วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประจิน' ชงญัตติ ตั้งกมธ.ซอฟต์พาวเวอร์ ประกบการทำงานรัฐบาล

พล.อ.ประจิน ชงญัตติให้ วุฒิสภา พิจารณาตั้ง กมธ.ซอฟต์พาวเวอร์ สัปดาห์หน้าประกบติดการทำงานของรัฐบาล หลังพบบางกลุ่มยังด้อยค่าวัฒนธรรม-ประเพณีไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมวุฒิสภา ในวันที่ 10 ต.ค. พล.อ.ประจิน จั่นตอง สว. ฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.)การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้เสนอญัตติ ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญศึกษาและพิจารณาเสนอแนะแผนกลยุทธ์การส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติเพื่อประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงแห่งชาติ  ซึ่งถือเป็นญัตติแรกของสว.ที่เสนอขึ้นเพื่อให้ทำงานคู่ขนานไปกับการดำเนินนโยบายของรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ซึ่ง ล่าสุดได้ตั้งคณะกรรมการซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ตามคำสั่งนายกฯ ทที่ 230/2566 ลงวันที่ 13 ก.ย. 2566

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับเหตุผลของการเสนอญัตติดังกล่าว พล.อ.ประจิน ระบุไว้ตอนหนึ่งในเอกสารว่ารัฐบาลปัจจุบันให้ความสำคัญกับการสร้างพลังสร้างสรรค์ตามการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา  แต่พบว่ามีคนบางกลุ่มพยายามด้อยค่าวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชาติ  ประกอบกับความท้าทายด้านเทคโนโลยีสื่อสารและการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ดังนั้นเป็นความจำเป็นเร่งด่วนในสังคมที่ต้องเร่งดำเนินการเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมจึงควรหาแผนกลุยุทธ์การส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติเพื่อประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงแห่งชาติ

ขณะที่วัตถุประสงค์ของการเสนอตั้งกมธ.วิสามัญชุดดังกล่าว เพื่อศึกษาข้อมมูล องค์ความรู้ปัจจัยความสำเร็จในการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ รวมถึงวิเคราะห์สังเคราะห์ และสรุปข้อมูลที่ได้รับ ทำเอกสารเนอต่อวุฒิสภาเพื่อเสนอความเห็นชอบส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการ พร้อมเสนอเวลาดำเนินการ 90 วัน โดยตั้งกมธ.วิสามัญ  1 คณะมี สว.ร่วมเป็นกมธ. 15 คน และบุคคลภายนอก 8 คน ประกอบด้วย ตัวแทนของพิพิธภัณฑ์มิวเซียมสยาม, สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน), สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ, สมาคมภัตตาคารไทย, กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์, สมาคมศิลปินไทย, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, การกีฬาแห่งประเทศไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในข้อเสนอญัตติ ดังกล่าวยังได้ ระบุถึงการสานต่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในสมัยรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกฯและรมว.กลาโหม ซี่งเน้นการนำอัตลักษณ์ท้องถิ่น พัฒนาซอฟต์พาวเวอร์เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ทั้งสินค้าวัฒนธรรม การส่งออกอาหารไทย อุตสาหกรรมคอนเทนต์ ภาพยนตร์ ละคร แอนิเมชั่น รายได้จากผ้าไทย รายได้จากการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เป็นต้น.