วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน 2569

Login
Login

28 ปี กกต.เดินหน้าจัดเลือกตั้งโปร่งใส จ่อฟังความเห็น ปชช.มากขึ้น

28 ปี กกต.เดินหน้าจัดเลือกตั้งโปร่งใส จ่อฟังความเห็น ปชช.มากขึ้น

ครบรอบ 28 ปี กกต.เดินหน้าจัดเลือกตั้งโปร่งใส เปิดข้อมูล-ฟัง ปชช. 'แสวง' เผยจะรับไว้พิจารณาคอมเมนต์โซเชียล ชี้เจอแต่คำหยาบ ไม่รู้ทนได้แค่ไหน

เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. แถลงผลงาน ในโอกาสวันสถาปนาสำนักงาน กกต. ครบรอบ 28 ปี ภายใต้วิสัยทัศน์ การเลือกตั้งที่เป็นกลาง โปร่งใส เที่ยงธรรม และมีส่วนร่วม ว่า วันนี้ ไม่ได้มาเพื่อแถลงผลงาน แต่จะเป็นการให้คำมั่นสัญญาว่า นับจากวันพรุ่งนี้ ประชาชนจะได้เห็นอะไรจาก กกต. โดยภาพรวมที่จะเกิดขึ้นในระบบการเมืองไทย และ การเลือกตั้งในอนาคต ในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ความคาดหวังของประชาชนไม่ได้อยู่ที่การจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการเลือกตั้งที่โปร่งใส รวดเร็ว และประชาชนสะดวกในการเข้าถึงข้อมูล สามารถตรวจสอบการเลือกตั้งได้อย่างแท้จริง

นายแสวง กล่าวว่า ดังนั้น กกต. ตระหนักดีว่า ความสำเร็จขององค์กรในอนาคตไม่ได้วัดกันเพียงการเลือกตั้ง ที่จัดให้แล้วเสร็จตามกรอบเวลา แต่วัดจาก ความเชื่อมั่นของประชาชน ที่มีต่อกระบวนการเลือกตั้ง และระบบประชาธิปไตยโดยรวม ในห้วงเวลาที่ผ่านมา มีการจัดการเลือกตั้ง ทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่น รวมทั้งมีการจัดการเลือกตั้ง สส. พร้อมกับการออกเสียงประชามติ เป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่ไม่ใช่เพียงกระบวนการตามกฎหมาย และเป็นกระบวนการสำคัญของการแสดงออกเจตจำนงของประชาชน และจะเป็นกลไกที่สะท้อนถึงคุณภาพของประชาธิปไตยในสังคม การปฏิบัติภารกิจของ สำนักงาน กกต. จึงมุ่งมั่นดำเนินการบนหลักการ 28 ปี กกต.การเลือกตั้งที่เป็นกลาง โปร่งใส เที่ยงธรรม และมีส่วนร่วม ที่สะท้อนการทำงานของ กกต.

เลขาธิการ กกต. กล่าวอีกว่า ก้าวต่อไปของสำนักงาน กกต. ที่มุ่งมั่น พัฒนาองค์กร ไปสู่อนาคตอย่างมั่นคง ภายใต้กรอบกฎหมาย ไปพร้อมกับการพัฒนาองค์กรทุกด้าน ทั้ง ด้านเทคโนโลยี และพฤติกรรมการเมืองของประชาชน การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ตลอดจนความคาดหวังของประชาชน ดังนั้น สำนักงาน กกต. จึงต้องปรับบทบาท จากผู้จัดการเลือกตั้ง ไปสู้ องค์กรขับเคลื่อความเชื่อมั่นทางประชาธิปไตยที่สามารถสร้างความไว้วางใจจากประชาชน ได้อย่างเป้นรูปธรรม อย่างยั่งยืน สุจริต โปร่งใส เป็นธรรม ด้วยการยกระดับการเลือกตั้ง ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้การบริหารจัดการเลือกตั้ง ที่ถูกต้องรวดเร็ว โปร่งใส ตรวจสอบได้ ลดขั้นตอน ลดความผิดพลาด และอำนวยความสะดวกให้ประชาชน เข้าถึงบริการของ กกต. ทุกที่ ทุกเวลา เปิดเผยข้อมูลมากขึ้น สื่อสารกับประชาชนมากขึ้น รับฟังเสียงของประชาชนมากขึ้น

