"สส.ปชน." ฟาด 3องค์กรอิสระ ของบหมื่นล้าน แต่ผลงานไม่เข้าเป้า แฉ กกต. ทำงานช้า สอบทุจริตเลือกตั้ง69 เสร็จ 94 เรื่อง ยังค้างอื้อ จี้ปรับโครงสร้าง-ใช้งบ
ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาฯ ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาเรื่องด่วน ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ ต่อเนื่องในวันที่สาม
โดย น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน อภิปรายถึงงบประมาณในส่วนขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่มีวงเงินงบประมาณในปี2570 รวมกันหมื่นล้านบาท แต่ผลงานที่ผ่านมาถูกตั้งข้อสังเกตเรื่องความโปร่งใสของการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงการตรวจสอบบางกรณีที่ส่อว่ามีปัญหา เช่น กกต.ตรจสอบคดีฮั้ว สว. ที่ยังไม่มีข้อสรุป ทำให้ สว.ชุดปัจจุบันที่มีประเด็นถูกตรวจสอบ ได้ตั้งกรรมการรองค์กรอิสระ เช่น ตั้ง กกต. จำนวน4 คน จากทั้งหมด 7 คน ตั้ง ป.ป.ช. จำนวน 4 คน จากทั้งหมด 9 คน และ คตง. จำนวน 4 คนจากจำนวนกรรมการทั้งหมด 7คน ถือว่าเป็นเสียงข้างมากเกินครึ่ง ทำให้กระทบความเชื่อมั่นในความเป็นกลางหรือความอิสระของการทำหน้าที่องค์กรอิสระ
น.ส.พนิดา อภิปรายต่อว่า นอกจากนั้นยังมีงบก่อสร้าง ที่พบว่า 3 องค์กร รวมกันมีงบก่อสร้างอาคารรวม 672 ล้านบาท แต่กลับพบการตั้งงบผูกผันรายการในปีงบประมาณถัดไป ทั้งนี้ปัญหาของการตั้งงบในหลายโครงการไม่สามารถหาผู้รับเหมาได้ งบผูกผันเดินบริหารสัญญาไม่ดี ผู้รับเหมาทิ้งงาน โดย กกต. ของบ 193 ล้านบาท สร้าง 16 ตึก ถูกสำนักงบประมาณตัดเหลือ 35 ล้านบาท เพราะตั้งบหลายปีแต่หาผู้รับเหมาไม่ได้ โดยปี2570 ของบ 12 ล้านบาทสร้างตึกใหม่ที่ จ.ปทุมธานี ส่วนป.ป.ช. มีงบผูกผันสร้าง 19 ตึกที่สร้างไม่เสร็จ ตั้งงบผูกผันสร้างตึกใหม่อีก 5 ตึก
“ป.ป.ช.ขยันสร้างตึกไม่หยุด 2 ปีก่อนของบสร้างตึกอบรมบุคลากรใหม่ 12 ชั้น เป็นสปอร์ตคอมเพล็กซ์ มีสระว่ายน้ำขนาดโอลิมปิค มีห้องฟิตเนส มียิม รวม 777 ล้านบาท ที่ยังสร้างไม่เสร็จ ปี70 ตั้งงบเพื่อปรับปรุงอาคารเดิมในพื้นที่เดียวกันอีก 162 ล้านบาท เรียกว่ารีโนเวทเซตใหญ่ ขณะที่ สตง. ของบสร้างตึกที่สร้างเสร็จกลับทิ้งร้าง เช่น สัตหีบ จ.ชลบุรี และยังมีการของงบเพื่อจ่ายค่าเช่าที่ดินการรถไฟ ในจุดที่ตึก สตง.ถล่มไปอีก 6 ปี ทั้งที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์อะไรได้” น.ส.พนิดา อภิปราย
