ตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา “คดีฮั้วเลือก สว.” กลับมาอยู่ความสนใจของผู้คนอีกครั้ง เมื่อ “พรรคสีส้ม” ดึงแนวร่วมกลุ่ม สว.สำรอง และไอลอว์เปิดศึกรบกับ “พรรคสีน้ำเงิน”
เวลานี้ คดีฮั้วเลือก สว. อยู่ในมือ กกต. ซึ่งฝ่ายค้านไม่ไว้ใจการทำงานของ กกต. “พริษฐ์ วัชรสินธุ” รองหัวหน้าพรรคประชาชน และในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ได้ออกมาดักคอ กกต. อย่าตัดตอนคดี ต้องจัดการผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด
ด้าน ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. ออกมายืนยันว่า การพิจารณาเป็นไปตามไทม์ไลน์ที่วางไว้ โดยเหลือการพิจารณาสำนวนอีก 4 ครั้ง ซึ่งมีความคืบหน้าไปมากแล้ว
คดีนี้มีผู้ถูกล่าวหาว่า “โกงเลือก สว.” จำนวน 229 คน แบ่งเป็น สว. 138 คน และนักการเมืองสังกัดพรรคภูมิใจไทย พร้อมเครือข่าย 91 คน
อุณหภูมิการเมืองเดือดทันที เมื่อ “เป๋า ไอลอว์” ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน(iLaw) เข้ายื่นหลักฐานและข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการทุจริตการเลือก สว.ต่อประธานวิปฝ่ายค้าน เพื่อให้ตรวจสอบพฤติกรรมนักการเมืองพรรคภูมิใจไทย 9 คน ที่มีตำแหน่งสำคัญในปัจจุบัน เพราะมีพยานยืนยันว่า มีส่วนร่วมกัน “โกงเลือก สว.”
พลันที่ “เป๋า ไอลอว์” ชักธงรบ ฝั่งพรรคภูมิใจไทยมองว่า นี่เป็นเกมการเมือง เป็นความร่วมมือระหว่างไอลอว์ คณะก้าวหน้า และพรรคประชาชน ที่เคยรณรงค์ส่งผู้สมัคร สว.ปี 2567
ศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย จึงประกาศจะดำเนินคดีหมิ่นประมาทกับเป๋า ยิ่งชีพ
มือกฎหมายค่ายน้ำเงินยังย้อนเกล็ดว่า ก่อนหน้าจะมีการเลือก สว. ไอลอว์ คณะก้าวหน้า และพรรคก้าวไกล(ปี 2567) เหมือนกับคอหอยกับลูกกระเดือก เปิดแคมเปญ “สว.ประชาชน” ระดมคนมาสมัคร สว. สุดท้ายกระบวนการที่ทำร่วมกันไม่สำเร็จ จึงหันกลับมาเล่นงานพรรคภูมิใจไทย
ย้อนไปช่วงเลือก สว.ปี 2567 มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่มาของ สว.มากมาย เพราะในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มีชัย ฤชุพันธุ์ ออกแบบให้มีการเลือกกันเองที่ค่อนข้างซับซ้อน
กูรูการเมืองก็ฟันธงว่า การเลือกกันเองแบบนี้ ถ้าใครจัดตั้ง “ผู้สมัคร สว.” ได้จำนวนมาก ก็มีโอกาสยึดสภาสูงได้ไม่ยาก
หลังสงกรานต์ พ.ศ.นั้น “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้า ร่วมกับ “ไอลอว์” โดย “เป๋า ยิ่งชีพ” เปิดแคมเปญ “สว. ประชาชน” รณรงค์ให้ประชาชนลงสมัครรับเลือกเป็น สว.กันเยอะๆ
ด้วยเงื่อนไขการสมัคร สว. จะต้องเสียค่าสมัครคนละ 2,500 บาท และต้องมีอายุ 40 ปีขึ้นไป กลายเป็นอุปสรรคของฝั่งประชาธิปไตย เพราะต้องมีคนที่อาสากล้าพลีชีพจริงๆ จึงจะได้ สว.ตามเป้าหมาย
พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้าคาดหวังว่า “เราหวังว่าจะมีผู้สมัครธรรมชาติมากพอ เข้าไปต่อสู้กับเสียงจัดตั้งของบ้านใหญ่ เครือข่ายผู้มีอิทธิพลทางการเมือง”
เมื่อถึงเวลาจริง “ผู้สมัคร สว.” ตามธรรมชาติกลับมีจำนวนไม่มากพอและสู้การจัดตั้งผู้สมัคร สว.ของเครือข่าย “บ้านใหญ่” ไม่ได้