โดยจะพัฒนาระบบข้อมูลสาธารณะ ให้เข้าถึงง่าย เข้าใจง่าย และตรวจสอบได้ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง และ พัฒนากระบวนการเลือกตั้งร่วมกัน พัฒนาระบบดูแลการเมืองให้มีประสิทธิภาพ เป็นธรรม นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการสืบสวน สอบสวน การตรวจสอบค่าใช้จ่ายทางการเมือง รวมทั้งการบริหารจัดการเรื่องร้องเรียน เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างเสมอภาค และเป็นธรรม เป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย สร้างพลเมืองประชาธิปไตยยุคใหม่ ส่งเสริมหน้าที่พลเมืองทุกช่วงวัย ปรับองค์กร ไปสู่ องค์กรดิจิทัลคุณภาพสูง ลดความซ้ำซ้อน นำ ระบบบริหารจัดการสมัยใหม่มาใช้

นายแสวง กล่าวถึงเจตนารมณ์ของสำนักงาน กกต. ที่จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต โปร่งใสเป็นกลาง และเที่ยงธรรม พร้อมเปิดรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนและปรับตัวเข้าการเป็นองค์กรดิจิทัลที่ทันสมัยและ ใกล้ชิดประชาชนมากยิ่งขึ้น เพื่อให้การเลือกตั้ง และ การทำงานของ กกต. เป็นที่เชื่อมั่นของประชาชน

นายแสวง ยังแถลงสรุปภาพรวมผลงาน กกต. ว่า  ในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ความคาดหวังของประชาชนต่อองค์กรภาครัฐ ไม่ได้อยู่เพียงการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปตามกฎหมาย แต่ความสำคัญคือการเลือกตั้งที่โปร่งใส รวดเร็ว และสะดวกในการเข้าถึงข้อมูล รวมถึงตรวจสอบการเลือกตั้งได้อย่างแท้จริง กกต. ตระหนักดีว่า ความสำเร็จขององค์กรในอนาคตไม่ได้วัดเพียงจำนวนการเลือกตั้ง ที่จัดให้แล้วเสร็จตามเวลา แต่จะวัดจากความเชื่อมั่นของประชาชน ที่มีต่อกระบวนการเลือกตั้งและระบอบประชาธิปไตยโดยรวม

นายแสวง กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมามีการเลือกตั้งท้องถิ่น การเลือกตั้งระดับประเทศ รวมถึงการออกเสียงประชามติ การปฏิบัติภารกิจของสำนักงาน กกต. จึงอยู่บนหลักการ 28 ปี กกต. คือการเลือกตั้งที่เป็นกลาง โปร่งใส เที่ยงธรรม และมีส่วนร่วม

สำนักงาน กกต. จำเป็นต้องปรับบทบาทจากผู้จัดการเลือกตั้งเป็นองค์กรขับเคลื่อนความเชื่อมั่นทางประชาธิปไตยที่สร้างความไว้วางใจจากประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ดังนั้น กกต. จึงกำหนดทิศทางเป็นองค์กรความเชื่อมั่นทางประชาธิปไตยในยุคดิจิทัล โดยยึดหลักสุจริต โปร่งใส เป็นกลาง และเที่ยงธรรม พร้อมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง 5 ด้าน คือ

1. ยกระดับการเลือกตั้งด้วยเทคโนโลยีเพื่อให้การจัดการเลือกตั้งถูกต้อง รวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้มากยิ่งขึ้น ลดขั้นตอน ลดความผิดพลาด และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงบริการของ กกต. ได้ทุกที่ทุกเวลา

2. เปิดเผยข้อมูลและสื่อสารกับประชาชนมากขึ้น รับฟังเสียงของประชาชนมากขึ้น โดยจะปรับพัฒนาระบบข้อมูลสาธารณะให้เข้าถึงง่าย เข้าใจง่าย และตรวจสอบได้ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและพัฒนาการเลือกตั้งไปด้วยกัน

3. พัฒนาการเมืองให้มีประสิทธิภาพ ทันสมัย และเป็นธรรม นำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการสืบสวนสอบสวน ตรวจสอบค่าใช้จ่ายทางการเมือง และบริหารจัดการเรื่องร้องเรียน เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างเสมอภาคและได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย

