"ปานปรีย์" ยันแบ่งผลประโยชน์พื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย - กัมพูชา ยังไม่คืบ ขอรอ "เศรษฐา- ฮุน มาเนต"คุย 7 ก.พ.นี้
9 ม.ค.2567ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวถึง การเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ สมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ตามคำเชิญของนายเศรษฐาทวีสินนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งจะมีการหารือถึงผลประโยชน์ในพื้นที่ทับซ้อน ไทย-กัมพูชา ว่า ถือว่าเป็นเรื่องที่พูดคุยและเจรจากันมาอย่างยาวนาน ในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศยังไม่ได้มีการพิจารณาถึงกรณีความรับผิดชอบในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลและในส่วนของดินแดน
เมื่อถามว่าหากประกันการต่างประเทศยังไม่มีกรอบกุมภาพันธ์ 2567 นี้ จะหารือกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชาในประเด็นใดนั้น นายปานปรีย์ ระบุว่า ตนยังไม่แน่ใจว่า ฝ่ายใดจะเป็นผู้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา ซึ่งหากเป็นฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้เสนอก็จะนำไปพิจารณา
ส่วนจะยึดตาม MOU ปี 2544 หรือไม่นั้นนายปานปรีย์ กล่าวว่า มีการแบ่งเป็น 2 ส่วน เป็นเรื่องเกี่ยวกับดินแดน และอีกส่วนเป็นเรื่องการแบ่งปันผลประโยชน์ ซึ่งตนยังไม่แน่ใจว่าการที่เจรจากันอยู่ในขณะนี้เป็นเรื่องของการแบ่งผลประโยชน์หรือไม่ แต่หากเป็นเรื่องของดินแดนมีคณะกรรมการดูแลอยู่ ในขณะนี้ก็ยังไม่ได้มีการประชุมกัน เพราะเราเพิ่งเข้ามาเป็นรัฐบาลใหม่ ซึ่งถ้าหากเป็นเรื่องของการแบ่งปันผลประโยชน์ ก็จะเป็นเรื่องของกระทรวงพลังงานเป็นผู้ดูแล
เมื่อถามว่าในส่วนของข้อกฎหมายระหว่างประเทศ ที่จะต้องมาพิจารณาด้วยหรือไม่นั้น นายปานปรีย์ กล่าวว่าอย่างที่เรียนแล้วว่า ตนยังไม่ได้พิจารณา ยังไม่ได้มีการประชุมกัน ซึ่งปกติแล้วเป็นเรื่องของคณะกรรมการที่จะต้องไปดำเนินการประชุม
ส่วนจะมีการเรียกประชุมก่อนที่นายกรัฐมนตรีกัมพูชาจะเดินทางมาเยือนไทยหรือไม่นั้นยังไม่ นายปานปรีย์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีนโยบาย ซึ่งของเดิมที่มีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมทางเทคนิคในขณะนั้น ได้ตั้งคณะทำงานมา 2 ชุด คือชุดที่ว่าด้วยการแบ่งเขตทางทะเล และ ชุดที่ว่าด้วยระบอบการพัฒนาร่วม แต่ทั้งนี้ทุกอย่างต้องรอความชัดเจนในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ต้องรอให้นายเศรษฐาและนายกรัฐมนตรีกัมพูชาได้เจอกันก่อน และหลังจากนั้นจะเป็นหน้าที่ของแต่ละกระทรวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะต้องไปดำเนินการ





