วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม 2569

Login
Login

'ปกรณ์' เร่งชง 5 มาตรการบอร์ด ก.พ. ปิดช่องโกงสอบราชการเข้า ครม.

“ปกรณ์” เร่งชง 5 มาตรการบอร์ด ก.พ. ปิดช่องโกงสอบราชการเข้า ครม. พ้อ น้ำตาจะไหล รับไม่ได้เห็นชุดกากีแก้คะแนนสอบ บอก ถึงเวลาล้างบ้าน ไล่ออกง่ายกว่าเออรีรีไทร์

เมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 7 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง 5 มาตรการป้องกันการทุจริตว่า ขณะนี้เป็นมติของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา เมื่อ ก.พ.เสร็จขั้นตอนทางเอกสารคาดว่าจะเสนอเข้ามาได้ จะพยายามทำให้เร็วที่สุด เพราะเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ ตนเป็นข้าราชการเก่า เห็นข่าวการทุจริต คนแต่งชุดสีกากีมานั่งแก้คะแนน รู้สึกเสียใจจนบอกไม่ถูก และคิดว่าเป็นเรื่องที่แย่มาก รวมถึงไม่คิดว่าสังคมจะรับเรื่องเหล่านี้ได้ ซึ่งนายกฯได้สั่งการและมอบหมายให้ตนเป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ดูแลในเรื่องนี้ เพราะเข้าใจว่าตนเป็นข้าราชการเก่า รับเรื่องแบบนี้ไม่ได้ และไม่มีใครรับได้ เบื้องต้นจะดูในกรณีที่เป็นปัญหาของกระทรวงมหาดไทยก่อน และดูภาพรวมว่ามีปัญหาตรงไหน ทั้งตัวผู้รับจ้าง ผู้ว่าจ้าง และบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง ส่วนรายละเอียดต้องรอส่งมาจากกระทรวงมหาดไทย ทั้งนี้ ได้มอบให้เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท. ) หารือกับทางตำรวจเพื่อระดมหาข้อมูลรับเรื่องร้องเรียนต่างๆ และรวบรวมเข้ามาเพื่อดำเนินคดีในส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยจะมีการประชุมคณะกรรมการฯ นัดแรกในวันที่ 8 ก.ค. เพราะนายกฯร้อนใจ อยากจะทำให้เสร็จโดยเร็ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า สามารถขยายผลเรื่องนี้ นอกเหนือไปจากผลสอบของกระทรวงมหาดไทยที่ออกมาก่อนหน้านี้ได้หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้ประชุม จึงยังไม่กล้าตอบ ยืนยันว่าจะทำให้ดีที่สุด เรื่องนี้มีข่าวพูดกันมานาน แต่ยังไม่ตรวจสอบอย่างจริงจังสักที

“ตรงนี้เป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ล้างบ้านกันสักที บางทีเออรีรีไทร์อาจไม่ต้องใช้ แต่ใช้ไล่ออกแทนง่ายกว่า”นายปกรณ์ ระบุ

เมื่อถามว่า เมื่อคณะกรรมการฯตรวจสอบเสร็จและได้ข้อสรุปออกมาแล้วจะส่งไปหน่วยงานใดต่อ นายปกรณ์ กล่าวว่า สิ่งที่เราดำเนินการจะเป็นแนวทางในการปฏิบัติ ว่าเมื่อเกิดปัญหาเช่นนี้จะทำอย่างไรต่อไป หากพบความผิดก็ต้องส่งไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ ซึ่งตรงนี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ป.ป.ท. และตำรวจดำเนินการอยู่ ส่วนการดำเนินการทางวินัย ต้นสังกัดคือกระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการอยู่แล้ว ส่วน ป.ป.ช.ดำเนินการทางอาญา ทั้งหมดช่วยกันทำอยู่

เมื่อถามว่า กรอบระยะเวลา 30 วัน จะเพียงพอหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า จะต้องดูข้อมูลที่เข้ามา หากไม่ทันก็จะขอขยายเวลา คล้ายกับกรณีขับรถชนตำรวจเสียชีวิต ซึ่งเราจะมีข้อเสนอแนะในเชิงนโยบายว่าจุดบกพร่องอยู่ตรงไหน และจะปิดช่องโหว่อย่างไร และขอชี้แจงว่า เรื่องการสอบเข้าท้องถิ่น คนที่จัดสอบคือคณะกรรมการกลางสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ซึ่งเป็นองค์กรที่ท้องถิ่นร่วมกันตั้งขึ้นมา ไม่ได้เกี่ยวกับรัฐบาล แต่เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมา กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) ที่เป็นฝ่ายเลขานุการ คงจะหนีความรับผิดชอบ ไม่ได้ แต่คนที่ต้องรับผิดชอบจริงๆ คือ กสถ. เพราะเป็นผู้อนุมัติในการจัดการสอบ และขอให้สังคมติดตามว่าทำไมจึงเกิดเหตุเช่นนี้ขึ้น ขอย้ำว่าในฐานะข้าราชการเก่ารับไม่ได้ เพราะแย่จริงๆ รู้สึกผิดหวังอย่างหนัก เห็นแล้วน้ำตาจะไหล