4. สร้างพลเมืองประชาธิปไตยยุคใหม่ โดยมุ่งสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ส่งเสริมหน้าที่พลเมืองของประชาชนในทุกช่วงวัย

5. ปรับองค์กรเป็นองค์กรดิจิทัลที่มีสมรรถนะสูง โดยทบทวนการทำงาน ลดความซับซ้อน เพิ่มความคล่องตัว พัฒนาทักษะบุคลากรด้านเทคโนโลยีและข้อมูลดิจิทัล พร้อมนำระบบการจัดการสมัยใหม่มาใช้เพื่อให้ตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“กกต. เชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งที่ดีไม่ได้เกิดจากองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่จะเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนในสังคมประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง จะเกิดขึ้นได้เมื่อประชาชนมีความเชื่อมั่นว่าทุกคะแนนเสียงมีความหมาย ทุกกระบวนการมีความโปร่งใส และทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรมอย่างเท่าเทียม การก้าวเข้าสู่ปีที่ 29 ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอยืนยันเจตนารมณ์ที่จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยสุจริต โปร่งใส เป็นกลาง และเที่ยงธรรม พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนและปรับตัวเข้าสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลที่ทันสมัย โปร่งใส และใกล้ชิดประชาชนมากยิ่งขึ้น” นายแสวงกล่าว

เมื่อถามถึงการปรับตัวสู่ปีที่ 29 นายแสวงกล่าวว่า จากคติพจน์ใหม่ที่ระบุว่า สุจริต โปร่งใส เป็นกลาง และเที่ยงธรรม ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติที่ กกต. ต้องทำให้ได้ตามแผนการดำเนินงานที่วางไว้ ถือเป็นคำมั่นสัญญาที่มีต่อประชาชน หากทำได้ตามคติพจน์ทั้ง 4 ประโยค ซึ่งเป็นรากฐานขั้นต่ำของการเลือกตั้งในทุกประเทศ เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นกลาง แม้ทุกคนจะมีทัศนคติทางการเมืองส่วนตัว แต่เมื่อมาทำงานที่ กกต. ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นกลาง สุจริตคือทุกคนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเลือกตั้ง ทั้งผู้สมัคร ประชาชน และผู้จัดการเลือกตั้งต้องสุจริต ส่วนคำว่าเที่ยงธรรมคือการบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคกัน ซึ่ง กกต. ได้ซักซ้อมพนักงานให้ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวทางนี้ ตนยืนยันแทนพนักงานได้ว่าเราจะไม่มีข่าวเรื่องทุจริต แม้จะถือสำนวนอยู่ แต่เราพยายามฝึกพนักงานให้เป็นแบบนี้ สิ่งที่ต้องได้มากกว่านั้นคือการทำให้เห็นเป็นรูปธรรม ซึ่งแผนและโครงการขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างเสนอให้ กกต. เห็นชอบ

เมื่อถามถึงกระแสความไม่พอใจที่มองว่าเป็นการโยนภาระให้ประชาชน นายแสวงย้ำว่า การเลือกตั้งเป็นของประชาชนทั่วโลก แต่เมื่อเลือกตั้งเสร็จแล้วประชาชนเกิดความสงสัยและมากล่าวหา กกต. ก็ลำบากในการหาหลักฐาน ดังนั้นประชาชนจึงต้องมีส่วนร่วม หากไม่มาสังเกตการณ์เลือกตั้งก็ไม่เป็นไร แต่หากประชาชนมาดูด้วยตาและช่วยกันดูแลก็จะดีกว่า กกต. ยินดีและสนับสนุนให้มาสังเกตการณ์เลือกตั้งอยู่แล้ว หากประชาชนมั่นใจการทำหน้าที่ของ กกต. และ กปน. ก็จบ เช่นการเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งที่ผ่านมาที่เรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ทั่วประเทศ ย้ำว่าหากต่างคนต่างมาช่วยกันดูแลแสดงถึงความเป็นเจ้าของหรือการมีส่วนร่วม โดย กกต. ก็ตรวจสอบการทำงานของทั้ง กปน. และผู้สมัครหลายขั้นตอน หากทำขนาดนี้แล้วคนยังสงสัยอยู่ ก็ต้องเข้ามาช่วยกันตรวจสอบการทำหน้าที่ของคน ซึ่งระบบดี คนในระบบก็ต้องดีด้วย

