“อนุทิน” นั่งหัวโต๊ะ ถก บอร์ดแก้หนี้นอกระบบ เห็นชอบตั้ง คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนงาน3 ด้าน ปลัดมท. เป็นประธาน เผย 3 สัปดาห์ ลูกหนี้ลงทะเบียนเกือบแสนราย มูลหนี้เฉียด 6พันล้าน ชี้ คิดดอกเบี้ยเกิน 15% โมฆะ ผิดกฎหมาย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการกำกับการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบในวันนี้ (18 ธ.ค.) ว่า ที่ประชุมมีมติการตั้งอนุกรรมการกำกับการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ หรือคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการทำงาน โดยมีปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้อำนวยการสำนักสอบสวนและนิติการ กรมการปกครองเป็นอนุกรรมการ และเลขานุการ พร้อมมีการกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหนี้นอกระบบ 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการไกล่เกลี่ยประนอมหนี้ โดยมีกรมการปกครองเป็นเจ้าภาพหลัก
ด้านการบังคับใช้หมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะเป็นผู้รับผิดชอบหลัก และบูรณาการทำงานร่วมกับพนักงานฝ่ายปกครอง ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ทยอยดำเนินคดีกับเจ้าหนี้ที่มีพฤติการณ์ใช้กำลังกับลูกหนี้ไปแล้วหลายราย
และด้านการให้ความช่วยเหลือทางการเงิน มีกระทรวงการคลังเป็นเจ้าภาพ โดยจะมีธนาคารออมสิน และธนาคาร ธ.ก.ส. มาช่วยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 0.75-1.5% ต่อเดือน เงื่อนไขน้อยไปช่วยลูกหนี้ แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ และจะใช้กลไกของกระทรวงแรงงาน และกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทยเข้ามาช่วยด้านอาชีพ เพิ่มรายได้ และหลังจากนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการทุกเดือน เพื่อติดตามความคืบหน้าดำเนินการของทั้งกรมการปกครอง ตำรวจ และกระทรวงการคลัง ที่จะแก้ปัญหานี้ เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
นายอนุทิน กล่าวว่า หลังการเปิดลงทะเบียนลูกหนี้ และเจ้าหนี้นอกระบบ 3 สัปดาห์ มีลูกหนี้มาลงทะเบียนแล้วกว่า 99,000 ราย มูลหนี้เกือบ 6,000 ล้านบาท ซึ่งในระหว่างการลงทะเบียนก็มีการเชิญลูกหนี้ และเจ้าหนี้มาไกล่เกลี่ย ผ่านกลไกฝ่ายปกครอง ตำรวจ อัยการ และกระทรวงการคลัง เพื่อให้การกำหนดอัตรานอกเบี้ยหนี้นอกระบบ ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน เป็นไปตามกฎหมาย หากเจ้าหนี้รายใด คิดอัตราดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 ต่อปี ก็ถือว่าเป็นโมฆะ และผิดกฎหมาย โดยจะต้องยกเงินต้นหากการชำระดอกเบี้ย ครอบคลุมเงินต้นไปแล้ว
ทั้งนี้ รัฐบาลจะใช้มาตรการทางกฎหมายในการช่วยเหลือแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งทั้งลูกหนี้ และเจ้าหนี้ จะได้รับการคุ้มครองจากภาครัฐ จะไม่มีการคุกคามทำร้ายร่างกาย หรือทรัพย์สินของลูกหนี้ และเจ้าหนี้จะได้รับเงินต้นคืน ตามประโยชน์สูงสุดที่เจ้าหนี้ และลูกหนี้จะได้รับ โดยมีภาครัฐเป็นผู้ดำเนินการให้