“ธนาธร” ต้องการจะได้ สว.ประชาชนอย่างต่ำ 70 คน จากทั้งหมด 200 คน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 3 ของวุฒิสภา อันมีนัยยะสำคัญต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ 2560
ดังนั้น ผลการเลือก สว.ระดับประเทศ สร้างความผิดหวังให้แก่ “ธนาธร” และ “เป๋า ไอลอว์” เพราะมี “สว.ประชาชน” ได้เข้าสู่สภาสูงประมาณ 12 คน
มิหนำซ้ำ หลังเลือก สว.ระดับประเทศ มีผู้สมัคร สว.ฝั่งประชาธิปไตยออกมาแฉว่า “หักหลังกันเอง” เพราะผู้ที่ถูกวางตัวให้พลีชีพเลือกคนเด่นคนดังกลับแหกโผไปเลือกคนอื่น
ขณะที่ สว.มากกว่า 130 คน มีทั้งคนเด่นดัง อดีต สว. อดีตนักการเมืองท้องถิ่น และคนโนเนม ซึ่งภายหลังสื่อเรียกขานว่า “สว.สีน้ำเงิน”
จากการตรวจสอบเชิงลึกของสื่อพบว่า สว.ปี 2567 ยกเว้น กทม. ล้วนมีความสัมพันธ์ทางตรงและทางอ้อมกับกลุ่มการเมือง “บ้านใหญ่”
สุ่มสแกนพื้นที่ 11 จังหวัด ที่มี สว.มากกว่า 5 คน ล้วนเป็นที่มั่นการเมืองของ “พรรคภูมิใจไทย” โดยจังหวัดที่มี สว.มากที่สุดได้แก่บุรีรัมย์ 14 คน
สว.14 คน ที่มาจาก จ.บุรีรัมย์ ส่วนใหญ่เป็นคนใกล้ชิดกับบ้านใหญ่บุรีรัมย์ อาทิ มงคล สุระสัจจะ อดีตอธิบดีกรมการปกครอง อภิชาติ งามกมล พี่ชายไตรเทพ งามกมล สส.บุรีรัมย์ ภูมิใจไทย และพรเพิ่ม ทองศรี พี่ชายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี
จ.บึงกาฬ มี สว.3 คน และหนึ่งในนั้นคือ สุมิตรา จารุกำเนิดกนก เป็นเจ้าของกิจการร้านทองและโรงรับจำนำ โดยเป็นหลานสาวของแว่นฟ้า ทองศรี นายก อบจ.บึงกาฬ คู่ชีวิตของทรงศักดิ์ ทองศรี
จ.นครพนม มี สว.3 คนคือ สากล ภูลศิริกุล สิทธิกร ธงยศ และสมหมาย ศรีจันทร์ ทั้งหมดนี้เป็นรู้จักมักคุ้นของศุภชัย โพธิ์สุ อดีต สส.นครพนม
จ.พระนครศรีอยุธยา นิเวศ พันธ์เจริญวรกุล 1 ใน 7 สว.อยุธยา เป็นน้องชาย สมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายก อบจ.พระนครศรีอยุธยา
จ.อ่างทอง นิทัศน์ อารีย์วงศ์สกุล ผู้จัดการทั่วไปสโมสรฟุตบอลอ่างทอง เอฟซี เป็น 1 ใน 6 สว.อ่างทอง อยู่ในเครือข่ายบ้านใหญ่ “ปริศนานันทกุล” เจ้าของทีมลูกหนังอ่างทอง เอฟซี
จ.นครนายก โชคชัย กิตติธเนศวร สว.ที่มาจากบ้านใหญ่ “กิตติธเนศวร” ซึ่งวันนี้ มีหลานชาย 2 คนเป็น สส.นครนายกคือ ปิยวัฒน์ กิตติธเนศวร พรรคกล้าธรรม และเกรียงไกร กิตติธเนศวร พรรคภูมิใจไทย
จ.ประจวบคีรีขันธ์ มี สว.หญิงคนดัง มาเรีย เผ่าประทาน อดีตกำนัน ต.ทับสะแก และเป็นพี่สาวของ พงษ์พันธ์ เผ่าประทาน สส.ประจวบฯ เขต 3 พรรคภูมิใจไทย
จ.พัทลุง ประเทือง มนตรี อดีตผู้สมัคร สส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย เป็นพี่ชาย “เจ๊เปี๊ยะ” นาที รัชกิจประการ ภรรยาพิพัฒน์ รัชกิจประการ
นี่เป็นเพียงหนังตัวอย่างของ สว.ที่มีสายสัมพันธ์กับนักการเมือง “บ้านใหญ่” และใครก็รู้ว่า “สว.สีน้ำเงิน” อิงแอบอยู่พรรคการเมืองใด
ด้วยเหตุนี้ ทั้ง “สภาสูง-สภาล่าง” ในวันนี้ จึงถูกเคลือบไปด้วยสีน้ำเงินคือ “มงคล สุระสัจจะ” ประธานวุฒิสภา และ “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาผู้แทนฯ ต่างเป็นสายตรงครูใหญ่บุรีรัมย์
แกนนำพรรคภูมิใจไทยเคยมั่นใจว่า “รัฐบาลอนุทิน 2” จะบริหารประเทศได้ยาวนาน เพราะมีเสียงหนุนใน “สภาล่าง” และ “สภาสูง” แต่เวลานี้ “ฝ่ายค้าน” เปิดแนวรบทำลายความชอบธรรมของ “สว.สีน้ำเงิน” ต่อเนื่อง จึงต้องจับตาดูว่า เกมนี้ใครจะยืนระยะได้ยาวนานกว่ากัน


