วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วัดใจ ‘อนุทิน’ ยุบสภาหนีซักฟอก ฝ่ากระแส สแกมเมอร์-กัมพูชา

ความเก่งกาจของค่ายน้ำเงิน ในการเดินเกมการเมือง ไม่มีใครปฏิเสธ แต่บทบาทนำในการบริหารประเทศ ท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจ ความขัดแย้ง เป็นสิ่งที่ยังต้องพิสูจน์ตัวเองอีกยาว 

รัฐบาลเสียงข้างน้อย ของภูมิใจไทย จากที่ได้รับการสรรเสริญเยินยอ กับการดึงคนนอก โปรไฟล์ดีร่วมคณะรัฐมนตรี

เมื่อเริ่มทำงานจริงจัง ผ่านไปแค่ประมาณ 20 วันเผือกร้อนเรื่องกัมพูชา และปัญหาสแกมเมอร์กำลังเป็นอุปสรรคต่อรัฐบาล และ “นายกฯ หนู” อนุทิน ชาญวีรกูล อย่างจัง

จากวิกฤติที่จะกลายเป็นโอกาส สร้างความนิยมให้กับรัฐบาล แต่ผลงานด้านนี้ ดูจะยังไม่ค่อยเข้าตาประชาชน ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าล่าช้า

ชาติมหาอำนาจ ทั้ง สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และเกาหลีใต้ ที่เดินเกมแรง กดดันผู้นำกัมพูชา ก็ยิ่งทำให้เห็นความแตกต่างของไทยในการจัดการเรื่องนี้ แบบเทียบไม่ติด

ปฏิเสธไม่ได้ว่า อิทธิพลของไทยต่อกัมพูชา แทบทุกด้านไม่สามารถจัดการแบบถึงลูกถึงคนได้

ขนาดฝ่ายไทยยื่นเงื่อนไข 4 ข้อ เพื่อเปิดทางเจรจากัมพูชา หรือการเปิดด่าน หนึ่งในนั้น คือ การจัดการสแกมเมอร์ ก็ไม่เคยได้รับการตอบสนอง เรื่องเลยคาอยู่อย่างนั้น ไม่ไปไหน

ฝ่ายค้ำ อย่างพรรคประชาชน ได้ทีก็กระทุ้งเช้าเย็น ให้จัดการปลดรัฐมนตรีบางคน ที่ถูกครหาว่าใกล้ชิดเจ้าพ่อสแกมเมอร์ตัวเอ้ รวมถึงจี้ให้เร่งตัดวงจรเงินสกปรกที่เข้ามาลงทุน หรือฟอกผ่านธุรกิจในไทย

จะว่าไป อย่างหลังน่าจะเป็นจังหวะให้รัฐบาลได้ลุยเต็มสูบ เว้นแต่จะเจอตอ หรือต้องเกรงใจนักการเมืองบางคนหรือไม่

ก่อนหน้านี้ รังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน ก็เคยแฉว่า มีหลักฐานชัดเจน มีนักการเมืองไปเปิดบัญชีในกัมพูชา มากกว่า 7 คน

สถานการณ์การเมืองตอนนี้พลิกผันรวดเร็ว และเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ตามที่ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย บอกไว้ว่า การเมืองเปลี่ยนทุกวัน

จากที่ผู้คนเฮลั่น ที่ได้เปลี่ยนรัฐบาลจากเพื่อไทยมาเป็นภูมิใจไทย ด้วยแรงหนุนของตั๋วพิเศษ ระดับแมมมอส และความหวังที่จะสนองนีดชาตินิยมของคนในประเทศ ว่าอนุทินจะจัดการกัมพูชาได้อยู่หมัด แต่ตอนนี้ก็ยังไปไม่ถึงจุดนั้น

ตอนนี้กลับถูกปัญหาสารพัดที่เกี่ยวกับกัมพูชา กัดกร่อนความนิยม และความเชื่อมั่นลงอย่างต่อเนื่อง 

สุ่มเสี่ยงจะถูกฝ่ายค้าน โดยเฉพาะเพื่อไทย ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ แบบลงมติ ขยี้ปมสแกมเมอร์

ขณะที่ท่าทีของพรรคส้ม ที่นวดรัฐบาลหนักขึ้นๆ ในเรื่องสแกมเมอร์ และบิ๊กในรัฐบาลที่ถูกเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายใกล้ชิดฮุน เซน และบริวาร

การที่พรรคส้มเล่นใหญ่ จัดหนัก ครม.อนุทิน แล้วไม่ลุยซักฟอก หรือไม่ยื่นศาลรัฐธรรมนูญสอยพ้นตำแหน่ง มันก็ดูทะแม่งๆ

คีย์แมนในรัฐบาลรู้ดีว่า ขืนถูกลากขึ้นเขียงซักฟอก นอกจากเสี่ยงตายคาสภาฯ หลุดตำแหน่ง เพราะความที่เสียงข้างน้อย

หรือถ้ารอดซักฟอกมาได้ แต่การที่รัฐบาลโดนเปิดแผล ร่องรอยจะติดตัวไปถึงตอนหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งคล้อยหลังไทม์ไลน์ซักฟอกไม่นาน ย่อมไม่เป็นผลดี

ตรงนี้เองที่เริ่มมีการพูดกันหนาหูว่า ผู้มีอำนาจตัวจริงในรัฐบาล ไม่มีทางจะให้ฝ่ายค้านยื่นญัตติซักฟอกเด็ดขาด

ความเป็นไปได้ที่อนุทิน จะชิงยุบสภาฯ ก่อนครบกำหนด 4 เดือน จึงเป็นไปได้ค่อนข้างสูง เจ้าตัวก็ยอมรับเองว่าพร้อมเลือกตั้ง และมีหลายปัจจัยที่จะทำให้ยุบสภาก่อน 31 ม.ค.69

ภูมิใจไทย จากที่เคยเป็นพรรคตัวแปร ไม่เคยเป็นแกนนำหลักในการบริหารประเทศ พอได้ขึ้นมามีอำนาจรอบนี้ เลยไม่ใช่งานง่าย

ตามนิยามการเมือง 3 ก๊ก ส้ม แดง น้ำเงิน ของ“สุวิทย์ เมษินทรีย์” อดีตรัฐมนตรีสมัยลุงตู่ ที่มองว่า ภูมิใจไทย คือ พรรคของทุนอำนาจใหม่ ที่เล่นเกมอำนาจได้ แต่ยังขาดวิสัยทัศน์ระดับชาติที่ชัดเจน

พรรคประชาชน พรรคของพลังคนรุ่นใหม่ ที่กล้าท้าทาย แต่บางครั้งไร้หลักยึด และเพื่อไทย พรรคของอดีต ที่พลังถดถอย และอุดมการณ์เลือนราง

ความเก่งกาจของค่ายน้ำเงิน ในการเดินเกมการเมือง ไม่มีใครปฏิเสธ แต่บทบาทนำในการบริหารประเทศ ท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจ ความขัดแย้ง เป็นสิ่งที่ยังต้องพิสูจน์ตัวเองอีกยาว 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์