วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม 2569

Login
Login

‘ธนาธร’ ปลดบ่วง 112 ‘ส้ม’ ฝันใหญ่ จับตาสานภารกิจ 100 ปี 2475

‘ธนาธร’ ปลดบ่วง 112 ‘ส้ม’ ฝันใหญ่ จับตาสานภารกิจ 100 ปี 2475

วันที่ 28 พ.ค.2569 นอกเหนือจากเป็นวันเปิดรับสมัครบุคคลชิงเก้าอี้ ผู้ว่าฯ กทม. เป็นวันแรก ซึ่ง 3 ตัวเต็งแคนดิเดต “พ่อเมืองหลวง” คนใหม่ ต่างพาเหรดมาสมัครตั้งแต่เช้าตรู่ ไม่ว่าจะเป็น “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” อดีตผู้ว่าฯ กทม.คนล่าสุด ที่หวังสานฝันนั่ง 2 สมัย และมีแนวโน้มสูงจะเข้าวิน จับได้เบอร์ 9 “ดร.โจ” ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร แคนดิเดต “ขัดตาทัพ” ของพรรคประชาชน (ปชน.) จับได้เบอร์ 10 และ “อนุชา บูรพชัยศรี” ลูกหม้อ “ค่ายสะตอ” จับได้เบอร์ 5 พร้อมลงพื้นที่หาเสียง ปราศรัยใหญ่ไปแล้ว

ส่วนใครจะเข้าวิน ใครจะพ่ายแพ้ได้คะแนนเท่าไร รอดูอีก 1 เดือนข้างหน้า 28 มิ.ย.69 วันกากบาทบัตรกำหนดชะตา “คนกรุงฯ”

แต่ถือเป็นอีกวันที่องคาพยพส้ม ต่างโห่ร้องดีใจ พลันที่ศาลอาญา มีคำพิพากษา “ยกฟ้อง” คดีกล่าวหา “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ผู้ไม่นิยมให้เรียกขานเป็น “ศาสดาส้ม” พ้นบ่วงในคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากการวิพากษ์วิจารณ์ “วัคซีนพระราชทาน” โดยพาดพิงไปถึงบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ฯ

คำพิพากษาโดยสรุปตอนหนึ่งระบุว่า พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การไลฟ์สดดังกล่าว เป็นการพาดพิง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในการบริหารจัดการวัคซีนรักษาโควิด ไม่ใช่การวิพากษ์วิจารณ์ ดูหมิ่นสถาบันฯ ตามฟ้อง 

ส่วนเรื่องการพาดพิงถึงบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ฯ เป็นข้อเท็จจริงตามที่ธนาธรพูด และไม่ได้หมิ่นประมาท การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานดูหมิ่น อาฆาตมาดร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ พิพากษา ยกฟ้อง

‘ธนาธร’ ปลดบ่วง 112 ‘ส้ม’ ฝันใหญ่ จับตาสานภารกิจ 100 ปี 2475

หลังเดินออกจากศาล “ธนาธร” ให้สัมภาษณ์สื่อตอนหนึ่งว่า การพิจารณาของศาลวันนี้ สอดคล้องกับที่ประธานศาลฎีกา ได้ออกมามอบนโยบายเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า คดีที่เกี่ยวข้องกับคดีการเมือง คดีการฟ้องปิดปาก ให้ยกฟ้องทั้งหมด เพราะประเทศไทยเสียทรัพยากรเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเวลาของผู้พิพากษา เจ้าหน้าที่ศาล อัยการ ตำรวจ

สำหรับนโยบายของ “อดิศักดิ์ ตันติวงศ์” ประธานศาลฎีกา ลงนามเมื่อ 25 พ.ค.2569 เป็นคำแนะนำของประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับการดำเนินคดีโดยไม่สุจริตในคดีอาญา พ.ศ.2569 เพื่อใช้เป็นแนวทางในการตรวจสอบ และกลั่นกรองการใช้สิทธิฟ้องคดีอาญาให้เป็นไปโดยสุจริต และป้องกันมิให้กระบวนการทางศาลถูกนำไปบิดเบือน หรือใช้เป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งหรือจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน

