ปลัด มท.อัปเดตคดีโกงสอบท้องถิ่น 17 ก.ค.กสถ.ถกด่วน เพิกถอนบรรจุกลุ่มทุจริต 3,621 คน ดึงหน่วยงานกลาง รื้อตรวจข้อสอบ-จัดอันดับใหม่ทั้งระบบ คืนความชอบธรรมผู้สอบผ่าน
เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2569 ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้านบริหาร นายบุญประสงศ์ นวลสายย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แถลงข่าวความคืบหน้าการสอบสวนกรณีการทุจริตสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น
นายอรรษิษฐ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินการกรณีปัญหาการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นว่า นาอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่งแต่งตั้ง นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้ดำรงตำแหน่งรักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม เป็นต้นไป เพื่อให้เข้ามาบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ลุล่วง ตลอดจนเร่งดำเนินการแก้ไขสิ่งที่ไม่ถูกต้องให้เกิดความโปร่งใสและถูกต้องโดยเร็วที่สุด เนื่องจากส่วนราชการที่กำลังประสบปัญหาจำเป็นต้องมีผู้บริหารระดับสูงที่พร้อมเข้ามาจัดการเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด
ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีการตรวจสอบพบผู้ที่มีคะแนนสอบผิดปกติจำนวน 5,814 คน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มนั้น กระทรวงมหาดไทยมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาให้รวดเร็วที่สุด โดยได้หารือร่วมกับรักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และเลขานุการคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เพื่อเร่งรัดกระบวนการ ในเมื่อ กสถ. มีมติประกาศรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ หน่วยงานผู้ประกาศก็ย่อมมีอำนาจในการเพิกถอนการบรรจุแต่งตั้งหากพบว่าการประกาศนั้นมีความผิดพลาดหรือไม่ถูกต้อง เพื่อเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจ ทั้งนี้ กสถ. จะมีการเรียกประชุมด่วนในวันพรุ่งนี้ช่วงบ่าย เพื่อพิจารณาเพิกถอนการบรรจุแต่งตั้งบุคคลในกลุ่มแรกที่มีพยานหลักฐานเชิงประจักษ์ว่ากระทำผิดจำนวนกว่า 3,621 คนอย่างเร่งด่วน เพื่อคืนความชอบธรรมและคลายความกังวลให้แก่ผู้ที่สอบผ่านด้วยความสุจริตจำนวนกว่า 9,174 คน ซึ่งเป็นผู้ที่มีคะแนนดิบตรงตามประกาศรายชื่อ จากที่บรรจุแต่งตั้งไปแล้ว 14,988 คน เพื่อให้สังคมได้รับความกระจ่างและเชื่อมั่นในความโปร่งใส
ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวด้วยว่า หลังจากที่มีมติเพิกถอนการบรรจุผู้ที่กระทำผิดในกลุ่มแรกเรียบร้อยแล้ว กระทรวงมหาดไทยจะเป็นเจ้าภาพหลักในการประสานหน่วยงานกลางที่มีความน่าเชื่อถือและมีความพร้อม เช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือ สำนักงาน ก.พ. เข้ามาดำเนินการตรวจกระดาษคำตอบกว่า 800,000 ฉบับ และนับคะแนนสอบของผู้เข้าสอบทั้งหมดกว่า 400,000 คนใหม่อีกครั้ง เพื่อจัดลำดับที่ (Ranking) และประกาศรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ใหม่ด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม
โดยผู้ที่ได้รับการจัดลำดับใหม่จะได้รับการพิจารณาบรรจุแต่งตั้งทดแทนตำแหน่งที่ว่างลงจากการถูกเพิกถอนต่อไป ส่วนผู้ที่มีคะแนนผิดปกติในกลุ่มที่ 2 และกลุ่มที่ 3 จะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบคะแนนใหม่ทั้งหมดเช่นกัน เนื่องจากการตรวจสอบพบว่าบางรายอาจมีคะแนนดิบที่ผ่านเกณฑ์อยู่แล้วแต่ถูกปรับเพิ่มคะแนนโดยมิชอบ ซึ่งกระบวนการสืบสวนทางกฎหมายจะพิสูจน์ข้อเท็จจริงอย่างละเอียดต่อไป
กระทรวงมหาดไทยขอยืนยันว่าพร้อมที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาระบบการสอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างจริงจัง โดยคณะกรรมการ กสถ. ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องกับการประกาศรายชื่อจะต้องร่วมกันรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ผู้ที่กระทำความผิดหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตกำลังอยู่ระหว่างการถูกสอบสวนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งหากพบพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงบุคคลใด จะมีการแถลงความคืบหน้าและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป รวมทั้งเชื่อมั่นว่ารักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นท่านใหม่ ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงที่มีความอาวุโสและมีประสบการณ์ จะสามารถบริหารจัดการและยืนหยัดในความถูกต้องได้อย่างแน่นอน
เมื่อถามถึงกรณีที่จะมีการส่งรายชื่อ5,814คน ให้ก.กลาง พิจารณาเพิกถอนในวันที่23ก.ค.นี้ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ก.กลางมีกำหนดประชุมอยู่แล้วในวันที่23ก.ค. แต่วันนี้เราต้องเพิกถอนให้เร็วที่สุด เพราะเห็นข้อมูลเชิงประจักษ์ว่ามีความผิดปกติ คนที่ดำเนินการเรื่องนี้คือกสถ. ที่มีการประชุมวานนี้(15ก.ค.) แล้วทางรองอธิบดีสถ. ในฐานะฝ่ายเลขานุการ กสถ. ก็ไม่ได้เสนอให้กสถ.เพิกถอนสิ่งที่ตัวเองประกาศไป เพราะฉะนั้นตนจึงเสนอว่าคนที่ผูกก็ต้องแก้ ต้องรับผิดชอบ ต้องสแกนความบริสุทธิ์ของตัวเองด้วย เพราะท่านเป็นคนประกาศรายชื่อเหล่านั้น ก็ต้องแก้รายชื่อเหล่านั้น