เมื่อถามถึงการปรับการทำงานให้มีประสิทธิภาพ และสร้างความเชื่อมั่น ต่อประชาชน เลขาธิการ กกต.กล่าวว่า แผนการทำงานมีอยู่แล้ว เพื่อให้เกิดการเลือกตั้งที่เป็นกลาง โปร่งใส เที่ยงธรรม และมีส่วนร่วมถือเป็นรากฐานขั้นต่ำ ของระบอบประชาธิปไตยที่ผู้จัดการเลือกตั้งต้องปฏิบัติตาม แม้จะมีความเห็นทางการเมืองที่ต่างกัน ทุกคนก็ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นกลาง ทุกคนที่เกี่ยวข้องก็ต้องทำหน้าที่สุจริต บังคับใช้กฎหมายอย่างเที่ยงธรรม

ส่วนการเปิดพื้นที่ ให้ประชาชนเข้ามาแสดงความเห็น ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊กสำนักงาน กกต.นั้น นายแสวง กล่าวว่า อยากเปิดให้ทุกคนเข้ามาแสดงความเห็น การติดชม การทำงาน ตนเองก็ยินดี แต่ส่วนใหญ่เป็นคำหยาบคาย เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นในระบอบประชาธิปไตย ยืนยันว่าจะรับไว้พิจารณา และจะลองทนดู ไม่รู้จะทนได้มากแค่ไหน แต่ กกต. ก็พร้อมทำหน้าที่ พร้อมถูกตำหนิ เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในกระบวนการประชาธิปไตย

สำหรับผลการไต่สวนคำร้องที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งที่ผ่านมา เลขาธิการ กกต.กล่าวว่า บางคำร้องมีแต่คำกล่าวหา มีแต่คำพูด ไม่มีหลักหลักฐาน ถือเป็นเรื่องความยาก ของกระบวนการสืบสวน จึงอยากให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ในช่วงเจ้าหน้าที่ ปฏิบัติหน้าที่หน้าหน่วยเลือกตั้ง เพื่อจะได้เป็นพยาน หลักฐาน และต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

"การเลือกตั้ง เป็นของประชาชนทั่วโลก แต่หากไม่อยากมีภาระ เมื่อประชาชนเลือกตั้งเสร็จ ก็อยู่ที่บ้าน แต่ในความเป็นจริง ประชาชนมีข้อสงสัย และมีการกล่าวหากัน ก็เลยบลำบากในการหาหลักฐาน ดังนั้น ประชาชนต้องมีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกตั้ง เช่น มาสังเกตการณ์ที่หน้าหน่วยเลือกตั้ง มาให้เห็นกับตา กกต.ก็สนับสนุน ยินดีให้เข้ามาสังเกตุการณ์" นาย แสวง กล่าว

ส่วนผลสอบการทุจริตเลือกตั้งที่ยังค้างอยู่กว่า 2,000 เรื่อง นายแสวงกล่าวว่า ที่ กกต. ถูกตำหนิมากที่สุดคือการทำหน้าที่ของ กปน. ซึ่งหากประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในช่วงที่ กปน. กำลังทำหน้าที่ตามที่กฎหมายออกแบบไว้ ทุกอย่างจะสามารถคลี่คลายได้ทันที เพราะทุกคนมีกล้องที่ถ่ายรูปได้และอยู่ใกล้ชิดเหตุการณ์ แต่หากเรื่องผ่านมาแล้วต่างคนต่างพูด หากกระทำผิดจริงก็ไม่มีหลักฐาน มีแต่คำกล่าวหา ถือเป็นความยากของกระบวนการสืบสวนสอบสวน ตนจึงอยากให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในช่วงที่อยู่ระหว่างการดำเนินงาน ซึ่งกฎหมายเปิดโอกาสให้อยู่แล้วทั้งผู้สมัคร ประชาชน รวมถึงอาสาสมัครเข้ามาสังเกตการณ์ เมื่อถึงกระบวนการสืบสวนก็ต้องใช้เวลาเพราะเป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้ว จึงต้องมีการสอบสวนและชั่งน้ำหนักพยานเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย