กกต.รับกระแสประชามติเงียบเหงา ระดมเครือข่าย-สื่อปลุกคนตื่นตัว

รองเลขา กกต.รับ กระแสทำ 'ประชามติ' เงียบเหงา ระดมเครือข่าย-สื่อ เร่งรณรงค์ประชาชน ตื่นตัวออกไปใช้สิทธิ เร่งเปิดเวทีดีเบตประชามติ จังหวัดละ 1 แห่ง
KEY
POINTS
- กกต. ยอมรับว่ากระแสการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญยังไม่คึกคักเท่าที่ควร
- เตรียมประสานงานกับเครือข่ายภาคประชาชนและหน่วยงานต่างๆ เพื่อช่วยรณรงค์ให้ประชาชนตื่นตัวมากขึ้น
- ใช้กรมประชาสัมพันธ์และ อสมท. เป็นแม่ข่ายในการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อวิทยุและโทรทัศน์
- สั่งการให้ กกต. แต่ละจังหวัดจัดเวทีดีเบตแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประชามติอย่างน้อย 1 แห่ง
เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2569 ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ นายวีระ ยี่แพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกระแสการรณรงค์การลงคะแนนประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ในวันที่ 8 ก.พ.ที่ค่อนข้างเงียบว่า ขณะนี้สำนักงาน กกต.ได้จัดส่งเนื้อหาการทำประชามติไปยังผู้มีสิทธิออกเสียงทั่วประเทศและนอกราชอาณาจักรแล้ว อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการตื่นตัวของประชาชนในการทำประชามติไม่คึกคักเท่าที่ควร กกต.แต่ละจังหวัดอาจต้องขอความมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเครือข่ายภาคประชาชนช่วยรณรงค์การทำประชามติตามบ้านผู้มีสิทธิออกเสียงให้มากขึ้น พร้อมทั้งให้ กกต.แต่ละจังหวัดเร่งจัดทำรายละเอียดผู้ขอจัดเวทีแสดงความคิดเห็นและเปิดเวทีดีเบตประชามติ อย่างน้อยจังหวัดละ 1 แห่ง
ผู้ที่จะขึ้นเวทีดีเบตรณรงค์สนับสนุนให้ประชาชนออกมาลงมติ เห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบนั้น จะต้องมีการลงทะเบียนกับ กกต.จังหวัดแต่ละจังหวัดก่อน โดยมีกรมประชาสัมพันธ์และ อสมท เป็นแม่ข่ายรณรงค์ประชาสัมพันธ์ทางสื่อวิทยุและโทรทัศน์ รองเลขาธิการ กกต.กล่าว
รองเลขาธิการ กกต.กล่าวอีกว่า เนื้อหาการทำประชามติครั้งนี้เป็นการถามประชาชนว่าเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 เท่านั้น ถ้าเสียงประชามติส่วนใหญ่เห็นชอบจึงจะมีกระบวนการทำประชามติในขั้นตอนต่อไป แต่ถ้าเสียงประชามติส่วนใหญ่ไม่เห็นชอบ กระบวนทำประชามติก็จบลงทันที
ทั้งนี้ พรรคการเมือง ภาคประชาชนต่างๆ รวมถึงสื่อมวลชนแต่ละแขนง สามารถทำกิจกรรมรณรงค์ให้ความรู้ชักชวนให้ประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงออกมาใช้สิทธิได้ แต่ต้องไม่สัญญาว่าจะให้ ขัดขวาง หรือเผยแพร่ข้อมูลการทำประชามติอันเป็นเท็จ ซึ่งการกระทำผิด พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ







