วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม 2569

Login
Login

เล่นใหญ่ ‘โกงสอบท้องถิ่น’ 4 กมธ. หวั่นตัดตอน ‘บิ๊กการเมือง’

ประเด็น “โกงสอบข้าราชการท้องถิ่น” รัฐบาล โดย “อนุทิน ชาญวีรกูล”​ นายกรัฐมนตรี ออกท่าขึงขังที่ล้างบางการทุจริต นำตัวผู้ทำผิดมาลงโทษ ตามกฎหมาย

ล่าสุด “นายกฯ” พูดอย่างแข็งกร้าวระหว่างการแถลงความคืบหน้าคดีทุจริตสอบข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ที่ “กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง” จับกุม 3 ผู้ต้องหาคดีทุจริตสอบ ว่า “ไม่มีมวยล้มต้มคนดู ไม่มีบุญคุณใดๆ ที่ต้องตอบแทน ไม่มีเกรงกลัวว่าจะไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แต่ยังพูดไม่ได้ว่าใครผิด ใครถูก เพราะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบ”

เล่นใหญ่ ‘โกงสอบท้องถิ่น’ 4 กมธ. หวั่นตัดตอน ‘บิ๊กการเมือง’

ทว่า การแอ็กชั่นของ “นายกฯ” รวมไปถึงการตรวจสอบเรื่องนี้ผ่าน กรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และข้อกฎหมาย กรณีทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการ หรือ สอบพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ที่ “ปกรณ์ นิลประพันธ์" รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย เป็นประธานคณะ ที่ประกาศว่า “จะล้างบางให้จบไป”

ยังสร้างความหวั่นใจให้กับ “สังคม-ฝ่ายค้าน” ว่า สุดท้ายแล้ว จะสาวไปถึงตัวบงการใหญ่ได้จริงหรือไม่

จากการทำงานตรวจสอบของสภาฯ ภายใต้ กรรมาธิการอย่างน้อย 4 คณะ ที่ตรวจสอบเรื่องทุจริตสอบท้องถิ่น คือ 

กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ที่ “รังสิมันต์ โรม” สส.พรรคประชาชน เป็นประธาน กมธ.การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่ “ภคมน หนุนอนันต์” สส.พรรคประชาชน เป็นประธาน 

เล่นใหญ่ ‘โกงสอบท้องถิ่น’ 4 กมธ. หวั่นตัดตอน ‘บิ๊กการเมือง’

กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ที่ “อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ” สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมใจไทย เป็นประธาน และ กมธ.การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ ที่ “คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์” สส.ระนอง พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน พบประเด็นที่แคลงใจว่า สุดท้ายแล้วจะถูกตัดจบให้อยู่แค่ “ปลาซิว ปลาสร้อย” เพราะส่อว่ามีกระบวนการตัดตอน ไม่ให้ไปถึงตัวการใหญ่ และ “ความจริงที่ถูกปิดบัง”

โดยเรื่องนี้ “ภคมน” ฐานะประธานกมธ.การพัฒนาการเมือง ตั้งข้อสังเกตว่า กรรมการที่เกี่ยวข้องกับการสอบทุจริตโกงสอบท้องถิ่นรอบนี้ ดูเหมือนจะระวัง ไม่ให้ก้าวล่วงถึงสายสัมพันธ์ที่โยงไปยัง “นักการเมือง” ซึ่งเธอตั้งโจทย์สำคัญว่า ภารกิจนี้อาจมี “บิ๊กการเมือง" เกี่ยวข้อง 

หากพิจารณาสิ่งที่ “รองนายกฯ ปกรณ์” ให้สัมภาษณ์เมื่อวันก่อน จะพบว่า การรตรวจสอบข้อเท็จจริงของรัฐบาล จะเน้นการสอบกระบวนการ ไม่ใช่เสาะหาการกระทำที่บกพร่องจากตัวบุคคล ทำให้ “รังสิมันต์” ถามหาความจริงใจและเรียกร้อง “อนุทิน” ตั้งกรรมการกลางที่เป็นบุคคลภายนอก ทำหน้าที่สอบปมทุจริตที่เกิดขึ้น

