'ณัฐพงษ์' ผิดหวังแต่ไม่ผิดคาด ศาล รธน.ไฟเขียว พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน 'ศิริกัญญา' เดินหน้าชำแหละต่อใน กมธ.วิสามัญงบประมาณฯ พบสอดไส้หลายโครงการ
เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมด้วย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
โดยนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ผิดหวังแต่ก็ไม่ผิดคาดกับคำวินิจฉัยที่เกิดขึ้น และที่ผ่านมาพรรคประชาชนก็สื่อสารมาตลอดว่ารัฐบาลไม่มีความจำเป็นไปใช้อำนาจพิเศษในการตรา พ.ร.ก. เงินกู้นี้ออกมา ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนแต่เป็นการยัดไส้พยายามทำโครงการต่างๆ ซึ่งความจริงสามารถบรรจุอยู่ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี และสิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุดคือตอนนี้กรรมาธิการวิสามัญงบประมาณปี 70 กำลังพิจารณาเรื่องนี้อยู่ และเมื่อเช้าก็มีหน่วยงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ต้องการใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาท มาชี้แจงต่อกรรมาธิการว่าโครงการที่จะขอมีกระบวนการพิจารณาอย่างไร
นายณัฐพงษ์ ยกตัวอย่างมีโครงการเสนอทำลานกีฬาโซล่าเซลล์ หรือทำรถขยะพลังงานไฟฟ้า หลายโครงการสามารถบรรจุในงบประมาณรายจ่ายประจำปี ไม่ได้มีความจำเป็นที่จะมาใช้กระบวนการพิเศษในแผน พ.ร.ก. เงินกู้ฉบับนี้ เป็นการตั้งข้อสังเกตและมีหลักฐานชัดเจน ยืนยันในสิ่งที่เราเคยพูดมาตลอดว่า โครงการที่รัฐบาลพยายามทำอยู่นี้ ไม่ได้เข้าข่ายการใช้ พ.ร.ก.กู้เงิน ฉบับนี้เลย และถ้าหากดูตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 เขียนบทบัญญัติไว้ชัดว่า ถ้าอยู่นอกสมัยการประชุม รัฐบาลจะรอให้เปิดสมัยประชุมรัฐสภาใหม่จะเป็นการชักช้า คณะรัฐมนตรีต้องเรียกประชุมวิสามัญเป็นการด่วนเพื่อให้สภาฯ ลงมติรับรองหรือไม่รับรองการออก พ.ร.ก. หลังจากนี้ก็ต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาลต่อไปว่าจะเป็นยังไงต่อ
นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า ทุกอย่างต้องดำเนินการต่อไปตามกลไกของรัฐธรรมนูญ การจะเปิดประชุมวิสามัญหรือไม่เป็นหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี พรรคประชาชนก็ให้ความเห็นไปแล้วว่าเราไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ก็ไม่ได้ผิดคาดจากสิ่งที่เราคาดไว้
ส่วน น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า เราเฝ้าตามว่าจะมีสัญญาณอะไรจากฝั่งรัฐบาลที่คาดการณ์ล่วงหน้าถึงผลการวินิจฉัยก็เห็นว่าโครงการต่างๆ ที่เป็นโครงการจะต้องใช้เงิน 2 แสนล้านบาท เกี่ยวผ่านพลังงาน ยังไม่ได้เข้าสู่คณะกรรมการกลั่นกรองเลยแม้แต่โครงการเดียว แต่ช่วงระยะเวลาหนึ่งถึงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการให้ข่าวของรัฐมนตรีทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ถึงโครงการที่จะมาขอใช้งบประมาณ
ประกอบกับเอกสารที่พรรคประชาชนได้มา ส่งเวียนไปตามองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ไม่ใช่โครงการที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ แต่เป็นแค่แคตตาล็อก รายการสินค้า หรือ โครงการที่สามารถที่จะมาขอใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาทได้ ซึ่งหลายโครงการก็ไม่ได้สะท้อนว่าเป็นโครงการที่จะช่วยเราเปลี่ยนผ่านพลังงานไปสู่พลังงานสะอาดได้
และมีข้อสงสัยว่าจะเป็นโครงการที่เตรียมบริษัทที่จะรับจ้างหรือรับจัดซื้อสินค้าหรือโครงการดังกล่าวไว้แล้วหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณขยะ EV ลานกีฬา เครื่องผลิตออกซิเจน ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ และโครงการอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการติดตั้งโซล่ารูฟท็อป เป็นต้น ซึ่งเราก็กังวลว่าจะเป็นไปตามที่เราตั้งสมมุติฐานไว้หรือเปล่า เงิน 2 แสนล้านบาทก้อนหลัง เป็นการสอดไส้โครงการแล้วเอาความเดือดร้อนของประชาชนมาบังหน้า แต่เอาไปใช้หาประโยชน์ส่วนตนแทน
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวด้วยว่า จะใช้กลไกของกรรมาธิการวิสามัญที่จะไปชำแหละโครงการต่าง ๆ ว่ามีความซ้ำซ้อนกับ พ.ร.ก.เงินกู้ หรือไม่ แล้วเราสามารถใช้ช่องทางนี้เพราะหลายโครงการก็ขอมาซ้ำซ้อนกับโครงการที่จะมาขอเงินงบประมาณปี 70 และหากจะตัดงบประมาณทางใดทางหนึ่ง เงิน 2 แสนล้าน ใน พ.ร.ก.เงินกู้ เราไม่ได้มีอำนาจที่จะไปยุ่งยกเว้นจะโหวตให้ พ.ร.ก. คว่ำทั้งฉบับ แต่ในเงินงบประมาณปี 2570 ถ้าเงิน 12,000 ล้าน มันซ้ำซ้อนกับ 2 แสนล้าน ก็นำไปตัดกับงบประมาณได้


