วันพุธ ที่ 1 กรกฎาคม 2569

Login
Login

‘เท้ง’ ปิดฉากงบ 70 กังขาจัดสรรเอื้อใคร ผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่

‘ณัฐพงษ์’ อภิปรายปิดงบปี 70 กังขาจัดสรรมาเพื่อใคร ผลประโยชน์ทับซ้อนเอกชนหรือไม่ ปูดตัดงบไปโปะ 2 หน่วยงาน ‘ดีอี’ เพิ่ม 30% ส่วนราชการในพระองค์ฯ 6.8%

เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ แถลงปิดการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯปี 2570 ว่า พวกเราตั้งคำถามว่า งบประมาณฉบับนี้ ตกลงแล้วจัดมาเพื่อใคร ที่ตั้งคำถามแบบนี้ เพราะเดี๋ยวตอนท้ายจะสรุปให้เห็นว่า การจัดงบประมาณฉบับนี้ มีผลประโยชน์บางอย่างทับซ้อนอยู่กับกลุ่มบุคคลที่เป็นเสาค้ำจุนให้กับรัฐบาลหรือไม่

นายณัฐพงษ์ เปิดฉากอภิปรายว่า จากภาพใหญ่ที่อภิปรายไปแล้วว่า ประเทศเรามีสัดส่วนรายได้รัฐต่อกว่าจีดีพี ต่ำกว่าประเทศเกิดใหม่ หรือประเทศในทวีปเอเชีย รัฐบาลยังไม่สามารถฉายภาพให้เห็นได้เลยว่า อะไรคือทางออกของเรื่องนี้ นายภราดรตอบตั้งแต่วันแรก ตั้งใจดีผ่าตัดเปลี่ยนแปลงโครงสร้างงบประมาณ ปีแรกยังไม่เพอร์เฟค ยังไม่สมบูรณ์แบบ แต่สิ่งที่กลัวคือ ผ่าตัดโครงสร้างงบประมาณไทย ที่ภาพปลายทางพวกเรามองเห็นไม่ตรงกัน

ยกตัวอย่าง เรื่องงบประมาณการกระจายอำนาจ ท่านบอกว่ารัฐบาลชุดนี้ลงมือผ่าตัดงบประมาณปี 70 ตัดงบประมาณกลุ่มจังหวัดไป 2.2 หมื่นล้านบาท เพราะงบผู้ว่าฯซ้ำซ้อนราชการส่วนกลาง และกรมต่าง ๆ แต่ผลปรากฎว่า การกระจายอำนาจคือการเพิ่มอำนาจให้ท้องถิ่น 2.2 หมื่นล้านบาทที่ตัดออก ไปลงท้องถิ่นแค่ 7 พันกว่าล้านบาท นี่คืองบกระจายอำนาจ หรือแบ่งอำนาจ นอกจากนี้ยังมีการกู้เงินใน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยเป็นการกู้ไม่เต็มกรอบวินัยการเงินการคลัง

นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า คำถามคือการเลือกไม่กู้เต็มกรอบเพื่อรักษาวินัยการเงินการคลัง แต่ออก พ.ร.ก.เงินกู้ 2 แสนล้านบาท เพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงานทำไม ไม่ใช่ความจำเป็นเร่งด่วน หรือส่งผลต่อเศรษฐกิจ สด ๆ ร้อน ๆ วันจันทร์ที่ผ่านมา (29 มิ.ย.) มีคนในรัฐบาลให้สัมภาษณ์สื่อว่า รัฐบาลมีแผนใช้เงิน 2 แสนล้านบาท ในแผนเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน ไปใช้อุดหนุนในการใช้รถอีวี ไม่ว่ารถเมล์ หรือรถเก๋ง เงินอุดหนุนให้คนใช้รถอีวี บรรจุในเล่ม พ.ร.บ.งบประมาณฯ ได้หรือไม่

