'พริษฐ์' ชำแหละ 'ระบอบสีน้ำเงิน' กลุ่มการเมืองใช้ช่องโหว่แทรกแซง 'วุฒิสภา' จนผูกขาดทั้งฝ่ายบริหาร-นิติบัญญัติ-องค์กรอิสระ ตั้งแง่ร่าง รธน. 'ภูมิใจไทย'
เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงความหมายของ "ระบอบสีน้ำเงิน" ว่าหมายถึงกลุ่มการเมืองที่อาศัยช่องโหว่ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 เปิดช่องให้กระบวนการเลือก สว. เป็นการเลือกกันเองและไม่ยึดโยงกับประชาชน ทำให้กลุ่มการเมืองสามารถเข้ามาแทรกแซงและควบคุมเสียงข้างมากในวุฒิสภาได้
นายพริษฐ์ กล่าวว่า เมื่อสามารถควบคุมวุฒิสภาได้ กลุ่มการเมืองดังกล่าวจะสามารถควบคุมการให้ความเห็นชอบบุคคลที่จะเข้าไปดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระทั้งหมด นำไปสู่การผูกขาดอำนาจครอบคลุมทั้งฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และองค์กรอิสระ
สำหรับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กลุ่มการเมืองนี้มีเป้าหมายสองแนวทาง คือการขัดขวางไม่ให้เกิดกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อให้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ยังคงอยู่ต่อไป หรือหากต้องมีการจัดทำใหม่ จะต้องดำเนินการภายใต้เงื่อนไขที่กลุ่มของตนสามารถผูกขาดการคัดเลือกผู้ร่างและกำหนดเนื้อหาได้
นายพริษฐ์ ตั้งข้อสังเกตถึงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทยที่เสนอให้การเห็นชอบเนื้อหาต้องใช้เสียง สว. ถึง 2 ใน 3 ว่าเป็นความพยายามรักษาอำนาจชี้ขาดไว้ที่ สว. ซึ่งค้านสายตาประชาชน เนื่องจาก สว. ชุดปัจจุบันไม่ได้มีที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน การกำหนดเงื่อนไขดังกล่าวทำให้เกิดการตั้งคำถามว่าพรรคภูมิใจไทยประเมินว่าตนเองสามารถควบคุมเสียง สว. ได้ถึง 2 ใน 3 หรือไม่
ในส่วนของพรรคประชาชน มีกำหนดการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจำนวน 2 ร่างในสัปดาห์นี้ โดยยึด 3 หลักการ ได้แก่ การเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกผู้ร่าง การป้องกันการผูกขาด และการไม่เพิ่มอำนาจพิเศษให้ สว. ในการชี้ขาดเนื้อหา
นายพริษฐ์ กล่าวด้วยว่า หลักการดังกล่าวเคยผ่านการรับหลักการจากวุฒิสภาชุดก่อนมาแล้ว จึงต้องติดตามว่า สว. ชุดปัจจุบันจะลงมติในทิศทางใด โดยพรรคจะอาศัยมติของประชาชนจำนวน 21 ล้านเสียงที่ออกเสียงประชามติสนับสนุนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นแรงขับเคลื่อนเพื่อนำพาประเทศออกจากกรอบรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560

