วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สว.' ประเมินงบฯ67 ไม่พอทำปท.พัฒนา จ่อตั้งกมธ.ทำงานคู่ขนานสภาฯ

"วุฒิสภา" เตรียมตั้งกมธ.งบฯ67 คู่ขนานกับสภาฯ หลังมีเวลาพิจารณาน้อย "เลิศรัตน์" มองงบดันประเทศพัฒนาไม่ได้ แนะให้ทบทวนแจกเงิน

ที่วุฒิสภา พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สว. ให้สัมภาษณ์ว่าวุฒิสภา เตรียมตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 คู่ขนานไปกับการพิจารณาของกมธ.ฯ ของสภาฯ เนื่องจากสว.มีเวลาทำงานน้อย และวุฒิสภาต้องทำให้เสร็จภายในวันที่ 9-10 เม.ย. ก่อนนำร่างพ.ร.บ.ขึ้นทูลเกล้าฯ ทั้งนี้กมธ.ที่เตรียมตั้งนั้น จะมีตัวของสว. และผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก รวม 46 คน และจะเริ่มประชุมตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค. คือ ทำงานคู่ขนานไปกับสภาฯ

"กระบวนการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบฯ67 ช้ามาก แต่มีกำหนดว่าต้นเดือนเม.ย. จะต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎร จากนั้นส่งให้วุฒิสภาพิจารณาให้เสร็จภายในวันที่ 9-10 เม.ย. เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ประมาณวันที่ 17 เม.ย.  ดังนั้นสว. ในการพิจารณามีน้อยมาก แค่ 6-7 วัน เท่านั้น" พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าว

  • ขอ รัฐบาล ทบทวน กู้เงินแจกเงินดิจิทัล เหตุวิกฤตศก.ไม่เลวร้าย

พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวถึงภาพรวมของร่าง พ.ร.บ.งบฯ67 ด้วยว่า รัฐบาลจัดงบลงทุนเพียง 20% ถือว่าไม่มากพอที่จะผลักดันประเทศให้พ้นจากปัญหา  ขณะที่การจัดสรรงบเป็นแบบกระจายตัว ทำให้การผลักดันนโยบายต่างๆ เช่นโครงการเติมเงินดิจิตอลวอลเล็ต ต้องใช้กลไกภายนอก เช่น พ.ร.บ.เงินกู้  ส่วนทิศทางดังกล่าวจะชัดเจนอย่างไร ตนรอให้รัฐบาลแถลงรายละเอียดในวันที่ 9 ม.ค. หลังจากที่คณะกรรมการกฤษฎีกาส่งความเห็นให้รัฐบาลแล้ว 

"วันนี้วิกฤตของเศรษฐกิจก็ยังไม่เลวร้ายนัก เงินเฟ้อ ไม่ได้เป็นไปอย่างที่นักเศรษฐศาสตร์โลกประมาณการไว้ ดังนั้นกรณีที่จะนำเงิน 500,000 ล้านบาทแจกประชาชน หากปีหน้าหรือปีถัดไปเกิดขึ้นมาก็จะเป็นปัญหา จึงอยากให้รัฐบาลคิดอีกครั้งว่าจะเดินหน้าโครงการนี้ต่อไปหรือไม่"พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าว

  • "สถิตย์" มอง งบฯ67 ไม่เอื้อให้ ปท.พัฒนาตามเป้า 5%ต่อปี

ขณะที่ นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ สว. กล่าวถึงภาพรวมของ ร่างพ.ร.บ.งบฯ 67 ว่า รัฐบาลไม่ได้นำนโยบายสำคัญบรรจุในงบประมาณแล้ว รวมถึงไม่ได้มองในระยะปานกลางหรือยาว ที่จะทำให้ประเทศไทยพัฒนาขึ้นกว่าเดิม  โดยตนมองว่าประเทศไทย จะต้องเติบโตพัฒนาอย่างน้อย 5% ต่อปี ถึงจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วได้ในปี 2580 แต่จากการคาดการณ์งบประมาณปานกลางของรัฐบาลปรากฏว่ายังไม่ถึงเกณฑ์ดังกล่าวแม้ในรายจ่ายงบประมาณจะมีการกำหนดไว้ว่าจะทำงบประมาณขาดดุลต่อเนื่องไปอีกประมาณร้อยละ 3.4 ต่อปีไปจนถึงปี 2570 ก็ตาม แต่ไม่ได้แสดงนัยยะอะไรที่ให้เห็นว่าการทำงบประมาณเหล่านั้นจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจให้โตได้

  • ติงงบท้องถิ่น ไปไม่ถึง พื้นที่ยากจน

นายสถิตย์ กล่าวต่อว่าตนข้อตั้งข้อสังเกตในงบการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น ที่ควรให้งบประมาณกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)ที่มีรายได้น้อยมากกว่าให้งบประมาณกับ อปท.ที่มีรายได้ดี เพื่อให้เกิดการพัฒนาเต็มศักยภาพ ขณะเดียวกันควรให้ อปท.ที่มีรายได้ดีหาทางจัดเก็บรายได้ของตนเองให้มากขึ้น

"หากโครงสร้างของงบประมาณยังเป็นอย่างนี้ การปกครองส่วนท้องถิ่นก็ไม่เต็มศักยภาพ การกระจายไปสู่ท้องถิ่นที่ยากจนก็เป็นไปไม่ได้ ดังนั้นโครงสร้างจึงต้องรื้อกันขนานใหญ่ เพื่อให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจ" นายสถิตย์ กล่าว.