วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ปานปรีย์'​ รอ 2 นายกฯ ถกแบ่งผลประโยชน์​พื้นที่ทับซ้อนไทย​ -​ กัมพูชา

"ปานปรีย์​" ยัน​แบ่งผลประโยชน์​พื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย​ -​ กัมพูชา​ ยังไม่คืบ ขอรอ​ "เศรษ​ฐา​- ฮุน มาเนต​"คุย 7 ก.พ.​นี้

9 ม.ค.2567ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปานปรีย์ พหิทธานุกร​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวถึง การเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ สมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา​ ตามคำเชิญของนายเศรษฐาทวีสินนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง​ ซึ่งจะมีการหารือถึงผลประโยชน์ในพื้นที่ทับซ้อน ไทย​-กัมพูชา​ ว่า ถือว่าเป็นเรื่องที่พูดคุยและเจรจากันมาอย่างยาวนาน ในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศยังไม่ได้มีการพิจารณาถึงกรณีความรับผิดชอบในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลและในส่วนของดินแดน

เมื่อถามว่าหากประกันการต่างประเทศยังไม่มีกรอบกุมภาพันธ์ 2567​ นี้ จะหารือกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชาในประเด็นใดนั้น​ นายปานปรีย์​ ระบุว่า​ ตนยังไม่แน่ใจว่า ฝ่ายใดจะเป็นผู้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา ซึ่งหากเป็นฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้เสนอก็จะนำไปพิจารณา​ 

ส่วนจะยึดตาม MOU ปี 2544 หรือไม่นั้น​นายปานปรีย์ กล่าวว่า​ มีการแบ่งเป็น 2 ส่วน เป็นเรื่องเกี่ยวกับดินแดน และอีกส่วนเป็นเรื่องการแบ่งปันผลประโยชน์ ซึ่งตนยังไม่แน่ใจว่าการที่เจรจากันอยู่ในขณะนี้เป็นเรื่องของการแบ่งผลประโยชน์หรือไม่​ แต่หากเป็นเรื่องของดินแดนมีคณะกรรมการดูแลอยู่ ในขณะนี้ก็ยังไม่ได้มีการประชุมกัน เพราะเราเพิ่งเข้ามาเป็นรัฐบาลใหม่ ซึ่งถ้าหากเป็นเรื่องของการแบ่งปันผลประโยชน์ ก็จะเป็นเรื่องของกระทรวงพลังงานเป็นผู้ดูแล

เมื่อถามว่าในส่วนของข้อกฎหมายระหว่างประเทศ ที่จะต้องมาพิจารณาด้วยหรือไม่นั้น นายปานปรีย์​ กล่าวว่าอย่างที่เรียนแล้วว่า ตนยังไม่ได้พิจารณา ยังไม่ได้มีการประชุมกัน ซึ่งปกติแล้วเป็นเรื่องของคณะกรรมการที่จะต้องไปดำเนินการประชุม

ส่วนจะมีการเรียกประชุมก่อนที่นายกรัฐมนตรีกัมพูชาจะเดินทางมาเยือนไทยหรือไม่นั้นยังไม่ นายปานปรีย์​ กล่าวว่า​ ขณะนี้ยังไม่มีนโยบาย​  ซึ่งของเดิมที่มีพลเอกประวิตร​ วงษ์​สุวรรณ​ ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมทางเทคนิคในขณะนั้น​ ได้ตั้งคณะทำงานมา 2 ชุด คือชุดที่ว่าด้วยการแบ่งเขตทางทะเล และ ชุดที่ว่าด้วยระบอบการพัฒนาร่วม​  แต่ทั้งนี้ทุกอย่างต้องรอความชัดเจนในวันที่​ 7 กุมภาพันธ์​ ต้องรอให้นายเศรษฐาและนายกรัฐมนตรีกัมพูชาได้เจอกันก่อน และหลังจากนั้นจะเป็นหน้าที่ของแต่ละกระทรวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะต้องไปดำเนินการ