คำแนะนำของประธานศาลฎีกาดังกล่าวถือเป็น “นโยบายสำคัญ” สะเทือนกระบวนการยุติธรรมไทยไม่น้อย เพราะมีหลายคดี ที่เกิดจากการวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริต โดยเฉพาะสื่อมวลชน-นักร้องเรียน-เอ็นจีโอ แต่กลับถูก “ฟ้องปิดปาก” แต่เมื่อมีข้อแนะนำดังกล่าวเกิดขึ้น ส่งผลให้คดีเหล่านี้น่าจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

กลับมาที่ “ธนาธร” เขาประกาศกร้าวเสมือนส่งสัญญาณ “ท้ารบ” ไปยัง “ฝ่ายอนุรักษนิยม” โดยระบุตอนหนึ่งว่า “ขอใช้โอกาสนี้เรียกร้องกับบุคคลในกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด อย่าเอาใจฝ่ายการเมือง ให้ยืนยันในหลักการอย่างหนักแน่น ให้ไปใช้เวลากับคดีที่ต้องการความเร่งรัดคดีอื่นดีกว่า ดังนั้น คิดว่าเริ่มได้เลยตั้งแต่วันนี้ ตั้งแต่ชั้นตำรวจ อัยการ เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงสิทธิเสรีภาพได้อย่างแท้จริง หลังจากนี้หากเป็นเรื่องใหญ่ และจำเป็น ผมมีความเชี่ยวชาญด้านนั้น ก็พร้อมจะออกมาวิพากษ์วิจารณ์ต่อ”

‘ธนาธร’ ปลดบ่วง 112 ‘ส้ม’ ฝันใหญ่ จับตาสานภารกิจ 100 ปี 2475

นอกจากนี้ “ธนาธร” ยังไม่กังวล ถ้าอัยการจะยื่นอุทธรณ์ พร้อมสู้คดีต่อ ยืนยัน วันนี้ไม่ได้เสียขวัญ ตื่นมาด้วยจิตใจแจ่มใสเบิกบาน และสงบ ขวัญกำลังใจดี ขอบคุณทนายที่ร่วมสู้กันมาหลายปี และประชาชนเข้ามาให้กำลังใจกันในช่วงที่สังคมมืดมิด

ประเด็นที่น่าสนใจ การพ้นบ่วงพันธนาการคดีมาตรา 112 ของ “ธนาธร” เกิดขึ้นคล้อยหลัง “พรรคส้ม” ที่ส่งสัญญาณกลับมาสู่จุดยืน “ชนเพดาน” อีกครั้ง หลังพ่ายแพ้การเลือกตั้ง 69 เห็นได้จากแถลงการณ์ คัดค้านไม่ให้ “องคมนตรี” เข้าร่วมประชุมกับบุคคลในรัฐบาล แม้ว่าจะเป็นการประชุมเรื่องภัยพิบัติก็ตาม

อย่างไรก็ดี การส่งสัญญาณเตรียมพร้อมกลับมาขับเคลื่อน “จุดยืนอนาคตใหม่” เริ่มขึ้นตั้งแต่ถูกหลอกใน MOA กับพรรคภูมิใจไทยแล้ว เมื่อโดน “ต้มส้ม” ตีตกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไปเมื่อปลายปี 2568 ที่ผ่านมา และล่าสุดรัฐบาลไม่ยืนยันร่างกฎหมายดังกล่าว ทำให้ปัจจุบันกระบวนการต้องกลับไปนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด

โดยในตอนหาเสียงวันสุดท้าย 6 ก.พ.2569 ก่อนวันกากบาทบัตรเลือกตั้งนั้น “พรรคส้ม” จัดปราศรัยใหญ่ที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง “ธนาธร” ขึ้นปราศรัยปลุกประชาชนให้ลุกขึ้นมาทำภารกิจ “100 อภิวัฒน์สยาม” ให้สำเร็จในรุ่นเรา เขากล่าวว่า เราเรียกร้องให้ยุติการสืบทอดอำนาจของกลุ่มบุคคลที่ยึดอำนาจมาจากการทำรัฐประหารปี 2557 เราเรียกร้องให้สร้างประชาธิปไตยให้มั่นคงแข็งแรงในประเทศนี้ เราเรียกร้องให้อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน อีก 6 ปี จะครบ 100 ปี ของการอภิวัฒน์สยาม 2475 เราบอกประชาชนในวันนั้นว่า มาทำภารกิจ 100 ปีนี้ ให้จบในรุ่นเรา เพื่อให้ลูกหลานของเรา เกิด และเติบโตโดยไม่เจอกับการทำรัฐประหารอีก

