"รมว.ยุติธรรม" บอกมีพยาน 7,000 ปาก ยืนยันการจ่ายเงินเป็นช่วงๆ สะพัดกว่า 400 ล้านบาท คาดรวบรวมหลักฐาน คดีฟอกเงิน กระบวนการเลือก สว. ได้ภายใน 3เดือน
ที่รัฐสภา พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงมติคณะกรรมการคดีพิเศษ (กพค.) รับคดีการเลือกสว. ฐานฟอกเงิน เป็นคดีพิเศษ ว่า จากการสอบสวนพยานสามารถเชื่อได้ว่ามีเงินสะพัดในการเลือก สว.กว่า 300 ล้านบาท มูลค่าเข้าข่ายเป็นการฟอกเงิน ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สามารถรับเป็นคดีพิเศษได้ด้วยเสียงเกินกึ่งหนึ่ง จึงไม่จำเป็นต้องพิจารณาความผิดเรื่องการจ้างให้ดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อั้งยี่ ซ่องโจร และความผิดฐานยุยงส่งเสริมไม่ให้ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ หรือการครอบงำอำนาจนิติบัญญัติ เพราะหากสืบสวนสอบสวนความผิดฐานฟอกเงินและพบการประทำที่เข้าข่ายความผิดเหล่านี้ รวมถึงความอาญาที่เกี่ยวข้อง กฎหมายก็ให้ถือเป็นคดีพิเศษไปได้เลย
เมื่อถามว่าหลักฐานอะไรที่ทำให้เชื่อได้ว่ามูลค่าเงินเกิน 300 ล้านบาท รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ในคดีดังกล่าวมีพยานยืนยันว่ามีการใช้เงิน 400-500 ล้านบาท และมีการจ่ายเงินเป็นช่วงๆ
“ตอนนี้ดีเอสไอ มีพยานประมาณ 7,000 คน ซึ่งเป็นผู้ที่เข้าไปในพื้นที่การเลือก สว. ระดับประเทศที่เมืองทองธานี ถึง3,000 คน โดยพยานหลักฐานได้ส่งหนังสือขอให้พนักงานอัยการร่วมสอบสวนด้วย เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์และพิสูจน์ความผิดไม่ต้องห่วง โดยได้ให้นโยบายดีเอสไอไปแล้วจะต้องใช้เวลารวบรวมหลักฐานไม่เกิน 3 เดือน” พ.ต.อ.ทวี กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกต การใช้เงินจูงใจให้เลือกเข้าข่ายเป็นการซื้อเสียงซึ่งอยู่ในอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ดีเอสไอ ไม่ได้อ้างกฎหมายฟอกเงิน เพราะเหมือนบริษัทหลบเลี่ยงภาษี ที่มีความผิดหลายกรรม แต่กรณีดังกล่าวเป็นความผิดอั้งยี่ มีการสมคบกันกระทำการไม่ชอบด้วยกฎหมายก็ถือเป็นหนึ่งความผิดแล้ว ตนยืนยันว่าไม่ได้เอาตัวเองเข้าไปเสี่ยง เพื่อให้ได้คดีนี้มาอยู่ในมือ เพราะมีผู้มาร้องทุกข์และมีการสืบสวน และกกต.เป็นฝ่ายมาขอให้ทำ จึงต้องร่วมมือกับ กกต.และเมื่อพบพยานหลักฐานแล้ว กกต.ก็สามารถนำไปพัฒนาได้ และใช้ในการยื่นต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเพื่อถอดถอนได้ คิดว่าหลักฐานที่มีการจ่ายเงินน่าจะถึง 20 คน ถ้ากกต.ร่วมมือกัน
“ตอนนี้คิดว่าเขาร่วมมือเพราะเขาส่งหนังสือมา และเราไม่ได้ก้าวล่วงอำนาจเขา ตราบใดที่เขายังไม่ยกเลิก ดีเอสไอและตำรวจเข้าไปร่วมสืบสวนคดีฮั้วเลือก สว. เราก็พยายามรวบรวมพยานหลักฐานให้ เพราะอำนาจของ กกต.คือการเดินหน้าถอดถอนบุคคลที่ได้ซึ่งตำแหน่ง สว.โดยมิชอบ” พ.ต.อ.ทวี กล่าว
เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ที่ สว.ตอบโต้เรื่องถอดจากตำแหน่ง พ.ต.อ.ทวี กล่าวด้วยว่า ไม่กังวล เพราะเรื่องความยุติธรรมไม่ว่าจะเรื่องเล็กเรื่องใหญ่มีความสำคัญเท่ากัน แต่เรื่องนี้ถ้าเราพิจารณาให้ดีมันกระทบต่อความมั่นคงด้านนิติบัญญัติ อำนาจในการออกกฎหมายก็ได้รับผลกระทบ
"จึงอยากเรียนถึง สว. ถ้าสอบสวนออกมาท่านไม่ผิด จะได้สง่างาม ยืนยันว่า จะไม่ใช่ความรู้สึกในการแก้ปัญหาจะใช้พยานหลักฐานเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล และไม่เกี่ยวกับรัฐมนตรี ต่อไปนี้จะเป็นเรื่องของพนักงานสอบ อัยการ และผู้ทรงคุณวุฒิ มาร่วมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ซึ่งต้องทำอย่างรวดเร็ว" พ.ต.อ.ทวี กล่าว.





