“สามารถ” มองสัญญาณพรรคร่วม ส่อเค้าถอยหลังรุมค้านเงินดิจิทัล เตือน “เศรษฐา”อาจตกเก้าอี้นายกฯ หลังมีพระอาทิตย์ 2 ดวง
นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงโครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท ของรัฐบาลว่า ส่อเค้าไม่สู้ดีนัก เนื่องจากล่าสุด สส.จากพรรคร่วมอย่าง พรรคภูมิใจไทย 2 คนเริ่มแสดงความไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้แล้ว เพราะการนำเงินงบประมาณมากถึง 560,000 ล้านบาท แจกจ่ายรายหัวให้กับประชาชนนั้นเกรงจะซ้ำรอยในอดีต อีกทั้งรัฐบาลเองยังมีภารกิจพัฒนาประเทศอีกจำนวนมากมาย กลุ่มเป้าหมายก็ยังไม่ชัดเจนด้วย
โดยทั้งนี้ สส. สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ประธานกรรมาธิการแรงงาน สส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทยได้ออกมาโพสต์ข้อความไม่เอาด้วยกับเงินดิจิทัลว่า เงินดิจิทัลวอลเล็ต ที่รัฐบาลแจก 10,000 บาทนั้น โดยส่วนตัวผมไม่เห็นด้วยที่จะนำมาแจกขณะนี้ เนื่องจากวันนี้เอง เรามีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดอยู่บ่อยครั้ง ล่าสุดคือ สงครามระหว่างอิสราเอล และกลุ่มฮามาส วันนี้พี่น้องแรงงานไทยได้รับผลกระทบมาก ประเทศไทยยังต้องใช้งบประมาณในการช่วยเหลือคนกลุ่มนี้อยู่ และอาจจะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดอีกหลายเหตุการณ์ ไม่ว่าจะเป็นวาตภัย อุทกภัย หรือฝุ่นPM2.5 ที่จะเกิดขึ้น เหล่านี้คือ ปัญหาที่จะซ้ำเติมประเทศ ซึ่งถ้าเราใช้งบประมาณ 5.6 แสนล้านไปกับการแจกเงินนั้น ผมคิดว่าประเทศไม่สามารถดำเนินการในกิจการนี้ได้ เรื่องงบกลางงบฉุกเฉินก็ไม่สามารถทำได้ เรื่องการแจกเงินนั้นยังไม่รู้วัตถุประสงค์กลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน
นายสามารถ กล่าวต่อว่า สัญญาณทางการเมืองที่มาพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นการออกมาเคลื่อนไหวอย่างไม่เกรงใจจากพรรคร่วมรัฐบาลที่มีเสียงมากถึง 71 เสียง ก็อาจส่งผลต่อการพิจารณางบประมาณ รวมถึงการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่อย่าง นางสาวแพทองธาร ชินวัตร และเลขาธิการพรรค นายสรวงศ์ เทียนทอง ก็ล้วนมีนัยทางการเมืองทั้งสิ้น เสมือนการนับถอยหลังตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน จนต้องเปลี่ยนม้ากลางศึกก็เป็นได้
“ตอนนี้คุณเศรษฐา ขาลอยแล้วครับ เพราะหันไป สส. ก็ไม่มี หัวหน้าพรรคก็ไม่ได้เป็น นั่นคือ สิ่งที่บอกว่าใครเป็นรัฐมนตรีรัฐบาลนี้เสียวสันหลังไปหมดครับ จากการเมืองเองพรรคร่วมก็ไม่เกรงใจแล้ว ออกมาเดินหน้าพาเหรด ว่าไม่เห็นด้วยกับเงินดิจิทัล
แม้แต่ ปปช.ก็ตั้งคณะทำงานติดตามเรื่องนี้อย่างเข้มงวดเอามือระดับพระกาฬมาเป็นประธานเลย เรื่องนี้มีนัยถ้ายังดึงดันอาจมีการเปลี่ยนม้ากลางศึกหรือไม่ ผมบอกเลยว่าวันไหนคุณเศรษฐา นอนทำเนียบคืนแรกอายุงานของนายกฯ อาจนับถอยหลัง ตั้งแต่วันนั้น นั่นคือ นาฬิกาทราย ว่า คุณเศรษฐา เหลือเวลาเป็นนายกฯ เท่าไร บริบทการเมืองตอนนี้มาพร้อมกันหมดแล้ว ”
นายสามารถ ยอมรับด้วยว่า นัยทางการเมืองขณะนี้ส่งผลต่อการทำงานของข้าราชการการเมืองด้วยเช่นกันเพราะหลายฝ่ายไม่แน่ชัดว่าจะมีการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีคนใหม่อีกหรือไม่ จากคำพูดของนายเศรษฐา ก่อนหน้านี้ว่า เรามีนายกฯ 2 คน หรือแม้แต่ภาพการจุมพิตมือของนางสาวแพทองธาร ก็ล้วนมีนัยทางการเมือง ที่ต้องมาถอดความทั้งสิ้นซึ่งทั้งหมดเชื่อว่ากำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างแน่นอน
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