ถัดมา 7 ก.พ.69 “ธนาธร” โพสต์คลิปวิดีโอผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ ระบุว่าตอนหนึ่งว่า วันนี้ สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงได้กลายเป็น “พายุ” ที่พร้อมจะพาสังคมไทยไปข้างหน้า และภารกิจ 100 ปี 2475 นี้ ต้องจบลงให้ได้ในรุ่นของพวกเรา 8 กุมภานี้ คือวันตัดสินใจ จะเลือกอยู่กับ “ความกลัว” หรือเดินหน้าไปกับ “ความหวัง”? จะจมอยู่กับ “อดีต” หรือจะร่วมกันสร้าง “อนาคต” ใหม่ให้ลูกหลาน?

แม้ว่าการปลุกมวลชนด้อมส้มดังกล่าว จะล้มเหลว เพราะสุดท้าย ปชน.พ่ายแพ้เข้าป้ายแค่ที่ 2 ได้ สส.ไปเพียง 119 ที่นั่ง (+1 งูเห่า) ท่ามกลางกระแส “ขวาหัน” กำลังสูง “ฝ่ายอนุรักษนิยม” แผ่บารมีอิทธิพลไปทั่วทั้งกระดาน ท่ามกลางเสียงวิจารณ์เรื่อง “ดีลลับ” ระหว่าง “ส้ม-น้ำเงิน” ก่อนลงนาม MOA และสุดท้ายถูก “ต้มส้ม” จนเป็นบทเรียนราคาแพงไปนั้น

วันนี้ดูเหมือนว่า ปชน.จะเริ่มจับจุดได้ เบนเข็มกลับมาเป็น “ฝ่ายซ้าย” อีกครั้ง เพื่อหวังดึงแต้มจาก “ด้อมส้ม” รุ่นบุกเบิก ที่หลายคน “เริ่มยี้” ตั้งแต่โหวต “อนุทิน ชาญวีรกูล” นั่งนายกฯ สมัยแรก อย่างน้อยที่สุดในการเลือกตั้งครั้งถัดไป ให้แต้มกลับมาเท่าสมัย “ก้าวไกล” ก็ยังดี

ทว่าเกมนี้ไม่ง่าย แม้ “ธนาธร” จะพ้นชนักนี้ และแต่งตัวรอคัมแบ็กกลับมานำพรรคอีกครั้งในปี 2573 ที่เขาจะพ้นโทษแบนทางการเมืองครบ 10 ปี จากการถูกยุบพรรคอนาคตใหม่ และครบรอบ 98 ปีการอภิวัฒน์ 2475 ก็ตาม แต่บรรดา สส.ในพรรคปัจจุบันยังมี “แผล” จำนวนมากติดตัวอยู่

ไม่ว่าจะเป็นกรณีอดีต 44 สส.ก้าวไกล แม้ศาลฎีกา จะไม่สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ สส.แต่คดีนี้ก็ยังถือว่า “ลูกผีลูกคน” จนกว่าจะมีคำพิพากษา ไหนจะกรณี “ปิยบุตร แสงกนกกุล” อดีตเพื่อนซี้ ที่ตอนนี้อาจไม่ล่มหัวจมท้ายกันแล้ว เข้าสู่โหมด “เว้นวรรคการเมือง” หรือแม้แต่ “เรื่องฉาวๆ คาวๆ” ดราม่าภายในพรรค กำลังคุกรุ่นขึ้นหลายเคสด้วยกัน

ก่อนจะถึง 2573 ที่ “ธนาธร” จะคัมแบ็ก หรือ 2575 ครบ 100 ปีอภิวัฒน์สยาม  “พรรคส้ม” จะฝ่าฟันอุปสรรคเหล่านี้ไปได้หรือไม่ ต้องรอลุ้นกัน

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์