น.ส.พนิดา อภิปรายด้วยว่า ขณะที่งบทำงาน มีเพียง 2,500 ล้านบาท โดย กกต. ได้รับ 608 ล้านบาท ทั้งนี้คาดหวังว่าในประเทศที่มีการจัดเลือกตั้งบ่อย ควรมีกล้องหน้าหน่วย แต่สิ่งที่ได้ลูกเสืออาสา กกต. อบรมพลเมืองประชาธิปไตยที่วัดผลลัพธ์ไม่ได้ ศูนย์ศึกษาประชาธิปไตย 100 ล้านบาท แอพลิเคชันตาสัปปะรด เพื่อแจ้งเรื่องร้องเรียนการเลือกตั้ง แรบบิทรีพอร์ตที่รายงานผลเลือกตั้งเรียลไทม์ แต่ถูกยกเลิก มีกลไกผู้ตรวจการเลือกตั้งที่ประเมินความคุ้มค่าไม่ได้จริง
“มีผู้ตรวจการเลือกตั้ง 600 คนทั่วประเทศ เลือกตั้งหนึ่งครั้งได้ค่าตอบแทนเดือนละ 50,000 บาท จำนวน2 เดือน ไม่รวมค่าเดินทาง มีหน้าที่ตรวจการเลือกตั้ง หากพบความผิดปกติต้องทำรายงานให้ กกต. สอบสวน โดยการเลือกตั้ง สส.ปี2569 ถูกตั้งคำถามเรื่องบัตรเขย่ง ให้นับคะแนนใหม่ บาร์โคดปริศนา แต่ข้อมูลที่ได้รับจากกมธ.กิจการศาลฯ พบว่ามีเรื่องร้องเรียนเข้าระบบ 311 เรื่อง จบ 94 เรื่อง ค้างอีก 217 เรื่อง ดังนั้นขอฝาก กมธ.งบประมาณ สอบถามว่าเป็นผลงานผู้ตรวจการเลือกตั้งกี่เรื่อง รายงานผู้ตรวจการเลือกตั้งที่นำไปสู่การเอาผู้กระทำผิดลงโทษได้กี่เปอร์เซ็นต์ เพราะจะตอบได้ถึงประสิทธิภาพของการทำงาน คุ้มค่างบประมาณหรือไม่ และมีบางกรณีที่ผู้ตรวจการเลือกตั้งส่งให้กกต.ส่วนกลางสอบสวนแต่ไม่เกิดผล เพราะความผิดปกติเกิดจาก กกต. เอง เช่น ฮั้วสว.” น.ส.พนิดา อภิปราย
น.ส.พนิดา อภิปรายว่าขณะที่ ป.ป.ช. มีงบดำเนินงาน 1,048 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการอบรม ปลูกฝังวิธีคิด ปลูกจิตสำนึกต้านโกง จัดกิจกรรมมอบรางวัล ซึ่งมีคำถามว่าใช้งบคุ้มค่าหรือไม่ เพราะมีตัวเลขที่ ป.ป.ช. รับเรื่องไว้พิจารณาปีละ 6,000 เรื่อง ทำได้ 3,000 เรื่อง ค้างอีกเป็นหมื่นเรื่อง มีสำนวนส่งอัยการ สถิติย้อนหลัง 240 คดี ซึ่งผลชี้วัดคุณภาพการทำงาน ทั้งนี้มองว่าทุ่มงบประมาณผิดจุด ปัญหาไม่ใช่คนไม่มีจิตสำนึก แต่ป.ป.ช. ไม่สามารถเอาคนผิด ทุจริตติดคุกไม่ได้ อย่างไรก็ดีใน 3 องค์กอิสระดังกล่าวถูกตั้งคำถามจนเกิดวิกฤติศรัทธา ตนขอเสนอให้เปลี่ยนวิธีการทำงานให้หน่วยงานภายนอกประเมินผลงาน ชะลอสร้างตึก และเปลี่ยนตัวชี้วัดจากการทำกิจกรรม เป็นเน้นผลลัพทธ์เชิงคุณภาพ และที่สำคัญคือปรับโครงสร้าง ที่มาขององค์กรอิสระ ผ่านการแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อไม่ให้เงินภาษีประชาชนปีละหมื่นล้านที่จ่ายให้องค์กรอิสระดังกล่าวซื้อความโปร่งใสประเทศ แต่ใช้เงินไร้ทิศทางและหากรัฐธรรมนูญ 2560 เป็นปุ๋ยชั้นดีให้ระบอบสีน้ำเงิน องค์กรอิสระคือลำต้นแกนกลางที่ค้ำยันระบอบสีน้ำเงินให้ฝังรากลึกในสังคมไทย




