"ศิริกัญญา" ชี้ "สหรัฐฯ" ประกาศขึ้นภาษีไม่กระทบเศรษฐกิจไทยมาก ห่วงปมแรงงานภาคบังคับ หวัง "รัฐบาล" เปิดข้อมูลเจรจาให้ประชาชนรับทราบ
ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีสหรัฐฯ ประกาศเรียกเก็บภาษีศุลกากร จาก 60 ประเทศคู่ค้า ว่า ประเทศไทยรอบนี้โดนมาตรา 301 คือการใช้แรงงานภาคบังคับ ที่ 12.5% จึงขอเรียกร้องไปที่รัฐบาลและนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เพราะก่อนหน้านี้มีการพูดคุยว่าจะเร่งเจรจาเจรจาให้แล้วเสร็จ ก่อน วันที่ 24 ก.ค. แต่ไม่แน่ใจว่าการเจรจาจบสิ้นไปแล้วจริงๆ หรือไม่ เพราะเห็นไปสหรัฐฯ อยู่หลายรอบ แต่ยังโดนเก็บภาษีที่ 12.5% นอกจากนั้นยังมีอีกประเด็นที่คาดว่าจะรุนแรงมากกว่า คือ กรณีที่ถูกสอบสวนเรื่องการใช้กำลังการผลิตมากเกินควร เช่น กรณีที่เป็นแรงงานบังคับ 12.5% ยังได้รับการยกเว้นในหลายสินค้า
และส่วนใหญ่เป็นที่ได้ส่งออกไปสหรัฐฯ ด้วย แต่ข้อตกลงยังคงเป็นกรอบเดิม ซึ่งมีรายละเอียดที่ผูกมัดประเทศไทยพอสมควร ดังนั้นจึงควเปิดเผยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ว่าจะมีสินนค้าอะไรที่ทำให้ประชาชนเสียประโยชน์ ไม่ได้รับรู้ล่วงหน้า
"ทราบดีว่าเป็นความลับที่เราต้องเจอในกระบวนการเจรจา ถ้าจำกันได้ในสมัยนายพิชัย ชุณหวชิร อดีตรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ไปเจรจาตอนจะโดน 36% ก็มีการออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะเป็นระยะว่า มีสินค้าตัวไหนเอาเข้าไปอยู่ในกระบวนการเจรจาบ้าง ทั้งข้าวโพด น้ำมัน เครื่องบินที่จะไปซื้อเพิ่มเติม แต่ครั้งนี้ไม่มี และประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วมในเรื่องนี้เลย" น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
ดังนั้น รัฐบาลควรเปิดเผยกรอบที่ประชาชนพอรับทราบได้ เช่นมีการเพิ่มเติมสินค้าตัวไหนเข้ามาหรือไม่ หรือข้อตกลงหรือข้อกำหนดที่ไม่เกี่ยวกับภาษี กฎระเบียบ เราจะใช้กฎระเบียบการนำเข้าส่งออกสินค้าเกษตรตามสหรัฐฯ หรือไม่เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ ไม่ติดแต่ไม่ได้มีการสื่อสารจากฝั่งรัฐบาลเท่าที่ควร
เมื่อถามว่า การปรับเรื่องกำแพงภาษีครั้งนี้กระทบกับเศรษฐกิจของไทยมากน้อยแค่ไหน น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า รอบภาษี 12.5% ไม่ได้กระทบกับไทยมาก จึงไม่กังวลมากเพราะมีข้อยกเว้นอยู่ มีรายการสินค้าที่จะถูกเก็บภาษี 12.5% และเป็นสินค้าส่วนใหญ่ที่เราส่งออกไปสหรัฐฯ เช่น ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ ไม่ได้อยู่ในรายการสินค้าที่เก็บภาษีเพิ่มเติม แต่คิดว่าขั้นต่อไปที่ต้องมีการสอบสวน การใช้กำลังผลิตมากเกินควร


