หลายเหตุผลที่จะก่อให้เกิด "ฝ่ายค้าน" ใน "รัฐบาล" ระยะต่อไป ปฏิเสธไม่ได้ว่านักการเมืองด้วยกันเอง มองอะไรทะลุปรุโปร่ง อะไรที่เสี่ยงโดยใช่เหตุ จะไปผสมโรงก็ใช่เรื่อง การแสดงออกในมิติตรงกันข้ามหลังจากนี้ อาจได้เห็นไม่ช้าก็เร็ว
นโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ของพรรคเพื่อไทย กำลังสร้างคลื่นใต้น้ำสะเทือนเสถียรภาพในความเป็นรัฐบาลผสมอย่างช้าๆ การเดินหน้าโครงการที่เป็นจุดชี้เป็นชี้ตายของเศรษฐา ทวีสิน และเพื่อไทย ยิ่งพยายามเดินหน้า ก็ยิ่งสะสมแรงต้านจากฝ่ายที่มองต่าง ไม่เว้นพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง
ในจังหวะที่เศรษฐา และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องของเพื่อไทย กำลังขมักเขม้นจะแจกเงินหมื่นดิจิทัลให้สำเร็จตามเป้าหมาย 1 ก.พ. 67 นั้น แต่ถึงวันนี้หลายเรื่องก็ยังไม่ชัดเจน โดยเฉพาะแหล่งเงินที่จะนำมาใช้ในโครงการนี้ ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าวงเงินมโหฬาร 5 แสนกว่าล้านมาจากไหน
ท่าทีของพรรคร่วมรัฐบาลตอนนี้ ก็ได้แต่เฝ้าติดตามดูอยู่ห่างๆ แต่ที่แน่ๆ มีพรรคที่ร่วมรัฐบาลมากกว่าหนึ่งพรรค แสดงความกังวลให้เห็นในเซฟโซนของตัวเอง ไม่ได้มาจ้อผ่านสื่อแต่อย่างใด เพราะยังต้องรักษามารยาทความเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ในวันที่อะไรๆ ยังคลุมเครือ
แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ถึงกำหนดต้องเอาเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ต้องขอมติใดๆ ในที่ประชุมสภา เมื่อนั้นจะได้เห็นปฏิกิริยาจากพรรคร่วมทันที ในการแสดงออกว่าไม่เห็นด้วยเนื่องจากต้องการให้ตัวเองอยู่รอดปลอดภัย ในกรณีที่เป็นปัญหาถูกตรวจสอบภายหลัง เพราะขณะนี้ พรรคร่วมรัฐบาลที่มีเสียงสนับสนุนอย่างมีนัยยะสำคัญต่อรัฐบาล มองว่าโครงการนี้มีหลายประเด็นที่น่ากังขา และสุ่มเสี่ยงในเชิงการบริหาร
จริงอยู่ว่าประชาชนจำนวนไม่น้อยต่างเฝ้ารอแจกเงินหมื่น แต่ก็มีเสียงสะท้อนจากประชาชนอีกกลุ่มผ่านการสำรวจของนิด้าโพลว่ามีความเป็นกังวล ภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบเศรษฐกิจ อย่างธนาคารแห่งประเทศไทย ที่เพิ่งส่งตัวแทนไปชี้แจงต่อกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร ก็มองว่า “ความจำเป็นต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมผ่านโครงการนี้ยังมีไม่มาก เนื่องจากภาพรวมการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวได้สูง ตลาดแรงงานก็ฟื้นตัวต่อเนื่อง ดังนั้น ผลของโครงการต่อเศรษฐกิจอาจจะไม่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย” ขณะที่ตัวแทนกระทรวงการคลัง ยังไม่สามารถให้รายละเอียดที่ชัดเจน
บรรดานักการเมืองที่ประสบการณ์โชกโชน ต่างมองเกมออก แม้สถานะจะร่วมรัฐบาลกันอยู่ แต่ก็ไม่มีใครจะเอาตัวไปร่วมเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเป็นแสตมป์รับรองให้วันยังค่ำ ตรงนี้ก็เป็นอีกตัวชี้วัดความเสี่ยงของโครงการได้ไม่มากก็น้อย เพราะอาจเห็นความยุ่งยากรออยู่ข้างหน้า และกรณีแบบนี้ก็มีให้เห็นมาแทบทุกรัฐบาล เช่น นโยบายกัญชา ที่ประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย ที่เคยร่วมรัฐบาลสมัยที่แล้วก็มองคนละมุม ขบเหลี่ยมเฉือนคมกันมาตลอด
เหตุผลสำคัญที่ดิจิทัลวอลเล็ต อาจสร้างแรงกระเพื่อมให้เกิดกับพรรคร่วม มาจากหลายเหตุผล สส.เขตของพรรคร่วม ถือเป็นคนใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด รู้ความคิดความอ่านของชาวบ้านจำนวนหนึ่ง หรือส่วนที่เป็นฐานเสียงตัวเอง ที่ยังไม่เข้าใจหรือมีอารมณ์ร่วมกับนโยบายนี้เท่าที่ควร จึงกล้าที่จะค้านเมื่อถึงเวลา
ที่สำคัญแกนนำพรรคร่วมพรรคหนึ่งมองว่า ถึงอย่างไร นายกฯ ก็ต้องระดมเงินผ่านการกู้เป็นหลัก ไม่มีเหตุผลอื่นสนับสนุนในการออกเป็นพระราชกำหนด อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ การจัดทำแพลตฟอร์มขึ้นมาใหม่เพื่อรองรับการแจก ยังมีข้อกังขาถึงเงินที่แจกให้คนที่ไม่พร้อม หรือไม่สะดวกใช้จ่าย หรือเมื่อครบกำหนดแล้วเงินยังเหลือ เงินจำนวนนี้จะตรวจสอบอย่างไรว่าคืนคลัง หรือไหลไปเข้ากระเป๋าใครกันแน่
ปัจจัยข้างต้นเป็นแค่หนึ่งในหลายเหตุผลที่จะก่อให้เกิดฝ่ายค้านในรัฐบาลระยะต่อไป ปฏิเสธไม่ได้ว่านักการเมืองด้วยกันเอง มองอะไรทะลุปรุโปร่ง อะไรที่เสี่ยงโดยใช่เหตุ จะไปผสมโรงก็ใช่เรื่อง การแสดงออกในมิติตรงกันข้ามหลังจากนี้ อาจได้เห็นไม่ช้าก็เร็ว จนสร้างความหนักใจให้เศรษฐาและเพื่อไทย
แถมป.ป.ช.ตั้งทีมมอนิเตอร์โครงการ ศึกษารายละเอียด วิเคราะห์ตามเกณฑ์ชี้วัดความเสี่ยงในการทุจริตเชิงนโยบาย ก็ยิ่งทำให้พรรคร่วมผวากันเป็นแถว และคนที่อยู่ในข่ายจับมือครองอำนาจในวันนี้ ก็อาจตลบหลังยื่นตรวจสอบอะไรตามมาอีกพัลวัน





