วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

ACT เปิดบัญชีดำมหาโกง ครึ่งปี 69 เจอ 13 เคส โกงสอบท้องถิ่น มาที่ 1

ACT บันทึก 'บัญชีดำ' ปมอื้อฉาว พันคอร์รัปชันใหญ่ ตะลึงครึ่งปี 69 เจอไปแล้ว 13 กรณี 'โกงสอบท้องถิ่น' มาอันดับแรก 'TH-AI-สินบนทองคำ-เป่าคดีศักดิ์สยาม' ติดโผ

เมื่อวันที่ 23 ก.ค.2569 นายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT เปิดเผยว่า เพียง 6 เดือนแรกของปี 2569 ได้เกิดเรื่องอื้อฉาวพัวพันกับคอร์รัปชันขนาดใหญ่มากเป็นประวัติการณ์ จนต้องบันทึกใน “บัญชีดำคอร์รัปชัน” (Hall of Shame) เพื่อตีแผ่กลโกง ประณาม และสร้างความตื่นรู้ให้สังคมไทยเห็นถึงความร้ายแรงของปัญหาคอร์รัปชัน อย่างน้อย 13 กรณีอื้อฉาว อ้างอิงสถานะข้อมูล ณ วันที่ 22 ก.ค.2569 ประกอบด้วย

1. โกงสอบข้าราชการ อปท. มูลค่าสินบน 4.5 พันล้านบาท

2. กกร. เผยผลสำรวจ 10 หน่วยงานรัฐเรียกรับสินบนจากเอกชน

3. ไอ้โม่งตุนน้ำมัน 57 ล้านลิตร มูลค่าราว 2.3 พันล้านบาท

4. TH-Ai Passport โครงการฉาว 1.6 พันล้าน

5. เครนถล่มงานก่อสร้างทางด่วนพระรามสอง คนตาย 2 คน บาดเจ็บ 2 คน

6. อธิบดีกรมฝนหลวงลาออก หลังปฏิเสธคำขอจากหลานรัฐมนตรี

7.สินบนทองคำหนัก 246 บาท มูลค่า 16 ล้านบาท พัวพันกรรมการ ป.ป.ช. กับบิ๊กโจ๊ก

8.ป.ป.ช. มีมติปัดตกคดีนายศักดิ์สยาม สวนทางศาลรัฐธรรมนูญ

9.มาเฟียภูเก็ต ใหญ่คับเกาะจนผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯ ถูกเด้ง

10.คดี ส.ส. 888 มีตำแหน่งใหญ่โตในรัฐสภา แม้ต้องคดีพนันออนไลน์และฟอกเงิน

11.แจ้งเกิดเท็จ ใช้พ่อไทยทิพย์ให้ลูกได้สัญชาติไทย

12.คดีลอบยิง ส.ส. นราธิวาส มีเจ้าหน้าที่รัฐพัวพันหลายคน

13. 5 ตำรวจ ตม. จัดฉากช่วยจีนเทาหนีคุก

ACT เปิดบัญชีดำมหาโกง ครึ่งปี 69 เจอ 13 เคส โกงสอบท้องถิ่น มาที่ 1

“คอร์รัปชันยุคนี้ไม่ได้แปลว่าต้องแอบรับเงินใต้โต๊ะ หรือทำผิดกฎหมายเสมอไป พวกเขาไม่กลัวขนาดนั้นแล้ว เพราะเอากฎหมายและนโยบายรัฐมาใช้เป็นเครื่องมือสร้างความชอบธรรมให้พวกตน และที่น่ารังเกียจกว่านั้น คือ คดีคอร์รัปชันที่มีนักการเมืองหนุนหลังจะสร้างความเสียหายหนักเป็นวงกว้างเสมอ” ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯกล่าวและว่านอกจาก 13 กรณีอื้อฉาวดังกล่าว สังคมไทยยังวิจารณ์อย่างหนักต่อ 2 เรื่องอื้อฉาวที่อาจจบลงดื้อๆ ได้แก่ คดี ฮั้ว ส.ว. ที่บั่นทอนระบอบประชาธิปไตย และ คดีฮุบที่ดินเขากระโดง “สองคดีนี้เจ้าหน้าที่รัฐมากมายดาหน้าใช้กฎหมายและอำนาจของหน่วยงานมาคัดง้างกระบวนการยุติธรรมเพื่อปกป้องผลประโยชน์นักการเมือง” นายมานะ กล่าว

นายมานะ กล่าวอีกว่า หากลองวิเคราะห์ 13 กรณีอื้อฉาวนี้ผ่านกรอบหลักนิติธรรม (Rule of Law) พบ “จุดอ่อน" ของประเทศไทย 4 มิติหลัก ได้แก่

1.) การปลอดจากคอร์รัปชัน (Absence of Corruption) ดังกรณีโกงสอบ อปท., TH-AI Passport, สินบนทองคำ ข้อเสนอเชิงนโยบาย ต้องเปิดเผยข้อมูลจัดซื้อจัดจ้าง เปิดเผยผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง

2.) การบังคับใช้กฎหมาย (Regulatory Enforcement) กรณีเครนถล่มไอ้โม่งตุนน้ำมัน ข้อเสนอเชิงนโยบาย เพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลและการบังคับใช้กฎหมาย

3.) กระบวนการยุติธรรมทางอาญา (Criminal Justice) กรณี สินบนทองคำ, คดี ส.ส. 888, 5 ตำรวจ ตมข้อเสนอเชิงนโยบาย ต้องยกระดับความโปร่งใสและความเป็นอิสระของกระบวนการยุติธรรม

4.) การถ่วงดุลอำนาจรัฐ (Constraints on Government Powers) คดีนายศักดิ์สยาม, ผลสำรวจสินบน ข้อเสนอเชิงนโยบาย เสริมกลไกตรวจสอบและความรับผิดของหน่วยงานรัฐ

“ความท้าทายของประเทศไทยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการทุจริตรายคดีแต่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพของรัฐ การกำกับดูแลและความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรม” นายมานะ กล่าว

ประธาน ACT กล่าวทิ้งท้ายว่า Hall of Shame 2569 ที่องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ บันทึกไว้เป็น Digital Footprint จึงไม่ได้เป็นเพียงการรวบรวมเหตุการณ์หรือกรณีอื้อฉาว แต่เป็นภาพสะท้อนว่าจุดอ่อนของประเทศไทยอยู่ที่ใดในระบบหลักนิติธรรม การปฏิรูปที่ยั่งยืนจึงไม่ควรมุ่งเพียงการลงโทษผู้กระทำผิดเป็นรายคดี แต่ต้องเสริมสร้างกลไกป้องกัน การตรวจสอบ และการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และได้รับความไว้วางใจจากสังคม

 

ที่มา มานะ นิมิตรมงคล