“ผมเป็นคนเสนอให้กลุ่มแรก3,621คนต้องเพิกถอนการบรรจุเลย ต้องไปให้เร็วที่สุด เพราะคนที่บริสุทธิ์มันทุกข์ร้อนอยู่ คนที่เขาเข้ามาแล้วไม่รู้ว่าจะโดนหรือไม่ เป็นความกลุ้มใจที่สุด สื่อก็ยังไม่ค่อยได้พูดถึง9,174คน ผมก็อยากให้ความเชื่อมั่นกลุ่มคนเหล่านี้ให้ได้รับความเป็นธรรมที่สุด ส่วนกลุ่มที่สอง และกลุ่มที่สาม เราจะมีการนับคะแนนใหม่เพื่อมาจัดลำดับใหม่ทั้งหมด เพื่อดูว่าถ้าเขาคะแนนดีอยู่แล้วแล้วถูกอัพขึ้นมา พอนับคะแนนใหม่ เขาอาจจะตกมาก็ได้ แต่ว่าถ้าเขาอยู่ในกระบวนการที่ไม่ถูกต้อง ทางคดีอาญาถ้าสาวถึงก็จะไปถึงตัวเขาเอง ตอนนี้ถ้าเขาทำคะแนนดีอยู่แล้วอยู่ๆมีคนไปอัพให้เขาขึ้น อยู่ๆเราจะให้เขาตก มันต้องมีการสืบสวนและพิสูจน์กันอีก หากตรวจสอบคะแนนใหม่ แล้วมีการจัดลำดับใหม่ แล้วเสร็จคนเหล่านี้ที่ได้รับการจัดลำดับใหม่ก็จะบรรจุแทน” นายอรรษิษฐ์ กล่าว
ขณะที่นายบุญประสงศ์ นวลสายย์ รองอธิบดี สถ. ในฐานะฝ่ายเลขานุการกสถ. กล่าวเสริมว่า ในขั้นตอนการตรวจนับคะแนนใหม่ขณะนี้ เนื่องจากกระดาษคำตอบข้อเท็จจริงอยู่กับ ป.ป.ช. เราก็จะตรวจสอบจากหลักฐานของ สถ.ที่มี คือจากแฟลชไดร์ฟที่มีการแสดงคำตอบทั้งสิ้นที่มีการสแกนไว้ทั้งหมด ก็จะนำมาเปรียบเทียบความแตกต่างทั้งหมด โดยจะมีคณะกรรมการในการตรวจสอบที่มีความเป็นกลางเข้ามาตรวจสอบกระดาษคำตอบทั้ง800,000แผ่น
ส่วนปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเสริมว่า ทาง สถ.จะเป็นแม่งานในการตรวจสอบ โดยอาจจะนำคนกลางที่อาจจะเป็นมหาวิทยาลัยอื่นเข้ามาร่วมตรวจสอบ เพื่อความโปร่งใสเป็นธรรมที่สุดกับคนที่อยู่ในบัญชีทั้ง4000,00คน เราต้องดูจากคะแนนดิบทั้งหมด ขณะนี้ได้มอบหมายให้ฝ่ายเลขาฯประสานไปยังหน่วยงานกลางที่จะเข้ามาตรวจสอบแล้ว ดังนั้นในวันพรุ่งนี้(17ก.ค.) จะประชุมหลายๆเรื่อง ทั้งการเพิกถอนการบรรจุ การนับคะแนนใหม่ จะดำเนินการให้เร็วที่สุดเพื่อให้ได้หน่วยงานกลางเข้ามาร่วมนับคะแนนใหม่ ยืนยันว่าจำเป็นต้องนับใหม่ มิฉะนั้นจะคาราคาซังอยู่แบบนี้ ทุกคนก็ถามว่าจะเป็นอย่างไร จะมีการบรรจุหรือไม่ ตำแหน่งว่างทำอย่างไร ตำแหน่งว่างก็ต้องว่าง เมื่อคนมันไม่ถูกต้องเราจะให้อยู่ต่อไปมันก็ลำบาก กสถ.ในฐานะกรรมการที่เคยประกาศรายชื่อไปก็ต้องรับผิดชอบร่วมกัน หนีความรับผิดชอบไม่ได้
เมื่อถามถึงขึ้นตอนการดำเนินการเพิกถอนการบรรจุกลุ่มแรกจำนวน3,621คน นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า หากมีการเพิกถอนการบรรจุแล้ว จะมีการแจ้งรายชื่อไปยังแต่ละจังหวัดที่กลุ่มบุคคลดังกล่าวที่ได้รับการบรรจุว่ามีใครบ้าง เพื่อดำเนินการเพิกถอนการบรรจุ ส่วนจะต้องมีการดำเนินคดีทางอาญากับ3,621คนที่ขณะนี้บรรจุเข้ารับราชการไปแล้ว และทำให้กระทรวงมหาดไทย สถ. เสียเวลา เสียงบประมาณหรือไม่นั้น ทางป.ป.ช.สอบสวนอยู่ เชื่อมั่นว่าถ้าอยู่ในความผิดต้องรับโทษทางอาญาควบคู่ ไม่มีใครหนีพ้น หากกระทำความผิด ขณะที่เรื่องเงินเดือนของทั้ง3,621คน จะต้องมีการพิจารณาตามพฤติกรรมว่าการดำเนินการมีบทลงโทษอย่างไร
ส่วน นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กล่าวว่า ภารกิจเร่งด่วนประการแรกคือการจัดการปัญหาดังกล่าวอย่างตรงไปตรงมา โดยจะเร่งประสานข้อมูลอย่างใกล้ชิดกับทาง ป.ป.ช. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อติดตามความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่กระทำผิดจำนวน 3,621 คน ว่ารายใดเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายแล้วบ้าง พร้อมทั้งจะดำเนินการแจ้งไปยังจังหวัดต้นสังกัดให้ดำเนินการเพิกถอนการบรรจุแต่งตั้งบุคคลเหล่านี้โดยทันที สำหรับประเด็นการเรียกคืนเงินเดือนหรือสิทธิประโยชน์ต่างๆ นั้น จะต้องพิจารณาในรายละเอียดตามพฤติการณ์ทางกฎหมายของแต่ละบุคคลต่อไป
เมื่อถามถึงกลุ่มที่ไม่ได้มารายงานตัวจำนวน520คน จะถือว่ามีความผิดปกติหรือไม่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ตามกระบวนการราชการ หากเขาไม่มารายงาน ก็ถือว่าไม่ได้อยู่ในกระบวนการของเรา แต่จะถือว่ามีความผิดปกติหรือไม่อยู่ในชั้นกานสอบสวนของ ป.ป.ช. ตำรวจสอบสวนกลางว่า ทำไมสอบได้ถึงไม่มารายงานตัว แต่ถ้ามีเหตุผลอื่น เช่นได้งานอื่น มันก็ตอบได้ อยู่ที่ตัวเขาเอง ทาง กสถ.จะดูเรื่องการบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ เมื่อมีคะแนนผิดพลาดเราต้องเลิกบรรจุ ส่วนคนอื่นๆที่ไม่มารายงานตัวมันนอกเหนือจาก กสถ.
เมื่อถามว่าในกลุ่มของ 3,621คน จะต้องมีการเชือดไก่ให้ลิงดูหรือไม่ เนื่องจากปรากฎหลักฐานชัดว่าผิดปกติ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ก็ในจำนวนนี้ เมื่อมีมติแล้ว ต้องแจ้งไปยังแต่ละจังหวัดตามที่ตนกล่าวไป จากนั้นทางจังหวัดจะแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)ที่เขาได้รับบรรจุ ส่วนที่สังคมข้องใจว่าเหตุใดไม่ประกาศรายชื่อผู้ที่ถูกเพิกถอนผ่านสาธารณะนั้น กฎหมายบอกให้เราแจ้งไปที่จังหวัดที่เขาบรรจุ แต่สื่อมวลชนก็ต้องได้ทราบอยู่แล้วในจำนวน3,621คน ถึงวันนั้นก็จะได้รู้กัน
เมื่อถามว่ามีบุคคลร้องเรียนเข้ามาว่าในกระบวนการสอบสัมภาษณ์ ภาค ค. มีการกดคะแนนคนอื่นเพื่อให้ผู้ที่จ่ายเงินได้เข้าไป ทางคณะกรรมการภาค ค. อาจรับเงินมาหรือไม่ นายสมประสงศ์ กล่าวว่า ต้องไปดูในข้อเท็จจริงในกระบวนการตรวจสอบของ ป.ป.ช.
นายอรรษิษฐ์ กล่าวด้วยว่า ยืนยันว่ากระทรวงมหาดไทยไม่นิ่งนอนใจ เราจะไม่ยอมเสียเกียรติภูมิ เราตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบวินัยร้ายแรงภายใน7วัน ไม่ใช่ตรวจสอบแค่5บุคคลที่เป็นผู้บริหารระดับสูบ แต่จะตรวจสอบทั้งกระบวนการว่าใครเกี่ยวข้องอย่างไร เราจะเรียกมาสอบหมด เพราะเรื่องนี้อยู่ในความสนใจ ไม่มีตรงไหนที่ความสงสัยของประชาชนจะเกินกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงของทางกระทรวง เขาก็สงสัยเหมือนกัน ก็ต้องเป็นที่พึ่งประชาชน เพราะทุกคนต้องการความมั่นใจ ตนมีหน้าที่ทำให้ทุกอย่างจบโดยเร็ว ให้คนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ทำงานอย่างสบายใจ ได้รู้ว่าถูกต้องเป็นธรรมที่สุด และได้รับการบรรจุต่อไป ขอให้อดใจรออีกหน่อย แต่ละวันมีการเปลี่ยนแปลงเสมอ แต่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีและรวดเร็ว





