สภาฯ เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบ 2570 ขณะที่พรรคกล้าธรรมในฐานะฝ่ายค้านลงมติหนุน สวนทางฝ่ายค้าน “ธรรมนัส” เคยย้ำงบส่วนใหญ่เป็นแผนงานที่พรรคเคยร่วมผลักดัน จึงไม่อาจคัดค้านเพียงเพื่อความสะใจ
ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระ 2 และวาระ 3 ครบทั้ง 41 มาตรา ก่อนลงมติเห็นชอบในวาระ 3 ด้วยคะแนน 338 เสียง ต่อ 144 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง และไม่ลงคะแนน 1 เสียง
การพิจารณาร่างงบประมาณครั้งนี้ใช้เวลาอภิปรายรวม 4 วัน โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ร่วมกันพิจารณาปรับลดงบประมาณ ตลอดจนเสนอข้อสังเกตต่อหน่วยรับงบประมาณ เพื่อให้การใช้จ่ายภาครัฐมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ถูกจับตาคือท่าทีของพรรคกล้าธรรม ซึ่งอยู่ในบทบาทฝ่ายค้าน แต่ร่วมลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 สวนทางกับฝ่ายค้านหลายพรรค
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 8 กันยายน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคกล้าธรรม อธิบายถึงแนวทางการลงมติว่า งบประมาณปี 2570 ในส่วนกระทรวงที่ตนเคยกำกับดูแล มีที่มาจากแผนงานซึ่งร่วมจัดทำไว้ตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี แม้ในชั้นกรรมาธิการจะมีการปรับลดบางรายการ แต่สาระสำคัญของแผนยังคงอยู่
“หากเราไม่เห็นด้วยก็เท่ากับเราเกเร” ร.อ.ธรรมนัสกล่าว พร้อมยืนยันว่า การลงมติรายมาตราก่อนหน้านี้จึงเป็นไปตามแนวนโยบายของพรรค
สำหรับกระแสการเมืองที่ถูกมองว่าการลงมติดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณการขยับเข้าใกล้รัฐบาล ร.อ.ธรรมนัสระบุว่า การพิจารณาเรื่องการเงินการคลังต้องยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก และผู้แทนราษฎรต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ไม่ควรตัดสินใจเพียงเพราะอารมณ์หรือความสะใจ
เมื่อถูกถามถึงโอกาสร่วมรัฐบาล หัวหน้าพรรคกล้าธรรมตอบทีเล่นทีจริงว่าเป็นเพียง “กระแสข่าวลือ” แต่ยอมรับว่า ตนและนายกรัฐมนตรีมีความสัมพันธ์ในฐานะเพื่อนกัน และหากมีการประสานงานในเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน ก็พร้อมดำเนินการ
ร.อ.ธรรมนัสยังย้ำว่า พรรคกล้าธรรมจะทำหน้าที่ตามบทบาทที่ได้รับมอบหมาย โดยบางเรื่องที่ไม่ควรโจมตีรัฐบาลก็ไม่จำเป็นต้องโจมตี พร้อมเห็นว่ารัฐบาลที่เพิ่งเริ่มทำงานควรได้รับโอกาสพิสูจน์ผลงาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนี้ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 จะส่งต่อให้วุฒิสภาพิจารณาในวันที่ 11 กันยายน 2569 โดยวุฒิสภามีอำนาจให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ แต่ไม่สามารถตัดลดงบประมาณได้ หากผ่านความเห็นชอบแล้ว จะเข้าสู่ขั้นตอนการนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย เพื่อประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป โดยประธานสภาฯ สั่งปิดประชุมเวลา 20.38 น.
ทั้งนี้ การโหวตหนุนงบประมาณปี 2570 ของพรรคกล้าธรรมสะท้อนจุดยืนที่แยกออกจากฝ่ายค้านบางส่วน โดยพรรคยืนยันว่าเป็นการตัดสินใจบนฐานของเนื้อหางบประมาณและความต่อเนื่องของแผนงาน ไม่ใช่การส่งสัญญาณทางการเมืองเพื่อเตรียมเข้าร่วมรัฐบาล





