลายปีนี้ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จะทำหน้าที่ฝ่ายค้านในการซักฟอกอย่างเต็มที่ และเข้มข้นแน่นอน แต่จะเป็นช่วงจังหวะใด หากใกล้เวลาจะบอกอีกครั้ง หากจังหวะบริบททางการเมืองมันเหมาะสม ตนก็พร้อมที่จะสื่อสารกับพี่น้องประชาชนต่อไป


