"ศิริกัญญา" มอง1ส.ค.ลงทะเบียน "ดิจิทัลวอลเล็ต" ยังไหลลื่น จี้รัฐบาล เคลียร์ให้ชัด ใช้งบข้ามปี ได้หรือไม่ ยกคำพูดปลัดคลังส่อกลับใช้มาตรา28
ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์กรณีรัฐบาลประกาศ วันลงทะเบียนดิจิทัลวอลเล็ต ว่า เรื่องใหม่ที่เรายังไม่เคยได้ยินมาก่อนคือเรื่องวันลงทะเบียนในวันที่1ส.ค.-15ก.ย. กรณีสมาร์ทโฟน ส่วนคนไม่มีสมาร์ทโฟนให้ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่16ก.ย. นอกจากนั้นแทบไม่มีความชัดเจนอะไรเลย
ประเด็นแรก ผลกระทบทางเศรษฐกิจหลังจากเกิด พายุหมุน ดิจิทัลวอเล็ต แล้วเศรษฐกิจจะเติบโตขึ้นแค่ไหนซึ่งเรื่องนี้แม้แต่นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลังก็ยังตอบว่าไม่สามารถประมาณการได้เพราะเป็นโครงการที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ทั้งนี้จากที่ตนได้เข้าไปสังเกตการณ์ในกมธ.วิสามัญพิจารณางบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมนั้น หน่วยงานต่างๆรวมทั้งกระทรวงการคลังได้มีการส่งผลที่จะเกิดขึ้นจากโครงการดังกล่าวเข้ามาแล้วโดยกระทรวงการคลังมีการปรับเป้าหมายจากเดิมระบุว่า1.2-1.8%ของGDP เหลือเพียง0.9%ของGDP ส่วนสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระบุว่าจะทำให้GDP ของปี67โตประมาณ0.3% ปี68 โตอีก0.3%
นอกจากนี้ธานาคารแห่งประเทศไทย บอกกว่า ปี67โต0.3% ปี68 โต0.2% รวมโครงการดังกล่าวจะโต0.9% จะเห็นว่าทั้ง3หน่วยงานเห็นตรงกันว่าจะกระตุ้นGDPไม่ถึง1%แน่นอน
ประเด็นต่อมาแหล่งที่มาของเงิน สุดท้ายมีการถามย้ำถึงการบริหารจัดการงบประมาณทั้งงบปี67และงบปี68แต่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลังกลับไม่ได้ให้ความชัดเจนตรงนี้
น.ส.ศิริกัญญา ยังกล่าวว่า ในฐานะที่ได้ติดตามประเด็นดังกล่าวยังมีปัญหาข้อกฎหมายโดยในการประชุมกมธ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ได้มีการถกกันในประเด็นดังกล่าว ว่าจะเป็นเหมือนงบรายจ่ายประจำปีทั่วไปที่จะสามารถกันเงินเอาไว้เบิกเหลื่อมปีไปใช้ในปี68ได้หรือไม่
แต่ทางตัวแทนสำนักงานกฤษฎีกาให้ความเห็นว่า สามารถกระทำได้เนื่องจากเกิดนิติสัมพันธ์ และผูกพันธ์สัญญา แต่ประเด็นสำคัญที่กมธ.ในส่วนของก้าวไกลพยายามซักถามคือ ประเด็นดังกล่าวเป็นสัญญาได้อย่างไรในเมื่อผูกพันธ์ในลักษณะต่างตอบแทนไม่ใช่ลักษณะสัญญาทั้ง2ฝั่งที่ต้องเช็นยินยอมทั้งคู่ ปรากฎว่าไม่มีหน่วยงานใดสามารถตอบได้
จึงต้องจับตาต่อว่า ที่สุดจะสามารถใช้งบข้ามปีได้หรือไม่อย่างไร ถึงที่สุดหากไม่สามารถใช้งบข้ามปีได้ก็อาจจะต้องมีการแจกเป็นเงินสดก่อนจะมีการสิ้นสุดงบประมาณปี67ในวันที่30ก.ย.นี้ หากจะแจกพร้อมกันหมดก็อาจจะต้องพับออกไปเพราะใช้เงินก้อนนี้ไม่ได้ก็ต้องไปหาเงินก้อนอื่นมาแทน ซึ่งวันก่อนปลัดกระทรวงบอกว่าก็อาจกลับไปใช้มาตรา28ก็เป็นไปได้ ฉะนั้นเรื่องนี้จึงยังลื่นไหลไม่นิ่ง
ขณะที่เรื่องร่ายจ่ายลงทุนก็ยังคงเป็นที่ถกเถียงว่าจะเป็นรายจ่ายลงทุน80%ได้อย่างไรเท่าที่เราดูน่าจะมาจากสมมุติฐานเสียส่วนใหญ่ ไม่ได้มาจากข้อเท็จจริงและผลสำรวจ คาดว่า ถึงเวลาจริงจะเป็นรายจ่ายลงทุนมากสุดแค่50%เท่านั้น ซึ่งต้องไปดูเรื่องสัดส่วนว่าที่สุดจะเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่
รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ยังกล่าวว่า อีกเรื่องที่ต้องติดตามคือระบบลงทะเบียนที่มีการจัดซื้อจัดจ้างกันไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่11ก.ค.ที่ผ่านมา ปัญหาที่เกิดขึ้นคือระบบPayment ซึ่งมีความซับซ้อนมาก
ซึ่งเราได้ขอดูTOR ปรากฎว่า ได้รับคำตอบไม่สามารถให้ได้เนื่องจากเป็นการจัดซื้อจัดจ้างแบบคัดเลือกต้องไปเชิญชวนผู้ประกอบการเข้ามาประกวดราคา เมื่อขอดูหนังสือเชิญชวนกลับพบว่าจนถึงขณะนี้ยังร่างไม่เสร็จ ตนจึงไม่แน่ใจว่าจะดำเนินการเสร็จทันไตรมาส4หรือไม่ และจะมีระบบตรวจสอบได้หรือไม่
ทั้งนี้มีการตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลเปิดให้ลงทะเบียนในระบบสมาร์ทโฟน เหมือนเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนไปซื้อสมาร์ทโฟนเพื่อมาลงทะเบียน แต่กลับยังไม่มีความชัดเจนการลงทะเบียนในระบบออฟไลน์ว่าจะเป็นอย่างไร
เช่นเดียวกับการสร้างแรงจูงใจให้ร้านค้ารายย่อยเข้าร่วมโครงการ หลังจากได้หารือกับปลัดกระทรวงพาณิชย์ทราบว่าก็ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องดังกล่าวเช่นเดียวกัน หากถามความรู้สึกส่วนตัวคงไม่ได้คาดหวังอะไรเพราะจะได้ไม่ผิดหวัง





