วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน 2569

Login
Login

ปชน.ลุยร้อง ป.ป.ช.-กกต.สอบปมแชตไลน์หลุด 'ช่วยน้ำเงินด้วย'

ปชน.ลุยร้อง ป.ป.ช.-กกต.สอบปมแชตไลน์หลุด 'ช่วยน้ำเงินด้วย'

'วิโรจน์-เฉลิมพงศ์' ร้อง ป.ป.ช.-กกต. สอบแชตไลน์อธิบดีปกครอง 'ช่วยน้ำเงินด้วย' ส่อใช้อำนาจหน้าที่มิชอบ เป็น ขรก. วางตนไม่เป็นกลาง ทวงนายกฯ ทำไมยังไม่ตั้งกรรมการสอบ

เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2569 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน และนายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต เขต 2 พรรคประชาชน ได้เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการตรวจสอบกรณีไลน์อธิบดีกรมการปกครองหลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย

นายวิโรจน์ กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวมีนัยสำคัญอย่างแน่นอน โดยสามารถพิสูจน์ได้ผ่านระบบดิจิทัลว่า ได้มีการพิมพ์ข้อความจริงหรือไม่ โดยเท่าที่ตนได้ติดตามการชี้แจงของอธิบดีกรมการปกครอง มักจะชี้แจงถึงประเด็นเล็กน้อย แต่ไม่ใช่สาระสำคัญ โดยสาระสำคัญคือ อธิบดีได้มีการพิมพ์คุยกับข้าราชการในบังคับบัญชาจริงหรือไม่ และปรากฏว่ามีการพิมพ์ข้อความว่า “ช่วยน้ำเงินด้วย” จริงหรือไม่ ซึ่งไม่ต้องตีความเลยว่าคำว่า “ช่วยน้ำเงินด้วย” ในช่วงการเลือกตั้งนั้น หมายถึงช่วยพรรคการเมืองใด ซึ่งผิดกฎหมายอย่างชัดเจน

ปชน.ลุยร้อง ป.ป.ช.-กกต.สอบปมแชตไลน์หลุด 'ช่วยน้ำเงินด้วย'

นายวิโรจน์ กล่าวอีกว่า การเป็นข้าราชการจะต้องมีความเป็นกลางทางการเมือง โดยจะต้องไม่อิงฝักฝ่ายใดเพื่อให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ประโยชน์ หรือใช้อำนาจรัฐในการเอื้อให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ประโยชน์ โดยเฉพาะในช่วงของการเลือกตั้ง ซึ่งในวันนี้ นอกจากที่จะมาร้องเรียนที่ ป.ป.ช. แล้ว เฉลิมพงศ์จะไปร้องกับเลขาธิการ กกต. เพื่อให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาไต่สวนข้อเท็จจริงด้วย

ส่วนนายเฉลิมพงศ์ กล่าวว่า ในช่วงการเลือกตั้ง ตนก็รู้สึกถึงระบอบสีน้ำเงินในการสั่งการต่าง ๆ ตั้งแต่ระดับรองผู้ว่าฯ ที่มีข้อสงสัยว่ามีการนำเงินไปซื้อเสียงในพื้นที่ รวมไปถึงอธิบดีที่มีการสั่งให้ “ช่วยน้ำเงินด้วย” ถึงปลัดจังหวัดภูเก็ต และยังมีถึงปลัดป้องกันอำเภอถลาง ที่มีการบอกให้ช่วยผู้สมัคร สส. จากพรรคภูมิใจไทย

สำหรับตนแล้วกรณีดังกล่าวแสดงถึงการสั่งการที่เป็นขั้นตอนและเป็นระบบที่สีน้ำเงินทำในช่วงการเลือกตั้ง ในวันนี้ตนจึงจะมาร้องในเรื่องของการไม่เป็นกลางทางการเมืองของข้าราชการ การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และรวมถึงมาตรา 172 ของ พ.ร.ป. ป.ป.ช. ในการดำเนินคดี และเอาความผิด รวมถึงเอาโทษกับอธิบดีกรมการปกครอง

ปชน.ลุยร้อง ป.ป.ช.-กกต.สอบปมแชตไลน์หลุด 'ช่วยน้ำเงินด้วย'

นายเฉลิมพงศ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้กรณีดังกล่าวยังชี้ให้เห็นชัดว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมานั้นมีความไม่โปร่งใส มีการทำงานเป็นขั้นตอน รวมถึงหน่วยงานข้าราชการระดับสูงในจังหวัดภูเก็ตเองที่มีข้อครหาว่ามีการนำเงินไปซื้อเสียงให้กับนักการเมืองในพื้นที่ รวมถึงกำนันผู้ใหญ่บ้าน หากข้าราชการท่านใดไม่ทำงานตามที่สั่ง ก็จะถูกกลั่นแกล้งและโยกย้ายอย่างที่ปรากฏชัด หากทำงานไม่ตอบสนอง ก็จะมีการจัดฉากในเรื่องของการย้ายนายอำเภอเมืองที่ทำงานไม่สำเร็จ แพ้การเลือกตั้ง โดยกล่าวหาว่ามีการรับสินบนในเรื่องของใบอนุญาตปืน เพื่อให้ย้ายออกจากพื้นที่

นายเฉลิมพงศ์ กล่าวว่า จะเห็นได้ชัดว่ามีการสั่งให้ย้ายนายอำเภอเมือง โดยย้ายออกนอกพื้นที่ จากการที่ไม่ตอบสนองระบอบสีน้ำเงิน จึงเห็นได้ชัดว่ามีการกลั่นแกล้ง ซึ่งจะต้องขอความเป็นธรรมให้กับข้าราชการชั้นผู้น้อยด้วย ที่โดนผู้บังคับบัญชาบีบบังคับให้ทำตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ทำให้เราเห็นแล้วว่าปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาและเป็นระบอบที่กัดกินประเทศไทยของพวกเราอยู่ วันนี้ตนจึงได้มายื่นเรื่องกับทาง ป.ป.ช. เพื่อขอความเป็นธรรมและให้ตรวจสอบข้าราชการระดับอธิบดี

ปชน.ลุยร้อง ป.ป.ช.-กกต.สอบปมแชตไลน์หลุด 'ช่วยน้ำเงินด้วย'

นายเฉลิมพงศ์ กล่าวด้วยว่า เชื่อว่าถ้าเราเปิดแชตไลน์ของจังหวัดทั้ง 77 จังหวัด ก็คงทราบว่ามีการสั่งการจริงหรือไม่ และแชตไลน์ที่มีการพูดคุยกันนั้นเป็นของจริงหรือไม่ โดยสามารถตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ ตรวจสอบไอดีไลน์ได้ โดยข้อมูลทั้งหมดสามารถขอออกมาเพื่อนำมาเป็นพยานหลักฐานที่จะใช้ในชั้นศาลต่อไป

"ขอฝากถึง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าทำไมจนถึงตอนนี้ยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบในกรณีแชตไลน์ดังกล่าว ทั้งที่ นายกฯ เป็นคนสั่งการเองว่าข้าราชการควรวางตนเป็นกลางและเก็บความรู้สึกส่วนตัวไว้เบื้องหลัง" นายเฉลิมพงศ์ กล่าว