ขณะเดียวกัน สิ่งที่ “สส.พรรคประชาชน” ตั้งข้อสันนิษฐานที่เริ่มจากต้นตอทุจริตสอบท้องถิ่น อาจมาจากกระบวนการออก “ทีโออาร์” ที่บกพร่อง ส่อเปิดช่องให้กระบวนการทุจริต แก้ไขคำตอบ-คะแนนเกิดขึ้นได้ 

โดยคนที่จะยืนยันข้อเท็จจริงต่อเรื่องนี้ได้ดี มี 2 คน คือ “อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์” ปลัดกระทรวงมหาดไทย และ “นฤชา โฆษาศิวิไลซ์" อธิบดีกรมการปกครอง ฐานะผู้แต่งตั้งกรรมการเพื่อจัดทำทีโออาร์ ซึ่งที่ผ่านมาปฏิเสธที่จะเข้าชี้แจงต่อกมธ.

ทว่า ในการพิจารณาของ “กมธ.ปราบโกง” ที่ สส.ภูมิใจไทย เป็นประธาน กลับพบข้อมูลอีกด้าน จากการให้ข้อมูลของ “ผู้บริหารมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ” (มศว) ฐานะผู้รับจ้างจัดสอบ เมื่อ 9 ก.ค. พบว่า มศว โดยสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา (สทศ.) หลังประมูลโครงการได้ภายใต้วงเงิน 133 ล้านบาท ได้ไปจ้างช่วงบริษัทเอกชน 30 ล้านบาท ให้พิมพ์และตรวจข้อสอบ ซึ่งได้แจ้งให้ผู้รับจ้างทราบตามสัญญาแล้ว

เล่นใหญ่ ‘โกงสอบท้องถิ่น’ 4 กมธ. หวั่นตัดตอน ‘บิ๊กการเมือง’

ขณะที่ประเด็นการประกาศผลคะแนนผู้สอบผ่านนั้น “รองอธิการบดี มศว” ยอมรับว่า “กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น” (สถ.) แทรกแซง แต่ขอไม่ให้รายละเอียด เนื่องจากได้เข้าให้ปากคำกับ “ป.ป.ช.” ไปแล้ว 

ขณะที่ในชั้นชี้แจงต่อ กมธ.ทั้ง 4 คณะ ยังพบการให้ข้อมูลไม่ตรงกัน และบางประเด็นยังสับสน

ในการตรวจสอบของ กมธ.สภาฯ ทั้ง 4 คณะ วางสมมติฐานที่อาจมีคนที่เกี่ยวข้องไว้หลายระดับ กระทรวงมหาดไทย มีทั้งระดับผู้อำนวยการ-อธิบดี-คนที่สูงกว่าอธิบดี ขณะที่บุคคลภายนอกคือ “นายหน้ารับงาน-คนสอบที่ทุจริต” 

สิ่งที่จะชี้ให้เห็นความเชื่อมโยง ความผิดของแต่ละบุคคล ตามที่ถูกตั้งข้อสันนิษฐาน อาจต้องใช้พยาน และสิ่งบ่งชี้ที่มากกว่า “คำบอกเล่า” คือ “เส้นเงิน” เพราะเรื่องนี้ตั้งแต่ถูกตีข่าว มีประเด็นของมูลค่าเสียหายสูงถึง 4,500-5,000 ล้านบาท

จึงเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง ซึ่งไม่เฉพาะ บทบาทตรวจสอบของ “กมธ.จากสภาฯ” ที่ต้องจับทุจริต เพื่อต่อยอดไปสู่การแก้ไขกฎหมายที่ขณะนี้อยู่ในชั้นพิจารณาของ “กมธ.วุฒิสภา” 

นอกจากนั้น องค์กรตรวจสอบภายนอก ที่เป็นผู้ตรวจสอบพบความผิดปกติ ต้องปิดจบคดี แบบที่ไม่ค้านสายตาประชาชน 

ส่วนรัฐบาล-อนุทิน ที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่า เป็นตัวละครลับ ตัวซีเคร็ทของเรื่อง จำเป็นต้องสะสางโดยด่วน เพื่อเรียกความเชื่อมั่นของสังคมกลับคืนมา