พาณิชย์ เผยส่งออกไทย มิ.ย.69 โต 20.8% มูลค่า 34,655.9 ล้านดอลลาร์ ต่อเนื่อง 24 เดือน รับแรงหนุนจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ ประเมินครึ่งปีหลังชะลอ ยังโตแต่ต้องจับตาภาษีสหรัฐ ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
KEY POINTS
- มูลค่าการส่งออกเดือนมิถุนายน 2569 ขยายตัว 20.8% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 24 โดยมีมูลค่า 34,655.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- การเติบโตได้แรงหนุนหลักจากสินค้ากลุ่มอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ และยานยนต์ ซึ่งขยายตัวถึง 25.1%
- แนวโน้มครึ่งปีหลังยังเติบโตดี แต่มีความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐ ที่อาจกระทบต่อสินค้าบางกลุ่ม
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกเดือนมิ.ย.2569 มีมูลค่า 34,655.9 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 20.8% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 24
ทั้งนี้หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ 23.1% ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า 41,190.6 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 50.3% ขาดดุล 6,534.7 ล้านดอลลาร์
สินค้าอุตสาหกรรมยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการส่งออก ไม่ว่าจะเป็นอิเล็กทรอนิกส์ โทรศัพท์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์ และชิ้นส่วน ตามการเติบโตของอุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐานรองรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และเครื่องใช้อัจฉริยะในยุค AI
ขณะที่สินค้าเกษตร และอุตสาหกรรมเกษตร แม้ภาพรวมจะยังหดตัว แต่มีบางกลุ่มสินค้าที่กลับมาฟื้นตัว เช่น ยางพารา อาหารทะเลกระป๋อง และแปรรูป และน้ำตาลทราย
ทั้งนี้ภาพรวมการส่งออก 6 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออก มีมูลค่า 196,741.8 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 17.6% การนำเข้า มีมูลค่า 228,485.8 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 38.0% ดุลการค้า ขาดดุล 31,744 ล้านดอลลาร์ หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ 17.7%
การส่งออกเดือนมิ.ย.ขยายตัว 20.8% มาจากการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัว 25.1% ขยายตัวต่อเนื่อง 27 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ รถยนต์
อุปกรณ์ และส่วนประกอบ เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า เคมีภัณฑ์ หม้อแปลงไฟฟ้า และส่วนประกอบ หม้อแบตเตอรี่ และส่วนประกอบ
ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบ และส่วนประกอบ เครื่องนุ่งห่ม โดย 6 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัว 21.6%
การส่งออกสินค้าเกษตร และอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว 6.5% หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือนโดยสินค้าเกษตร หดตัว 10.8% และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว 0.9% หดตัวต่อเนื่อง 3 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ ยางพารา น้ำตาลทราย อาหารทะเลกระป๋อง และแปรรูป อาหารสัตว์เลี้ยง และไก่แปรรูป
ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่นๆ ผลไม้กระป๋อง และแปรรูป เครื่องดื่ม ไขมัน และน้ำมันจากพืช และสัตว์ ไก่สดแช่เย็น แช่แข็ง และกุ้งสด แช่เย็น แช่แข็ง ทั้งนี้ 6 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าเกษตร และอุตสาหกรรมเกษตร 3.2%
ด้านตลาดส่งออกสำคัญส่วนใหญ่ขยายตัวได้ดี โดยมีสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ประกอบกับการเร่งสั่งซื้อล่วงหน้าก่อนความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าโดยเฉพาะในตลาดสหรัฐ สอดคล้องกับดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตโลก (Global Manufacturing PMI) ที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11
โดยปริมาณผลผลิตขยายตัวในประเทศคู่ค้าสำคัญทั้งจีน สหรัฐ ยูโรโซน ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักร แม้อัตราการขยายตัวของผลผลิต และคำสั่งซื้อใหม่จะเริ่มชะลอลง ภาพรวมการส่งออกไปยังกลุ่มตลาดต่างๆ
ตลาดหลัก ขยายตัว 25.5% โดยขยายตัวในตลาดสหรัฐ 44.3% จีน 4.9% ญี่ปุ่น 22.7% สหภาพยุโรป (27 ประเทศ) 22.3% และอาเซียน (5 ประเทศ) 40.5% ขณะที่หดตัวในตลาด CLMV 5.6%
ตลาดรอง ขยายตัว 15.9% โดยขยายตัวในทวีปออสเตรเลีย 32.7% ทวีปแอฟริกา 9.9% ลาตินอเมริกา 50.7% รัสเซีย และกลุ่ม CIS 5.1% สหราชอาณาจักร 15.6% ขณะที่หดตัวในตลาดเอเชียใต้ 6.3% และตลาดตะวันออกกลาง 6.9%
ตลาดอื่นๆ หดตัว 59.9%
นายนันทพงษ์ กล่าวว่า แนวโน้มการส่งออกครึ่งปีหลังของปี 2569 คาดว่าจะยังเติบโตได้ดีจากปัจจัยความต้องการสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีปัจจัยลบจากสถานการณ์ในด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่มีแนวโน้มกลับมารุนแรง
รวมถึงความไม่แน่นอนที่เกิดจากมาตรการการค้า และอัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐ โดยกระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกหลายแนวทาง ผ่านการเร่งเจรจาความตกลงทางการค้าฉบับใหม่ให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว อาทิ FTA ไทย-อียู และ FTA อาเซียน-แคนาดา การเร่งชี้แจงข้อกังวล และเจรจาด้านภาษีกับสหรัฐ
รวมไปถึงการประสานความร่วมมือกับ กอ.รมน. เพื่อแก้ปัญหานอมินี และการลงทุนข้ามชาติที่ผิดกฎหมาย เพื่อปกป้องผู้ประกอบการไทย และสร้างเสถียรภาพด้านการส่งออกของประเทศอย่างยั่งยืน
โดยแนวโน้มครึ่งปีหลัง คาดว่าการส่งออกจะชะลอตัวลง เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก เนื่องจากการเร่งนำเข้าจะเริ่มแผ่วลง นอกจากนี้ได้มีการประเมินฉากทัศน์การส่งออกทั้งปีไว้ 3 กรณี คือ 5% กรณีฐาน/ระมัดระวัง 8% และ 11% กรณีดีที่สุด
สำหรับกรณีมาตรการภาษี 301 ของสหรัฐ ไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่โดนภาษี 12.5% นั้น สินค้าสำคัญอย่างอิเล็กทรอนิกส์ ประมาณ 50% ของมูลค่าส่งออกไปสหรัฐอยู่ในรายการที่ได้รับยกเว้นเนื่องจากสหรัฐ ยังมีความต้องการด้านเทคโนโลยี สินค้าที่อาจได้รับผลกระทบคือ ผลิตภัณฑ์ยาง และอาหารแปรรูปบางชนิด
ขณะที่ไทยอาจเสียเปรียบคู่แข่งอย่างมาเลเซีย และอินโดนีเซียที่โดนภาษีต่ำกว่า ประมาณ 10% ส่วนประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกิน (Excess Capacity) กระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่าไทยไม่มีนโยบายอุดหนุนที่บิดเบือนกลไกตลาด และกำลังเจรจาในกรอบ ART เพื่อหาข้อสรุปเรื่องอัตราภาษีในอนาคต โดยสินค้าที่ต้องเฝ้าระวังคือ รถยนต์ ส่วนประกอบ และเครื่องจักร
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





