วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

'อภิสิทธิ์' รอสัปดาห์หน้า เคาะยื่นแก้รธน. ชงหยั่งเสียง เลือก สสร.

"หัวหน้าปชป." นัดพรรคการเมือง ถกหนุนแก้รธน. อีกรอบสัปดาห์หน้า ชงหยั่งเสียง เลือก "สสร." ก่อนส่งให้รัฐสภาเลือก มองทำรธน.ผ่านได้ หากหาฉันทามติร่วมกันได้

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการหารือพรรคการเมืองต่อการสนับสนุนยื่นร่างแก้ไขเพิ่มติมรัฐธรรมนูญ มาตรา  256 เมื่อวานนี้ (21 พ.ค.) ว่า  มีความเห็นตรงกันในหลักการ คือ 1. มี สภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง โดยไม่เหมือนกับของพรรคภูมิใจไทย  และ 2.ไม่แก้ไขหมวด1 บททั่วไป และ หมวด2 พระมหากษัตริย์ ซึ่งแตกต่างจากร่างของพรรคประชาชน นอกจากนั้นยังมีความเห็นที่เกี่ยวข้องกับกระบวนคัดเลือก สสร. รวมถึงการเห็นชอบรัฐธรรมนูญที่ยกร่างแล้วเสร็จ เบื้องต้นมีรายละเอียดและมีความแตกต่างกัน ทั้งนี้ได้ให้แต่ละพรรคทำข้อเสนอและกลับมาหารือกันอีกครั้งในสัปดาห์หน้า

เบื้องต้น เชื่อว่าจะได้ข้อสรุป ส่วนจะเสนอเพียงร่างเดียวหรือแยกไปตามพรรคนั้นอยู่ที่แต่ละฝ่ายจะพิจารณาโดยคาดว่าจะสามารถยื่นร่างได้ในสัปดาห์หน้า  

เมื่อถามถึงเนื้อหาของร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนไม่เปิดให้มีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง ขณะที่การเลือก สสร. อาจมีปัญหา เพราะมีความพยายามทำทั้งเรื่องหลักสัดส่วนและจังหวัดที่สับสน ทั้งนี้ แนวคิดของพรรคประชาธิปัตย์มองว่า สสร. ควรให้ประชาชนสามารถแสดงความเห็น หรือ หยั่งเสียงเกี่ยวกับ สส. ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพราะเชื่อว่าระบบดังกล่าวประชาชนจะมีส่วนร่วมในวงกว้าง และประหยัดค่าใช้จ่ายไม่ต้องไปเลือกตั้ง  ในกรณีที่ประชาชนไม่มีโทรศัพท์มือถือ อาจให้ประชาชนลงทะเบียนในตำบลแล้วใช้สิทธิ์ ทั้งนี้กาหยั่งเสียงนั้นไม่ใช่ชื่อสุดท้าย เพราะต้องส่งให้สภาฯเลือกอีกครั้ง 

“วิธีได้มาของ สสร. ของพรรคประชาธิปัตย์ เข้าใจว่ายังไม่ตรงกับพรรคอื่น เพราะพรรคการเมืองมีความคิดของตัวเอง ผมเข้าใจว่าในส่วนของพรรคเพื่อไทย เหมือนกับพรรคประชาชน ที่ต้องการให้เหมือนกับการเลือกตั้ง แต่เป็นการเลือกเกินจำนวนเข้ามา แต่ของพรรคประชาธิปัตย์คิดถึงเรื่องการไม่ให้เสียเวลา และเรื่องการมีค่าใช้จ่าย ซึ่งน่าจะเป็นวิธีการที่ดีกว่า แต่ก็สุดแล้วแต่ เพราะ วิธีการดังกล่าวยังไม่เคยเกิดขึ้น”นายอภิสิทธิ์ กล่าว 

เมื่อถามว่าประเมินว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะเกิดขึ้น จะเดินทางไปถึงจุดไหน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อยู่ที่ความตั้งใจของผู้ที่มีอำนาจ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ คือ สว. มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ ที่ไม่ให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน แม้เสียงของสว.จะเป็นเสียงต่างหากของเสียงข้างมากในรัฐสภา ถ้า สว. ไม่ยอมให้ผ่าน จะผ่านยาก เช่นเดียวกันถ้าเสียงข้างมากของสภาผู้แทนราษฎร หรือแม้แต่เสียงของฝ่ายค้าน ไม่ได้ตามเงื่อนไขไม่สามารถผ่านได้ อย่างไรก็ดีตนมองว่าควรหาฉันทามติให้ได้ระดับหนึ่ง 

เมื่อถามถึงการกำหนดอำนาจให้ สว. เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก่อนนำไปจัดการออกเสียงประชามตินั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยเสนอให้ปรับจาก 1 ใน 3 เป็น 1 ใน 4 ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ พูดคุยกันเบื้องต้นแล้วเห็นว่าหากลดลงอีกได้จะเป็นเรื่องดี

เมื่อถามว่าควรจะมีการกำหนดอำนาจพิเศษดังกล่าวให้ สว. หรือไม่  นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในหลักของรัฐธรรมนูญที่เป็นกติกาที่ใช้กับทุกคน ซึ่งสร้างความได้เปรียบ เสียเปรียบได้ กรณีที่บัญญัติกรณีดังกล่าวในรัฐธรรมนูญ เพื่อป้องกันไม่ให้เสียงข้างมากกำหนดทุกเรื่อง ดังนั้น แม้จะมีเสียงข้างมากในรัฐสภา หากจำนวน สว. หรือ ฝ่ายค้านไม่ถึงในระดับหนึ่งควรเปิดโอกาสให้ทักท้วง  เพียงแต่ขั้นตอนการให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ที่ สสร.ยกร่างแล้วเสร็จก่อนการนำไปจัดการออกเสียงประชามตินั้น ไม่ได้เป็นการเสนอจาก สส. หรือพรรคการเมือง แต่เป็นการยกร่างโดย สสร.ที่ผูกพันกับรัฐสภา