"หัวหน้า ปชป." หนุนทำรธน.ใหม่ ไม่แตะหมวด1หมวด2 พร้อมเรียกร้องพรรคการเมืองประกาศให้ชัด หวังประชาชนเลิกลังเลเห็นชอบประชามติ
ที่ตลาดรวมทรัพย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ ลงพื้นที่ตลาดรวมทรัพย์ อโศกมนตรี เพื่อช่วยนายพงศกร ขวัญเมือง ผู้สมัคร สส.กทม. เขต4 หาเสียง โดยบรรยากาศพบว่ามีประชาชนให้การต้อนรับอย่างคับคั่ง และมีเยาวชนขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกจำนวนมาก
จากนั้นนายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ว่ากระแสตอบรับพรรคประชาธิปัตย์เป็นไปด้วยดี และน่าจะเป็นไปตามที่เคยคาดหวัง แต่ต้องทำให้ได้จำนวนเพิ่มมากขึ้น แต่ยอมรับว่ายังต้องทำงานกันหนัก
เมื่อถามถึงจุดยืนนของพรรคต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันประชาชนจำนวนหนึ่งที่ลังเลจะเห็นชอบ ซึ่งตนแปลกใจว่ารัฐบาลที่เป็นผู้เลือกคำถาม ทำไมถึงไม่เจาะจงว่าการจัดทำฉบับใหม่ ไม่เกี่ยวข้องกับการแก้หมวด 1 บททั่วไป และ หมวด2 พระมหากษัตริย์
"ประชาธิปัตย์จะดูแลและไม่ให้มีการแก้ไขหมวด1 หมวด2 และผมอยากเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมือง ซึ่งเคยตกลงกันได้แล้วในสภาประกาศแบบเดียวกัน เพื่อให้ทุกคนสบายใจในการลงมติเห็นชอบในคำถามประชามติ" นายอภิสิทธิ์กล่าว
เมื่อถามถึงการจับขั้วเป็นรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนพูดชัดไปหมดแล้วว่า สิ่งที่ตนให้ความมั่นใจกับประชาชน คือ ถ้าเสียงพรรคประชาธิปัตย์มากพอ เข้าไปอยู่ในรัฐบาล จะเป็นหลักประกันของรัฐบาล โดยรัฐบาลต้องเอาจริงเอาจังกับการปราบปรามการทุจริต เรื่องทุนเทา ไม่สร้างความแตกแยก และต้องไม่เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน
นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์ยังตอบคำถามสื่อต่างประเทศ ต่อ สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการเริ่มใช้มาตรการหยุดยิง ซึ่งก้าวถัดไปที่สำคัญที่สุดคือกระบวนการเจรจา โดยพรรคประชาธิปัตย์มีจุดยืนชัดเจนว่าต้องสร้างหลักประกันเพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงในการรุกล้ำอธิปไตยซ้ำอีก โดยเฉพาะจากฝั่งกัมพูชา
"ข้อเสนอหนึ่งคือคือการผลักดันให้มีผู้สังเกตการณ์จากภายนอก เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ภายในเขตแดนของกัมพูชา เพื่อตรวจสอบและให้ความมั่นใจว่าจะไม่มีการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์หนักที่อาจส่งผลกระทบต่อข้อตกลงหยุดยิง เพราะหากสร้างความเชื่อมั่นในจุดนี้ได้ กระบวนการเจรจาที่มากกว่าแค่เรื่องการหยุดยิงก็จะเริ่มขึ้นได้จริง และนำไปสู่การฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้กลับมาเป็นปกติสุข" นายอภิสิทธิ์กล่าว
เมื่อถามถึงความกังวลต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจ นายอภิสิทธิ์ กล่าวยอมรับว่าแรงกระเพื่อมจากความขัดแย้งได้ส่งผลกระทบถึงประชาชนแล้ว แต่ในขณะเดียวกัน เสียงสะท้อนจากคนไทยก็ชัดเจนว่าอธิปไตยต้องไม่ถูกละเมิด ดังนั้นตนเชื่อว่าหากสามารถรักษาข้อตกลงหยุดยิงและเดินหน้าเจรจาได้สำเร็จ จะเป็นการเปิดประตูไปสู่การฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่และระดับชาติได้อย่างยั่งยืน เพราะความมั่นคงและอธิปไตยที่ชัดเจนคือรากฐานที่สำคัญที่สุดของความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ


