วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

ส่งออก มิ.ย.โตไม่หยุดพุ่ง 20.8% แรงหนุนอิเล็กทรอนิกส์ จับตาครึ่งปีหลังเสี่ยงภาษี 'ทรัมป์'

พาณิชย์ เผยส่งออกไทย มิ.ย.69 โต 20.8% มูลค่า 34,655.9 ล้านดอลลาร์ ต่อเนื่อง 24 เดือน รับแรงหนุนจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ ประเมินครึ่งปีหลังชะลอ ยังโตแต่ต้องจับตาภาษีสหรัฐ ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์

KEY POINTS

  • มูลค่าการส่งออกเดือนมิถุนายน 2569 ขยายตัว 20.8% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 24 โดยมีมูลค่า 34,655.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • การเติบโตได้แรงหนุนหลักจากสินค้ากลุ่มอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ และยานยนต์ ซึ่งขยายตัวถึง 25.1%
  • แนวโน้มครึ่งปีหลังยังเติบโตดี แต่มีความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐ ที่อาจกระทบต่อสินค้าบางกลุ่ม

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกเดือนมิ.ย.2569 มีมูลค่า 34,655.9 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 20.8% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 24  

ทั้งนี้หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ 23.1% ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า 41,190.6 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 50.3% ขาดดุล 6,534.7 ล้านดอลลาร์

สินค้าอุตสาหกรรมยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการส่งออก ไม่ว่าจะเป็นอิเล็กทรอนิกส์ โทรศัพท์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์ และชิ้นส่วน ตามการเติบโตของอุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐานรองรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และเครื่องใช้อัจฉริยะในยุค AI

ขณะที่สินค้าเกษตร และอุตสาหกรรมเกษตร แม้ภาพรวมจะยังหดตัว แต่มีบางกลุ่มสินค้าที่กลับมาฟื้นตัว เช่น ยางพารา อาหารทะเลกระป๋อง และแปรรูป และน้ำตาลทราย

ทั้งนี้ภาพรวมการส่งออก 6 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออก มีมูลค่า 196,741.8 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 17.6% การนำเข้า มีมูลค่า 228,485.8 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว  38.0%  ดุลการค้า ขาดดุล 31,744 ล้านดอลลาร์ หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ 17.7%

การส่งออกเดือนมิ.ย.ขยายตัว 20.8% มาจากการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัว  25.1% ขยายตัวต่อเนื่อง 27 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ รถยนต์

อุปกรณ์ และส่วนประกอบ เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า เคมีภัณฑ์  หม้อแปลงไฟฟ้า และส่วนประกอบ หม้อแบตเตอรี่ และส่วนประกอบ

ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบ และส่วนประกอบ เครื่องนุ่งห่ม โดย 6 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัว  21.6%

ส่งออก มิ.ย.โตไม่หยุดพุ่ง 20.8% แรงหนุนอิเล็กทรอนิกส์ จับตาครึ่งปีหลังเสี่ยงภาษี 'ทรัมป์'

การส่งออกสินค้าเกษตร และอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว 6.5%  หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือนโดยสินค้าเกษตร หดตัว 10.8%  และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว  0.9%  หดตัวต่อเนื่อง 3 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ ยางพารา  น้ำตาลทราย อาหารทะเลกระป๋อง และแปรรูป  อาหารสัตว์เลี้ยง และไก่แปรรูป

ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่นๆ ผลไม้กระป๋อง และแปรรูป เครื่องดื่ม ไขมัน และน้ำมันจากพืช และสัตว์ ไก่สดแช่เย็น แช่แข็ง  และกุ้งสด แช่เย็น แช่แข็ง ทั้งนี้ 6 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าเกษตร และอุตสาหกรรมเกษตร  3.2%

ด้านตลาดส่งออกสำคัญส่วนใหญ่ขยายตัวได้ดี โดยมีสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ประกอบกับการเร่งสั่งซื้อล่วงหน้าก่อนความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าโดยเฉพาะในตลาดสหรัฐ สอดคล้องกับดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตโลก (Global Manufacturing PMI) ที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11

โดยปริมาณผลผลิตขยายตัวในประเทศคู่ค้าสำคัญทั้งจีน สหรัฐ ยูโรโซน ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักร แม้อัตราการขยายตัวของผลผลิต และคำสั่งซื้อใหม่จะเริ่มชะลอลง ภาพรวมการส่งออกไปยังกลุ่มตลาดต่างๆ

ตลาดหลัก ขยายตัว  25.5% โดยขยายตัวในตลาดสหรัฐ 44.3% จีน 4.9% ญี่ปุ่น 22.7% สหภาพยุโรป (27 ประเทศ) 22.3% และอาเซียน (5 ประเทศ) 40.5% ขณะที่หดตัวในตลาด CLMV  5.6%

ตลาดรอง ขยายตัว 15.9% โดยขยายตัวในทวีปออสเตรเลีย 32.7% ทวีปแอฟริกา 9.9%  ลาตินอเมริกา 50.7% รัสเซีย และกลุ่ม CIS  5.1% สหราชอาณาจักร 15.6% ขณะที่หดตัวในตลาดเอเชียใต้ 6.3% และตลาดตะวันออกกลาง  6.9%

ตลาดอื่นๆ หดตัว 59.9%

ส่งออก มิ.ย.โตไม่หยุดพุ่ง 20.8% แรงหนุนอิเล็กทรอนิกส์ จับตาครึ่งปีหลังเสี่ยงภาษี 'ทรัมป์'

นายนันทพงษ์ กล่าวว่า แนวโน้มการส่งออกครึ่งปีหลังของปี 2569 คาดว่าจะยังเติบโตได้ดีจากปัจจัยความต้องการสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีปัจจัยลบจากสถานการณ์ในด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่มีแนวโน้มกลับมารุนแรง

รวมถึงความไม่แน่นอนที่เกิดจากมาตรการการค้า และอัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐ โดยกระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกหลายแนวทาง ผ่านการเร่งเจรจาความตกลงทางการค้าฉบับใหม่ให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว อาทิ FTA ไทย-อียู และ FTA อาเซียน-แคนาดา การเร่งชี้แจงข้อกังวล และเจรจาด้านภาษีกับสหรัฐ

รวมไปถึงการประสานความร่วมมือกับ กอ.รมน. เพื่อแก้ปัญหานอมินี และการลงทุนข้ามชาติที่ผิดกฎหมาย เพื่อปกป้องผู้ประกอบการไทย และสร้างเสถียรภาพด้านการส่งออกของประเทศอย่างยั่งยืน

โดยแนวโน้มครึ่งปีหลัง คาดว่าการส่งออกจะชะลอตัวลง เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก เนื่องจากการเร่งนำเข้าจะเริ่มแผ่วลง นอกจากนี้ได้มีการประเมินฉากทัศน์การส่งออกทั้งปีไว้ 3 กรณี คือ 5% กรณีฐาน/ระมัดระวัง 8% และ 11% กรณีดีที่สุด

สำหรับกรณีมาตรการภาษี 301 ของสหรัฐ ไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่โดนภาษี 12.5% นั้น  สินค้าสำคัญอย่างอิเล็กทรอนิกส์ ประมาณ 50% ของมูลค่าส่งออกไปสหรัฐอยู่ในรายการที่ได้รับยกเว้นเนื่องจากสหรัฐ ยังมีความต้องการด้านเทคโนโลยี สินค้าที่อาจได้รับผลกระทบคือ ผลิตภัณฑ์ยาง และอาหารแปรรูปบางชนิด

ขณะที่ไทยอาจเสียเปรียบคู่แข่งอย่างมาเลเซีย และอินโดนีเซียที่โดนภาษีต่ำกว่า ประมาณ 10% ส่วนประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกิน (Excess Capacity) กระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่าไทยไม่มีนโยบายอุดหนุนที่บิดเบือนกลไกตลาด และกำลังเจรจาในกรอบ ART เพื่อหาข้อสรุปเรื่องอัตราภาษีในอนาคต โดยสินค้าที่ต้องเฝ้าระวังคือ รถยนต์ ส่วนประกอบ และเครื่องจักร

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์