วันพฤหัสบดี ที่ 10 กันยายน 2569

Login
Login

'สนธิ' บุกสถานทูตอิสราเอล จี้เอาผิดทุนต่างชาติ ครอบงำอสังหาฯ

'สนธิ' บุกสถานทูตอิสราเอล จี้เอาผิดทุนต่างชาติ ครอบงำอสังหาฯ ชี้ต้องเคารพกฎหมายไทย ตรวจสอบที่ดิน 4 ข้อ เรียกร้องหยุดความรุนแรงในปาเลสไตน์

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 10 กันยายน ที่สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมแนวร่วมประมาณ 300 คน เดินทางมายื่นและอ่านแถลงการณ์ถึง ดร. อโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์ (Dr. Alona Fisher-Kamm) เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย เพื่อเรียกร้องให้สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลฯ ดำเนินการตักเตือนพลเมืองชาวอิสราเอลที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ให้เคารพกฎหมายของประเทศไทย รวมถึงให้ความร่วมมือกับรัฐบาลไทยในการตรวจสอบการครอบครองที่ดินของชาวอิสราเอลในประเทศไทย

โดยตั้งแต่ช่วงเช้า มวลชนทยอยเดินทางเข้าพื้นที่ โดยมีการถือป้ายข้อความเชิงสัญลักษณ์ อาทิ “Take Back Our Country Ban Grey Capital” “Thailand Is Not For Sale” “ที่นี่ประเทศไทย” และข้อความต่อต้านกองทัพอิสราเอล ขณะที่พบชาวมุสลิมร่วมถือป้ายข้อความ เช่น “Children Killers Are Not Welcome In My Country” “Zionist Baby Killers Out Of Thailand” “No Pad Thai For War Criminals” และ “Stop The Genocide”
 

'สนธิ' บุกสถานทูตอิสราเอล จี้เอาผิดทุนต่างชาติ ครอบงำอสังหาฯ

พร้อมทำกิจกรรมปราศรัยประณามพฤติกรรมของชาวอิสราเอลบางส่วนและวิพากษ์วิจารณ์การบริหารงานของรัฐบาลไทยที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจวางกำลังรักษาความปลอดภัยโดยรอบพื้นที่ มีการตั้งแนวรั้วเหล็ก ติดตั้งประตูตรวจจับโลหะและกล้องวงจรปิดบริเวณทางเข้า-ออก เพื่อคัดกรองผู้เข้าร่วมกิจกรรม รวมถึงตรวจสอบกระเป๋าของมวลชนเพื่อค้นหาสิ่งแปลกปลอมหรือสิ่งของที่อาจผิดกฎหมาย

ภายหลังการปราศรัย นายสนธิอ่านแถลงการณ์ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยกล่าวถึงพฤติกรรมของรัฐบาลอิสราเอลในช่วงที่ผ่านมา พร้อมแสดงความเห็นว่าเป็นการขยายอิทธิพลและระรานพื้นที่ในหลายประเทศ รวมถึงประเด็นความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ โดยกล่าวอ้างว่ามีการนำคำกล่าวอ้างทางศาสนามาใช้เพื่อขับไล่ชาวปาเลสไตน์ ทั้งที่ชาวปาเลสไตน์อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวมาหลายร้อยปี 
 

'สนธิ' บุกสถานทูตอิสราเอล จี้เอาผิดทุนต่างชาติ ครอบงำอสังหาฯ

นอกจากนี้ ยังกล่าวอ้างถึงการเข้ามาของชาวอิสราเอลในประเทศไทย การขอสัญชาติไทยเพื่อครอบงำหรือครอบครองพื้นที่ และระบุว่ามีการได้สัญชาติในช่วงที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมระบุว่าการให้สัญชาติสามารถมีการถอดถอนสัญชาติได้เช่นกัน

นายสนธิ ยังเปรียบเทียบการเข้ามาของชาวอิสราเอลกับกลุ่มทุนจีนสีเทา โดยระบุว่าแตกต่างกันตรงที่ทุนจีนสีเทามุ่งหวังผลกำไร ขณะที่ฝ่ายอิสราเอลตามที่แถลงการณ์กล่าวอ้างนั้นมุ่งหวังการครอบครองผืนแผ่นดินไทยในระยะยาว ผ่านการขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจ การใช้ตัวแทนอำพราง (Nominee) และการกว้านซื้อที่ดินในจังหวัดฉะเชิงเทราเพื่อสร้างสุสาน 

รวมถึงการดำเนินงานของศูนย์ Chabad ซึ่งถูกกล่าวอ้างว่าเป็นศูนย์บัญชาการในการขยายอาณาเขตชุมชน นอกจากนี้ ยังแสดงความกังวลด้านความมั่นคงจากการเข้ามาตั้งรกรากของอดีตทหารและสายลับในพื้นที่ประเทศไทย เช่น อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมร่วมประณามความรุนแรงของรัฐบาลอิสราเอลที่กระทำต่อชาวปาเลสไตน์ โดยระบุว่าหลังจากนี้กลุ่มจะมีการเคลื่อนไหวในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ

'สนธิ' บุกสถานทูตอิสราเอล จี้เอาผิดทุนต่างชาติ ครอบงำอสังหาฯ

สำหรับข้อเรียกร้องของกลุ่ม มี 4 ข้อ ได้แก่ 1. ให้บังคับใช้มาตรการอบรมและกำชับนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลให้เคารพกฎหมายและวัฒนธรรมไทยอย่างเคร่งครัด 2. ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานรัฐบาลไทยในการดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยไม่ใช้สิทธิทางการทูตเข้าแทรกแซง 

3. ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบการครอบครองที่ดินในจังหวัดฉะเชิงเทรา รวมถึงการดำเนินงานของศูนย์ Chabad และองค์กรที่เกี่ยวข้อง และ 4. ให้ส่งสารแสดงความไม่พอใจไปยังรัฐบาลอิสราเอล เพื่อเรียกร้องให้ยุติการกระทำที่กลุ่มมองว่าเป็นความโหดเหี้ยมต่อพลเรือน และปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

กระทั่งเวลา 11.05 น. กลุ่มผู้ชุมนุมยุติกิจกรรมตามกำหนด ก่อนที่มวลชนจะทยอยแยกย้ายเดินทางออกจากพื้นที่ โดยเหตุการณ์โดยรวมเป็นไปตามกิจกรรมที่กลุ่มกำหนดไว้