'นายกฯ' ลั่น ไม่ยกเลิกดิจิทัลวอลเล็ต มองนักวิชาการมีเพียง 1 เสียงเทียบประชาชน 10 ล้านคนอยากได้ บอกงบ 5 แสนล้านทำครั้งเดียวหวังเติมต้นทุนประกอบอาชีพ พร้อมน้อมรับฟังความเห็นทุกฝ่ายรวมทั้งประชาชน
นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังมีนักวิชาการออกมาคัดค้านโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ว่า การลงพื้นที่มีประชาชนแสดงเจตจำนงว่าอยากได้มาก ซึ่งตนก็ดีใจ แต่ตลอด 48 ชั่วโมงที่ผ่านมามีนักวิชาการหลายคนไม่เห็นด้วย เรียกร้องให้ยกเลิกโครงการนี้ แต่ผมยืนยันว่า ตั้งแต่เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีทางรัฐบาลนี้ และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้มีการรับฟังปัญหาข้อเสนอแนะจากทุกหน่วยงาน รวมทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย เราน้อมรับน้อมไปพิจารณา เพื่อจะมีการปรับปรุงแต่งเติมให้ทุกอย่างดูดีขึ้น พร้อมกล่าวด้วยเสียงหนักแน่นว่า แต่ไม่มีการยกเลิกครับ
โดยนายกรัฐมนตรี ยังยืนยันว่า โครงการเงินดิจิทัลไม่ใช่โครงการหาเสียง ไม่ใช่โครงการที่มาโปรยเงินให้ประชาชนกลับมาเลือกตั้ง แล้วกลับมาเลือกเราไม่ใช่ แต่มีความจำเป็นและมีความต้องการของประชาชนที่ต้องการรับความช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งตลอดระยะเวลาที่เราเข้ามาบริหารงานประมาณ 1 เดือนเรื่องค่าใช้จ่ายเป็นเรื่องที่สำคัญที่จะไปทำมาหากินประกอบอาชีพได้ เดินรัฐบาลมีการลดค่าไฟฟ้าค่ะพลังงานเชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลให้ต่ำกว่า 30 บาทแล้ว และในสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการพักหนี้เกษตรกร โดยยืนยันว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นและสำคัญ เพราะการที่ประชาชนมีรายจ่ายเยอะ มีภาระเยอะก็ไม่มีขวัญกำลังใจทำมาหากิน การที่เราลดภาระเรื่องค่าใช้จ่ายจะทำให้ประชาชนมีขวัญและกำลังใจในการทำมาหากิน แต่ปัญหานี้เกิดขึ้นว่าหากมีขวัญและกำลังใจแล้วจะนำเงินทุนมาจากที่ใด
โดยนายกรัฐมนตรี ยังระบุอีกว่า คนต่างจังหวัดไม่ได้มีเงินเยอะ เหมือนคนที่อยู่ฐานบนของสังคมความเหลื่อมล้ำมีมากในสังคมไทย เขาไม่มีเงินงบประมาณโครงการของดิจิทัลวอลเล็ต ใช้งบประมาณ 5 แสนล้าน ซึ่งไม่ใช่งบประมาณที่ทำทุกปี ขอทำความเข้าใจว่าทำแค่หนเดียว ไม่ได้ตั้งใจว่าจะเอามาซื้อเสียงมาเพื่อเอาให้โดนใจประชาชน แต่ทำเพื่อให้มีเงินทุนมาประกอบอาชีพ อย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี
อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงนักวิชาการที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันเยอะ ผมน้อมรับคำวิพากษ์วิจารณ์ แต่ท่านเป็นเพีบงหนึ่งเสียงแต่ประชาชนมีเป็น 10 ล้านเสียง ที่ต้องการเงินดิจิทัล ผมน้อมรับ ที่จะนำไปปรับปรุง เพื่อให้ประโยชน์สูงสุดเกิดกับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายที่เสียภาษี หรือประชาชนที่มีความเดือดร้อนจากปัญหาเศรษฐกิจที่หมักหมมมานาน
โดยนายกรัฐมนตรี ยืนยันเสียงแข็งว่า รัฐบาลนี้จะไม่ลุด้วยอำนาจ จะรับฟังความคิดเห็น แต่เหนือสิ่งอื่นใดปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนการที่ประชาชนขาดเงินทุนไปดำรงชีพเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด และ ยืนยันอีกครั้งว่าจะไม่มีการยกเลิกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท
ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรียังวิงวอนนักวิชาการที่แสดงความคิดเห็นมาเยอะ ผมอยากให้แสดงความคิดเห็นออกมาอีก ซึ่งนักวิชาการที่เห็นด้วยก็มี ผมในฐานะคนกลางเป็นตัวแทนของประชาชนก็จะนำไปพิจารณาปรับปรุงต่อไปให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ให้โดนใจทุกคน
ส่วนได้มีการคุยกับนักวิชาการที่เห็นต่างแล้วหรือไม่ นายเศรษฐา ระบุว่า ผมได้มีการพูดคุยมาโดยตลอด โดยเฉพาะผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และมีทีมงานไปรับฟังความคิดเห็นจากนักวิชาการหลายๆท่านมาโดยตลอด ซึ่งตนก็มองว่าเป็นไปได้ที่ยังมีนักวิชาการยังไม่เห็นข้อมูลที่รัฐบาลจะนำมาแถลงจึงคัดค้านออกไปก่อน แต่ขอให้เห็นข้อมูลก่อนว่านโยบายนี้มีรายละเอียดอะไรบ้าง
อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรี ยืนยันอีกครั้งว่า นโยบายนี้เป็นโครงการครั้งเดียว และไม่ได้ทำทุกปี ทำแล้วไม่ใช่แค่ประชาชนจะได้ ภาคอุตสาหกรรมก็จะได้ ท่านต้องดูว่าเงินเข้าสู่กระเป๋าประชาชนกว่า 5 แสนล้านบาท เป็นท่านจะผลิตสินค้าออกมารองรับหรือไม่ ซึ่งจะนำไปสู่การผลิตการจ้างงาน เกิดการจ่ายภาษีเกิดขึ้น รัฐบาลไม่ใช่จ่ายอย่างเดียวรัฐบาลมีรับกลับมาด้วย รัฐบาลคิดแล้วและน้อมรับฟังทุกฝ่ายก่อนที่เศรษฐกิจจะกลับมาได้ต้องมีเงินทุนก่อน
นายเศรษฐา ยังยอมรับว่า กังวลทุกเรื่อง แต่ให้ความสำคัญกับข้อคิดเห็นทุกฝ่าย ถ้าท่านทักท้วงมาเราก็มีความกังวล เพราะเราเชื่อว่าทุกคนก็เป็นประชาชนคนไทยคนหนึ่ง มีสิทธิ์จะให้ความเห็นลงมา แต่จะพยายามทำให้ดีที่สุด





