'นิกร' แจงประชามติทำรธน. ไม่เปิดช่องตีเช็คเปล่า ให้แก้ไขหมวด1-2

"นิกร" ย้ำความเห็น "อนุทิน" หนุนประชามติทำรธน. ปิดทางแก้ไขหมวด1 หมวด2 หรือตีเช็คเปล่า พร้อมแจงมีกลไกกำกับทั้ง สภาฯ-สว.-ประชาชน
นายนิกร จำนง ผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค ต่อกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เห็นชอบและสนับสนุนการออกเสียงประชามติ ให้สมควรให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งมีผู้แสดงความกังวลว่าจะเกิดกรณีเซ็นเช็คเปล่า เพื่อหวังแก้ไขเนื้อหาที่เกี่ยวเนื่องกับสถานบัน และกระทบอำนาจองค์กรอิสระ ว่า ตนเคารพในการแสดงความคิดเห็นที่เป็นห่วงต่อกรณีดังกล่าว แต่ในประเด็นที่นายอนุทิน พูดไว้ชัดเจน คือ ไม่แตะหรือแก้ไขใดๆ ในหมวด 1 และ หมวด 2 ของรัฐธรรมนูญ รวมถึงงกฎหมายอาญามาตรา 112 รวมถึงไม่ลดทอนอำนาจขององค์กรอิสระที่สำคัญ
"นายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยมีจุดยืนที่แน่วแน่และมั่นคงในการปกป้องสถาบัน และได้ดำเนินการเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง ตั้งแต่การเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 ที่กำหนดข้อห้ามชัดเจนว่าไม่มีเนื้อหาที่เปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือการเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติมหมวด 1 บททั่วไปและหมวด 2 พระมหากษัตริย์ ของรัฐธรรมนูญ 2560" นายนิกร ระบุ
นายนิกร ระบุย้ำ ว่ากระบวนการที่พรรคภูมิใจไทยสนับสนุนต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในชั้นนี้จะไม่เกิดปัญหาที่กังวลแน่นอน เพราะในเชิงโครงสร้างกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ในครั้งนี้ได้ถูกล็อก ไว้อย่างน้อย 3 ชั้น คือ กรอบนโยบายและ mandate โดยคำยืนยันของ นายอนุทินถูกแปลงเป็นเงื่อนไขกำกับการยกร่าง คือ ห้ามแตะหมวด 1 และ 2ตั้งแต่ต้นทางของกระบวนการ ต่อมาคือ ด้านกลไกรัฐสภา แม้จะสมมุติว่ามีความพยายามฝ่าฝืนกรอบดังกล่าว กระบวนการแก้ไขต้องใช้เสียง สว. ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ซึ่งในทางข้อเท็จจริงทางการเมือง แทบเป็นไปไม่ได้เลย
"นอกจากนั้นแล้วอำนาจประชาชนผ่านประชามติ อันถือเป็นด่านสำคัญสุดท้าย ที่ต่อให้ผ่านกลไกรัฐสภาได้ ยังต้องผ่านประชามติของประชาชนอีกถึง 2 ครั้ง ซึ่งในสภาพสังคมการเมืองและวัฒนธรรมของไทย ไม่มีความเป็นไปได้ในเชิงนโยบายเกี่ยวกับประเด็นอันเป็นห่วงนี้ที่ประชาชนจะให้ความเห็นชอบ ดังนั้นในทางทฤษฎีสิ่งที่กำลังงทำคือ เปลี่ยนวิธีการแก้จากการแก้รายมาตราเป็นการยกร่างใหม่ภายใต้กรอบ ที่กระบวนการถูกล็อกกรอบไว้ ทั้งทางการเมืองง รัฐสภา และประชาชน ซึ่งไม่ใช่การเปิดอำนาจแบบไร้ขอบเขต" นายนิกร ระบุ







