"พริษฐ์ฺ" ขอ "รัฐสภา" ดูเนื้อหาแก้รธน. แทนคำวิจารณ์ เป็นหลักโหวตรับแก้รธน. ตั้งเป้าร่างปชน. ผ่านวาระแรก เพื่อคานเนื้อหาของ ภท. สกัดผูกขาด-กินรวบ
ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงท่าทีของ สว. ต่อการไม่สนับสนุนร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชน ว่า พรรคประชาชนจะยื่นเสนอตัวร่างภายใน 1-2 วันนี้ จำนวน 2 ฉบับ ทั้งนี้ในหลักการจะสอดคล้องกับร่างแก้ไขที่เคยยื่นเมื่อครั้งที่แล้ว ซึ่งในครั้งดังกล่าว ได้รับเสียงเพียงพอจากสว. หาก สว. คนใดที่เคยให้ความเห็นชอบในร่างฉบับนั้นมา เมื่อถึงวันนี้จะไม่เห็นชอบต้องถามว่าใช้หลักเกณฑ์ใดในการตัดสินใจ อย่างงไรก็ดี ตนคาดหวังว่าสมาชิกรัฐสภาทุกคนจะลงมติด้วยการตัดสินด้วยเนื้อหาสาระของกฎหมาย ไม่ใช่ใช้ประเด็นส่วนตัวจากการถูกวิจารณ์จากใคร หรือใครตำหนิตัวเองบ้างมาใช้ในการตัดสินใจ
เมื่อถามว่าประเมินว่าการมีอยู่ของระบอบสีน้ำเงินจะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญยากขึ้นหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เป็นความท้าทาย แต่มีตัวแปรสำคัญ คือ เสียงประชามติของประชาชน ทั้ง 21 ล้านเสียงที่ต้องการให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งตนเชื่อว่าจะเป็นเครื่องผูกมัดที่ทุกฝ่ายต้องเดินหน้าทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ขณะเดียวกันเสียงประชาชน 21 ล้านเสียงมี ความหมายต่อการทำประชามติรอบสอง เพราะหากพรรคภูมิใจไทยผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตรา 256 ให้เป็นไปตามร่างของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งสุ่มเสี่ยงที่จะผูกขาดและกินรวบ และทำให้ผลประชามติรอบสองประชาชนไม่เห็นด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหารและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยต้องรับผิดชอบทางการเมือง
"หากดูตามหลักมาตรฐานสากล เมื่อใดก็ตามที่มีการจัดทำประชามติ แล้วรัฐบาลประกาศชัดเจนว่าอยู่ข้างไหน เมื่อผลประชามติออกมาไม่ตามนั้น เราก็มักจะเห็นนายกรัฐมนตรีแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง เช่น การทำประชามติในประเทศอังกฤษว่าจะออกจากสหภาพยุโรปหรือไม่ ซึ่งผลออกมาตรงกันข้ามกับรัฐบาลไม่เกิน 3 วันนายกรัฐมนตรีลาออก แสดงความรับผิดชอบ" นายพริษฐ์ กล่าว
เมื่อถามว่าหากในอนาคตมีโอกาสได้เห็นการรณรงค์ไม่เห็นด้วยกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า อย่าเพิ่งด่วนสรุป เพราะขณะนี้อยู่ในขั้นเตรียมเข้าสู่การแก้ไขในวาระที่ 1 เป้าหมายคือทำอย่างไรให้ร่างมีความสอดคล้องกับ 3 หลักการของพรรคประชาชนและผ่านความเห็นชอบในวาระ 1 เพื่อไปหาข้อสรุปร่วมกันในชั้นกรรมาธิการ แต่หากพรรคภูมิใจไทยตัดสินใจว่าจะใช้เสียงข้างมากในรัฐสภา เพื่อให้ร่างปลายทางเหมือนกับร่างของพรรคภูมิใจไทยทุกประการ ตนคิดว่าพรรคประชาชนจะเห็นด้วยได้ยาก และคิดว่าหากประชาชนโหวตไม่เห็นชอบ คาดหวังว่ารัฐบาลจะแสดงความรับผิดชอบด้วยเช่นกัน

