background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

'ธนาธร' ยก 'ก้าวไกล' ชนะเลือกตั้ง พิสูจน์การเมืองใหม่เป็นไปได้

'ธนาธร' ยก 'ก้าวไกล' ชนะเลือกตั้ง พิสูจน์การเมืองใหม่เป็นไปได้

'ธนาธร' ร่วมบรรยายหลักสูตร ปปร.สถาบันพระปกเกล้า ชี้ปัญหาการเติบโตเศรษฐกิจ แนะเร่งเปลี่ยนปัญหาสังคมเป็นดีมานด์ ใช้การลงทุนภาครัฐ สร้างเทคโนโลยีของตัวเอง ลั่นจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไทยไม่เป็นประชาธิปไตย ยก 'ก้าวไกล' ชนะเลือกตั้ง พิสูจน์การเมืองแบบใหม่เป็นไปได้

เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2566 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายหลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย สำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 27 (ปปร.27) โดยสถาบันพระปกเกล้า ผู้เรียน 140 คนจากหลากหลายที่มา ทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน นายทหารระดับสูง รวมถึง สส. และ สว. หลายคน สำหรับการบรรยายวันนี้ เป็นไปภายใต้โจทย์ “การเมืองใหม่ในโลกปัจจุบัน” 

นายธนาธร เริ่มต้นการบรรยายถึงความท้าทายที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน ทั้งการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ที่ต่ำกว่าอัตราเฉลี่ยของโลกหลายปีติดต่อกัน ความเหลื่อมล้ำและช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน ที่ 3 ครั้งล่าสุดที่จัดอันดับ ประเทศไทยอยู่ใน 5 อันดับแรกของประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำที่สุด รวมถึงปัญหาใหญ่ที่มีแนวโน้มที่จะรุนแรงขึ้นในอนาคต นั่นคืออัตราการเกิดของประชากร ซึ่งสาเหตุนั้นผูกผันกับปัญหาความเหลื่อมล้ำอย่างแยกไม่ได้ ประชากรวัยทำงานมีแนวโน้มต้องทำงานหนักขึ้น เพียงเพื่อให้ประเทศไทยยังยืนที่เดิมในด้านผลิตภาพ และการดูแลประชากรผู้สูงอายุที่มีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้

'ธนาธร' ยก 'ก้าวไกล' ชนะเลือกตั้ง พิสูจน์การเมืองใหม่เป็นไปได้

ประธานคณะก้าวหน้า กล่าวว่า ความท้าทายของประเทศไทยวันนี้ คือการออกจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ซึ่งตลอดระยะเวลา 60 ปีที่ผ่านมา หรือในปี 2507 ประเทศไทยและหลายประเทศในเอเชีย เช่น เกาหลีใต้ และมาเลเซีย เริ่มต้นที่จุดเดียวกัน แต่วันนี้เกาหลีใต้มีรายได้ต่อหัวประชากรเฉลี่ยห่างจากไทยไปถึง 4-5 เท่าแล้ว มาเลเซียเกือบ 2 เท่าของเราแล้ว คำถามคือภายใต้ภาวะปัญหาเช่นนี้ เราจะจัดการกับอนาคตประเทศไทยอย่างไร โดยแนวโน้มของโลกวันนี้ เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ที่ประเทศไทยไม่มีทางต่อต้านขัดขืนหรือหลีกเลี่ยงได้ เช่น รถยนต์ไร้คนขับ ระบบเอไอ แต่ในสภาพปัจจุบันที่ประเทศไทยเติบโตช้ากว่าเพื่อน ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจสูง เข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว ภายใต้เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยแข่งขันกับโลกไม่ได้ และโจทย์สำคัญอีกประการ คือจะหางานให้คนจบใหม่ และทดแทนคนทำงานที่เกษียณไปทุกปีได้อย่างไร เพราะอุตสาหกรรมที่พาประเทศไทยมาถึงวันนี้ ทั้งยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์ มาถึงทางตันแล้ว ทำให้ไม่เกิดการจ้างงานใหม่ๆ คำตอบคือต้องมีการสร้างห่วงโซ่อุปทานใหม่ด้วยการสร้างเทคโนโลยี 

หลังจากนั้นนายธนาธรได้ยกตัวอย่างถึงงานที่คณะก้าวหน้าได้ทำร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่ง เช่น การทำน้ำประปาดื่มได้ ที่เทศบาลตำบลอาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด ที่ทำให้ดื่มได้ไปแล้ว ทำ IoT ไปแล้ว และขั้นต่อไปคือการลดปริมาณน้ำที่สูญเสียจากระบบท่อรั่วหรือแตก แม้นี่จะดูเป็นเรื่องเล็ก แต่ปัญหาน้ำประปาเป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ของประเทศไทย แต่ในขณะเดียวกันก็คือโอกาสที่เราจะแก้ปัญหาหลายเรื่องไปพร้อมกันได้ 