“คำถามคือทำไมไม่เอาไปใส่ในเล่ม พ.ร.บ.งบประมาณฯ เพราะกฎหมายวินัยการเงินคลังบังคับให้ทำแบบนั้นไม่ได้ใช่หรือไม่ เนื่องจาก พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังฯ มาตรา 20 บอกว่า รัฐบาลจะกู้ต้องใช้กับรายจ่ายลงทุน หรืองบลงทุน รัฐบาลไม่อาจกู้มาเพื่อใช้กับรายจ่ายประจำได้ กฎหมายล็อคไว้ ดังนั้นพอรัฐบาลคิดไม่ออก ไม่มีโปรเจกต์ในหัว อะไรคือการลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศ จะบอกได้เต็มปากหรือไม่ว่า นี่คือรักษาวินัยการเงินการคลังที่ดี” นายณัฐพงษ์ กล่าว

ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวอีกว่า รัฐบาลเลือกชี้แจงเพียงแค่ด้านเดียว ปลายทางในการผ่าตัดลงทุนอาจเห็นไม่ตรงกันเท่าไหร่ ยกตัวอย่าง ที่บอกว่าปีนี้เริ่มทำ Zero Base Budgeting แต่ทราบหรือไม่ว่า ถ้าเปิดรายละเอียดปี 70 เฉพาะในส่วนแผนยุทธศาสตร์ และบูรณาการ ทราบหรือไม่ กว่า 90% เป็นโครงการจากงบปี 69 การเอาโครงการเก่ามาหยอดในกล่อง ยังไงก็สอดคล้อง แต่ประเด็นสำคัญที่อยากเห็นคือ รัฐบาลลงมือจัดงบประมาณด้วยตัวเอง อะไรตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ประเทศบ้าง

อย่างไรก็ดี นายณัฐพงษ์ กล่าวชมในส่วน Excel งบประมาณ เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี รัฐบาลจริงใจเปิดเผยข้อมูลในปีนี้ อ้างอิงเล่มรายงานฉบับนี้ เราเสนอปฏิรูประบบงบประมาณ ให้งบประมาณโปร่งใสตลอดทั้งกระบวนการ ตั้งแต่คำขอ จนถึงการตรวจสอบ ปีนี้ช่วยเปิดเผยข้อมูลคำของบประมาณให้สาธารณชนตรวจสอบตั้งแต่ต้นปีงบประมาณได้หรือไม่ ว่ามีงบมือใครยาวสาวได้สาวเอาหรือไม่ ส่วนเรื่องไลฟ์สดการประชุม ก็ขอขอบคุณ ขอเชิญชวนให้พวกเราไลฟ์สดการประชุมร่วมกัน

ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวอีกว่า การจัดงบประมาณทำให้ประชาชนดูมีความหวัง ความมั่นคง ดูมีอนาคตที่อยู่ในประเทศนี้หรือไม่ เริ่มต้นที่อนาคตของประเทศนี้ คือเด็กและเยาวชนของชาติ ขณะที่เพื่อนสมาชิกของตน อภิปรายบอกว่า เด็กไทย 7 ใน 10 คน เกิดในครอบครัวยากจน แต่วันนี้สัญญาแล้ว เบี้ยเด็กเล็กยังไม่ได้ให้ถ้วนหน้า วันนี้รัฐบาลจัดงบสวัสดิการกับคนเปราะบางแบบคนละครึ่ง เป็นการตัดงบไปครึ่งหนึ่ง 

นอกจากนี้งบประมาณด้านการศึกษา ที่เราอยากเห็นการจัดสรรหน่วยงานเหล่านี้ ตอบโจทย์การเรียนรู้ของเยาวชน แต่ตารางเส้นความสัมพันธ์ของผู้รับเหมาที่ได้งานใน กระทรวง อว. กระทรวงศึกษาธิการ รวมกว่า 2 หมื่นล้านบาท แสดงให้เห็นว่า เจ้าของบริษัทผู้รับเหมาต่าง ๆ อาจมีความสัมพันธ์กับคนในรัฐบาล อาจเป็นจักรวาลเดียวกันกับคนที่ทำ TH-AI Passport หรือไม่

นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า จากภาพของอนาคตของชาติที่เรายังมองไม่เห็น ลองดูความมั่นคงในชีวิต ไม่ว่าความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อม ภัยพิบัติ และด้านอื่น ๆ เพื่อนสมาชิกอภิปรายชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลจัดการด้านสิ่งแวดล้อมไม่ถึง 1% ของงบประมาณทั้งหมด ต่ำกว่าประเทศในกลุ่ม OECD กว่า 4 เท่า ที่สำคัญงบปี 70 งบจัดการสิ่งแวดล้อมลดจากปี 69 ถึง 5% เมื่อพูดถึงเรื่องสารพิษในแม่น้ำ วันนี้มองย้อนกลับไป 5 ปี เพื่อนบ้านเราเปิดเหมืองเต็มไปหมดกว่า 500 เหมือง ไหนแผนการชัดเจนจัดการสารพิษในแม่น้ำ ยังมีเรื่องปลาหมอคางดำ ทำลายล้างระบบนิเวศครั้งใหญ่ในประเทศ เกี่ยวพันเอกชนบางส่วน ส่งผลต่อประชาชน แต่จัดงบประมาณจัดการเรื่องนี้ไว้ 0 บาท นอกจากนี้ยังมีงบประมาณเรื่องความมั่นคงในองค์กรอิสระที่รัฐบาลไม่กล้าไปแตะ ช่วยเพิ่ม CPI ดีขึ้นจริงหรือไม่ 

ลองตัดภาพไปดูที่ความหวังของคนในประเทศนี้กันบ้าง ความหวังกลุ่มแรกที่อยากพูดถึงคือ เกษตรกร ทุกวันนี้พวกเขาต้องเจอกับอะไรบ้าง คือสินค้าผลผลิตการเกษตรที่ล้นทะลัก กดราคาสินค้าให้ตกต่ำ จากต้นทุนวิกฤติพลังงานความขัดแย้ง ไหนจะภัยการเปลี่ยนแปลงจากสภาพอากาศ แต่งบประมาณพาเกษตรกรออกจากวิกฤติ เรายังมองไม่เห็นเลย

ถ้าสิ่งที่พวกเราสามารถจัดสรรงบประมาณได้ แล้วพาเกษตรกรออกจากวิกฤติได้ ต้องจัดงบประมาณอย่างไรบ้าง ประการแรก ต้องช่วยเขาลดต้นทุนการผลิต สองช่วยเพิ่มความสามารถรับมือวิกฤติ สามรักษาเสถียรภาพราคาผลผลิตไม่ให้ตกต่ำ ถ้ารัฐบาลอยากกระจายอำนาจจริง ถ้าจัดงบประมาณไปเป็นเงินอุดหนุนเฉพาะกลุ่ม ให้ท้องถิ่นหาแหล่งน้ำขนาดเล็กกับเกษตรกรไว้ใช้ ใช้งบแค่ 5-6 พันล้านบาทในปีนี้ แต่ช่วยลดความเสียหายภัยแล้งได้กว่า 2 พันล้านบาท นอกจากนี้ถ้าลงทุนสร้างห้องเย็น ลงทุนเครื่องจักรแปรรูปต่าง ๆ เพิ่มผลผลิตให้เกษตรกร ลดการสูญเสียผลผลิตที่ล้นเกินได้

ลองหันไปดูผู้ประกอบการ SME ทุกวันนี้อยู่ในสภาวะซอมบี้ ไม่ตายแต่ไม่โต รายได้ที่หามาทั้งหมด ต้องใช้กับหนี้รายจ่ายประจำ เงินเลี้ยงดูพนักงานก็หมดแล้ว ไม่สามารถขยายไปข้างหน้าได้ พอดูงบ SME ในปีนี้ จัดไม่พอ ก่อไม่เกิด เปิดไม่หมด ปัญหาใหญ่มาก แต่จากงบประมาณที่กระจายไปหลายหน่วยงานแค่ 1.8 หมื่นล้านบาท แทนที่จะจัดสรรพุ่งเป้าตรงจุด กับกระจายไปอยู่ใน 44 หน่วยงาน แถมเปิดให้คนลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสไม่หมด การประชุม ครม.เงา ของเรา มีผู้ประกอบการ SME ยื่นเรื่องร้องเรียนเรา การทำธุรกิจขนาดเล็กแค่วันละ 5-7 พันบาท จดทะเบียนในระบบ เสียภาษีถูกต้อง กลายเป็นเสียสิทธิไม่ได้ร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส รายได้หดหาย

จากที่พูดไปทั้งหมด ลองมาดูการลงทุนเพื่อสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคตกันบ้าง วันนี้อุตสาหกรรมยานยนต์ในไทยกำลังเป็นอุตสาหกรรมสำคัญ กินสัดส่วน 10% ของจีดีพีบ้านเรา ยกตัวอย่าง เงินงบประมาณที่ถูกจัดสรรเพื่อส่งเสริมยานยนต์อีวี รวม 4 พันล้านบาท แบ่งเป็น เงินอุดหนุนให้ค่ายรถอีวี 3.5 พันล้านบาท ส่วนอีก 2 ก้อนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และพัฒนาคนรวมแค่ 4 ร้อยล้านบาทเศษ เห็นว่าการจัดสรรงบประมาณแบบนี้แค่ 10% ในทุนมนุษย์ เงินแบบนี้เหรอที่จะลงทุนเพื่อสร้างการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยได้

ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวด้วยว่า รัฐบาลจัดงบประมาณผิดฝาผิดตัวไม่ค่อยถูกต้องตรงจุดแบบที่ต้องการ สิ่งที่พวกเราอยากเห็นคือ การตัดงบประมาณไปลงในโครงการที่ถูกต้อง ลองดูงบที่ถูกตัดออกไป หน่วยงานที่ได้เพิ่มมา หากไม่นับงบกลาง งบใช้หนี้ในกระทรวงการคลัง ไม่นับเงินอุดหนุนต่าง ๆ 2 อันดับแรกที่ได้งบเพิ่มมาสูงสุดคือ 1.กระทรวงดีอี ได้เพิ่ม 30% ไปแตะ 3.6 หมื่นล้านบาท 2.ส่วนราชการในพระองค์ฯ ปีนี้ได้จัดสรรเพิ่ม 6.8% เป็นปีแรกในรอบหลายปีที่งบประมาณส่วนราชการในพระองค์ฯ ไปแตะเกือบ 1 หมื่นล้านบาท

สำหรับงบกระทรวงดีอี มีการอภิปรายถี่ถ้วนแล้ว สิ่งที่พวกเราอยากเห็นคือ การสร้างอุตสาหกรรม AI ให้เกิดขึ้น หลายคนตั้งคำถามว่า ถ้าชื่อโครงการ AI มักได้รับการจัดสรรงบประมาณผ่าน แต่ดูไส้ในไม่ได้เป็นแบบนั้น สำหรับงบประมาณส่วนราชการในพระองค์ฯ อยากย้ำการจัดสรรงบประมาณเป็นภาระความรับผิดชอบของรัฐบาลโดยตรง ในขณะที่พื้นที่การคลังหดแคบลง เผชิญวิกฤติหลายอย่าง ประชาชนยังมองไม่เห็นความหวัง รัฐบาลกับเลือกใส่ในกระทรวงดีอี ที่มีคำถาม ใส่ในส่วนราชการพระองค์ฯ ที่ไม่มีรายละเอียด มีแค่เอกสาร 8 หน้า 

“พวกเราไม่ปฏิเสธถ้าส่วนราชการในพระองค์ฯ มีความจำเป็นใช้เพิ่มต้องจัดสรร แต่ชี้แจงให้ฟังได้หรือไม่ เพราะเป็นความรับผิดรับชอบของรัฐบาลเพียงผู้เดียว ถ้าตอบไม่ได้ สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำ คือการสร้างผลกระเทือนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์” นายณัฐพงษ์ กล่าว

นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า บอกหลายครั้งแล้วเราไม่ได้เห็นค้านกับการลงทุน แต่การลงทุนให้ถูกจุดเป็นสิ่งสำคัญมากกว่า และการลงทุนในทุกเรื่อง ไม่จำเป็นต้องใช้เงินงบประมาณเสมอไป ยกตัวอย่างเรื่อง AI วันนี้สิ่งที่รัฐบาลมี และเจ้าของโมเดล AI ต่างชาติไม่มี คือข้อมูลในกฎหมายลำดับรอง ระเบียบ กฎกระทรวงต่าง ๆ กำหนดกระบวนการภายในระบบราชการไทย 

ดีแค่ไหนถ้ามี AI ภาครัฐ เข้าใจกฎหมายประเทศนี้ทุกฉบับ กฎหมายต่าง ๆ เหล่านั้นกำหนดการทำงานภายในระบบราชการ ทุกวันนี้ท่านเขียนงบประมาณการจ่ายไปยังบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์เท่าไหร่ แต่โลกเอกชนทุกวันนี้แทบไม่มีใครเขียนซอฟต์แวร์แล้ว โปรแกรมเมอร์ Prompt AI ทั้งหมด ถ้าเราเข้าใจ AI ต่อไปจะประหยัดงบประมาณในการจ้างเอกชนมาเขียนโค้ดโปรแกรมได้มากแค่ไหน เปลี่ยนจากรัฐกระดาษเป็นรัฐแพลตฟอร์มได้ในเวลาไม่กี่ปี นี่แหละจะทำให้เราได้ประโยชน์จากการมีเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง

ทั้งหมดการลงทุนเพื่ออนาคต อุตสาหกรรม AI อยากเห็นภาพในหัวตัวแทนรัฐบาล มีภาพในหัวอย่างไรบ้าง ที่ตอบโจทย์ภูมิรัฐศาสตร์ของโลก อยากให้ฉายภาพให้เราเห็น จะได้ดูได้ว่า ภาพในหัวท่านสะท้อนใน พ.ร.บ.งบประมาณฯปี 70 หรือไม่ ทุกอย่างที่บอก ต้องเปลี่ยนเป็นการทูต ยึดโยงคุณภาพชีวิตประชาชน 

นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่า วันนี้สิ่งที่เราต้องทำ เราอยู่ในระเบียบโลกใหม่ ทำอย่างไรใช้ประโยชน์ทางการทูต ดำเนินนโยบายทางต่างประเทศที่ถูกต้อง เพื่อทำให้ไทยมีอำนาจต่อรองในโลกใบนี้ นั่นคือทั้งหมดที่คาดหวังอยากเห็นจากการนำเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯฉบับนี้ สร้างความหวัง สร้างความมั่นคงในชาตินี้อย่างไร รัฐบาลมีภาพในหัวอย่างไร วิชั่นต่อไปเป็นอย่างไรบ้าง 

“ต้องยอมรับตามข้อเท็จจริง 3 วันที่ผ่านมาไม่เห็นสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นเลย ทำให้ต้องอภิปรายว่า งบประมาณฉบับนี้ไม่ตอบโจทย์วิกฤติการคลัง ไม่ได้เป็นงบประมาณมองเห็นคนตัวเล็กตัวน้อยดีเพียงพอ เป็นงบที่เงินจำนวนมากกำลังถูกจัดสรรไปผิดที่ กำลังส่งตรงไปยังโครงการที่ผู้รับเหมาบางกลุ่มเป็นเจ้าของ มีส่วนเกี่ยวข้องกับคนในรัฐบาลหรือเปล่า หรือส่งไปยังองค์กรอิสระที่รัฐบาลไม่อยากแตะต้องหรือไม่ หรือจงใจหลีกเลี่ยงไม่ใช้เงินในงบประมาณ แต่ไปออก พ.ร.ก.กู้เงินฯ เพราะสภาฯ ควบคุมไม่จืด” นายณัฐพงษ์ กล่าว