'ธนาธร' ยก 'ก้าวไกล' ชนะเลือกตั้ง พิสูจน์การเมืองใหม่เป็นไปได้

"เพียงน้ำประปาแค่เรื่องเดียวสามารถสร้างห่วงโซ่อุปทานจำนวนมหาศาล นำปัญหาสังคมเป็นตัวตั้ง แปรเป็นอุปสงค์ ใช้การลงทุนภาครัฐมาผลักดันอุตสาหกรรมใหม่ สร้างงาน และสร้างเทคโนโลยีในประเทศ เพื่อแก้ปัญหาความท้าทายจากโลกในปัจจุบันให้ประเทศไทยได้ด้วย นี่คือทิศทางที่ทั่วโลกกำลังเดิน และถ้าไม่ลงทุนสร้างตั้งแต่วันนี้ ในอนาคตไทยก็จะยังคงต้องเป็นผู้นำเข้าเทคโนโลยีแบบนี้ต่อไป" นายธนาธร กล่าว

นายธนาธร กล่าวว่า อย่างไรก็ตามความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และเทคโนโลยี จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อประเทศมีสถาบันการเมืองที่มั่นคง เสมอต้นเสมอปลาย อย่างเช่นกรณีของเกาหลีใต้ที่ตนได้พูดถึงไป เมื่อมีการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตย หลังจากที่ประชาชนลุกขึ้นต่อต้านการทำรัฐประหารในปี 1978 จนผู้นำเหล่าทัพแพ้ หลังจากนั้นไม่มีรัฐประหารอีกเลย และเป็นจุดเริ่มต้นของการก้าวกระโดดของประเทศมานับตั้งแต่นั้น

"สิ่งสำคัญก็คือรัฐธรรมนูญ หรือกฏกติกาสำหรับการอยู่ร่วมกัน การที่ประเทศไทยมีการเปลี่ยนรัฐธรรมนูญเฉลี่ยทุก 4.5 ปี แสดงให้เห็นว่าเรายังไม่มีฉันทามติร่วมกันว่าจะอยู่ร่วมกันภายใต้กติกาอย่างไร และตราบใดที่เรายังไม่ได้สถาปนารัฐธรรมนูญที่มีความมั่นคง ให้ประชาชนได้เรียนรู้ถูกผิดตามระบอบประชาธิปไตย ประเทศไทยก็ไม่สามารถก้าวหน้าไปได้ วันนี้มันสายไปแล้วที่จะเลือกทางเดินอื่น ประชาธิปไตยไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางออกเดึยว ประเทศไทยมาไกลเกินกว่าที่จะไม่เป็นประชาธิปไตยแล้ว" ประธานคณะก้าวหน้า กล่าว

นายธนาร กล่าวถึงความสำเร็จของพรรคก้าวไกล ในฐานะการเมืองแบบใหม่ที่เป็นไปได้ว่า ตัวเลข 36.4% ที่พรรคก้าวไกลได้จากการเลือกตั้งไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ที่หลายคนบอกว่าพรรคก้าวไกลเก่งเรื่องการทำสื่อโซเชียลนั้นตนเห็นว่าจริงแค่ครึ่งเดียว อีกครึ่งหนึ่งคือการทำงานอย่างหนักตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ทำในสิ่งที่หลายคนไม่เห็น ไม่ใช่การเมืองเพื่อตำแหน่ง ลาภยศชื่อเสียง ต่อให้เป็นฝ่ายค้านแต่พรรคก้าวไกลก็ทำอะไรได้เยอะมาก พรรคก้าวไกลชนะเลือกตั้งมาได้ด้วยการทำการเมืองแบบนี้ ด้วยความอยากเห็นการเมืองแบบที่รับใช้ประชาชน ไม่ได้มองว่าเป็นผู้ที่สูงส่งกว่าคนทั่วไป

'ธนาธร' ยก 'ก้าวไกล' ชนะเลือกตั้ง พิสูจน์การเมืองใหม่เป็นไปได้

นายธนาธร กล่าวด้วยว่า อีกอย่างที่สำคัญ คือที่มาของเงินที่ใช้ พรรรคก้าวไกลยึดมั่นในสิ่งเดียวกับพรรคอนาคตใหม่ คือการขอเงินคนละ 100-200 บาทจากประชาชนเป็นล้านๆ มากกว่าจะขอเงิน 100-200 ล้านบาทจากนายทุนไม่กี่คน นี่คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้พรรคก้าวไกลตัดสินใจได้อย่างเป็นอิสระ เป็นตัวของตัวเอง ไม่มีนายทุนมาล็อบบี้ได้ ซึ่งประเทศไทยจะไม่สามารถพัฒนาหลุดพ้นจากความท้าทายที่ตนพูดถึงไปข้างต้นได้เลย หากไม่มีการเมืองที่ทำเช่นนี้ เพราะจะมีผู้เสียประโยชน์จากการพัฒนามาล็อบบี้ขอให้เลิกหรือคอยขัดขวางตลอดเวลา

“สิ่งที่ทั้งเสื้อแดงและเสื้อเหลืองพูดถูก คือประเทศไทยไม่เป็นประชาธิปไตย และคอร์รัปชันเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ เราไม่จำเป็นต้องเลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง ประเทศไทยเป็นประเทศที่คอร์รัปชันน้อย แต่ก็เป็นประชาธิปไตยได้ คนที่เกลียดการคอร์รัปชันไม่ควรหันไปใช้การรัฐประหาร ส่วนคนที่เชื่อประชาธิปไตย ก็ต้องยอมรับว่าการคอร์รัปชันเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศจริง” นายธนาธร กล่าว